นักเตะแดนใต้ ใจฮึดสู้

9

[Sponsor Content] อับดุลฮาฟิส บือราเฮง นักเตะแดนใต้ ใจฮึดสู้ กับความฝันแข้งช้างศึก
#ChangsuekFocus

เมื่อเด็กหนุ่มจาก นราธิวาส ได้มีโอกาสมาค้าแข้งบนลีกสูงสุดของไทย “อาแว” หรือ อับดุลฮาฟิส บือราเฮง แบ็คซ้ายที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพรแสวง ไม่มีสิ่งใดหยุดเขากับการตามความฝันของตัวเองได้จนวันนี้เขากลายเป็นนักเตะอาชีพบนเวทีลีกสูงสุดของไทยเป็นที่เรียบร้อย

สำหรับ “อาแว” เริ่มเล่นฟุตบอลกับ โรงเรียนรอมาเนีย จ.นราธิวาส ก้าวเข้ามาติดทีมจังหวัดนราธิวาสเมื่ออายุ 16 ปี และเขายังสามารถพาทีมคว้าแชมป์กีฬาเยาวชนแห่งชาติ ก่อนที่จะถูกจับเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอะคาเดมีของ นรา ยูไนเต็ด และเมื่อ อาแว อายุ 20 ปี ได้ถูกดันขึ้นชุดใหญ่ของ นรา ยูไนเต็ด

ในปี 2016 สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ประกาศคว้าตัว อาแว เข้ามาร่วมทีม ถือเป็นเรื่องที่ฮือฮาเป็นอย่างมาก เพราะการคว้าตัว อาแว ในครั้งนี้ของบุรีรัมย์ฯ ถูกคาดหวังเล็กน้อยจากแฟนบอล ว่าจะสามารถขึ้นมาแทนที่ “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน ที่ย้ายไป เมืองทอง ยูไนเต็ด

เมื่อ อาแว ได้มาร่วมทีม ในเลกที่สอง เขาแทบจะไม่มีโอกาสลงสนามมากนัก ด้วยความที่อายุยังน้อย แถมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้คว้าตัว กรกช วิรยอุดมศิริ จากชลบุรี เอฟซี เข้ามาร่วมทัพในตำแหน่งแบ็คซ้าย กลับกลายเป็นว่า “อาแว” แทบจะไม่ได้ลงสนามเลย จนกระทั่ง ฤดูกาล 2017 ก็มีโอกาสได้ลงสนามกับผู้เล่นชุดใหญ่มากขึ้น ในรายการ อาเซียนทัวร์ ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าเขาพร้อมจะเป็นกำลังหลักให้ทัพปราสาทสายฟ้า แต่ด้วยขนาดทีมที่มีผู้เล่นค่อนข้างเยอะ ทำให้ “อาแว” ต้อง ไปเล่นให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (บี) ทีมชุดเล็กที่ส่งเข้าแข่งขันศึกไทยลีก 4 อย่างไรก็ตามในเกมเปิดบ้านพบ โปลิศ เทโร เอฟซี ซึ่งเป็นวันที่ปราสาทสายฟ้าจะคว้าแชมป์ไทยลีกในสมัยที่ 5 “อาแว” ก็ได้รับเหรียญแชมป์ไทยลีกครั้งแรกของเจ้าตัว ถึงแม้เขาจะไม่ได้ลงสนามให้ชุดใหญ่เลยสักครั้ง

ต่อมาบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ปล่อย อับดุลฮาฟิส บือราเฮง ไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์กับ “พลังเพลิง” พีทีที ระยอง ด้วยสัญญายืมตัว 1 ปี ภายใต้การคุมทัพของ “โค้ชโจ” ธีรศักดิ์ โพธิ์อ้น ที่ขณะนั้นกำลังมองหาตำแหน่งแบ็คซ้ายอยู่พอดี ก็เลยจบที่ดีลของ อาแว ในที่สุด และเขาก็ได้ลงเล่นให้กับ พลังเพลิง มาโดยตลอด และยังมีส่วนพาทีมตีตั๋วเลื่อนชั้นสู่เวทีสูงสุดได้สำเร็จ ก่อนที่ปี 2019 พีทีที ระยอง ประกาศพักทีมอย่างกะทันหัน นั่นทำให้เส้นทางของ อาแว กับ ทัพพลังเพลิงได้จบลง

ฤดูกาล 2020 “อาแว” ต้องเจอกับความท้าทาย และ “ฮึดสู้” ใหม่อีกครั้ง เมื่อเขาได้ย้ายมาร่วมทัพ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ทีมจากแดนอีสานใต้ ที่ความคาดหวังต่าง ๆ สูงขึ้นกว่าเดิม โดยได้ร่วมงานกับเจ้านายเก่าอย่าง โค้ชโจ อีกครั้ง โดยครั้งนี้ด้วยความที่ “อาแว” มีประสบการณ์ที่มากขึ้น ทำให้การลงสนามของเขาก็ได้รับโอกาสมากขึ้น ลงเล่นไปทั้งหมด 17 นัด และทำผลงานได้น่าพอใจ เขาจึงได้รับการต่อสัญาไปอีก 1 ฤดูกาล

ต่อมาเมื่อเริ่ม ฤดูกาล 2021 “โค้ชโจ” ปรับวิธีการเล่นใหม่ให้ “อาแว” จากเดิมที่เล่นเป็นแบ็คซ้าย ก็ถูกจับไปเล่นเป็นปีกซ้ายแทน เนื่องจากตำแหน่งทับกันกับ ประลอง สาวันดี ด้วยความที่ไม่ย่อท้อ และ “ใจสู้” เพื่อโอกาสในการลงสนามของตนเอง รวมถึงความมั่นใจในการเล่น อับดุลฮาฟิส บือราเฮง กลับโชว์ฟอร์มในบทบาทใหม่ที่ได้รับอย่างดีเยี่ยม ลงสนามใน รีโว่ ไทยลีก เลกแรก รวม 15 นัด ยิงได้ 1 ประตู กับอีก 3 แอสซิสต์ จนสามารถเข้าใกล้ความฝันของตนเองด้วยการมีชื่อติดทีมชาติไทยในรอบแรก ก่อนการคัดตัว 30 คนสุดท้าย ศึกชิงแชมป์อาเซียน 2020

และแม้ว่าความฝันของ “อาแว” จะยังไม่เป็นจริง แต่เชื่อเหลือเกินว่าการต่อสู้ในเลกสอง เพื่อความฝันการติดทีมชาตินั้น จะยังดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น ตราบใดที่ยังมี “พลังฮึดสู้” ชื่อของ อับดุลฮาฟิส บือราเฮง ก็จะยังไม่ถูกกาออกไปจากสารบบทีมชาติไทยอย่างแน่นอน

#M150 #พลังฮึดสู้ #นักเตะพลังฮึดสู้ #TogetherAsOne #เชียร์ไทยใจเดียวกัน #Thaileague #รีโว่ไทยลีก #บอลไทย #ฟุตบอลไทย #ไทยลีก #อับดุลฮาฟิสบือราเฮง