เกิดอะไรขึ้นกับ ฮาเต็ม เบน อาร์กฟา? จากปีกอนาคตไกลสู่พรสวรรค์ที่เสียของ

13

ครั้งหนึ่ง ฮาเต็ม เบน อาร์กฟา เคยถูกจับตามองในฐานะดาวรุ่งพรสวรรค์สูงของวงการฟุตบอลฝรั่งเศส ในเจเนอเรชั่นเดียวกับ คาริม เบนเซมา รวมถึง ซามีร์ นาสรี

ทว่าหากเทียบกับ เบนเซมา ซึ่งโด่งดังกับ เรอัล มาดริด และทาง นาสรี ที่ทำได้ดีกับการเล่นในพรีเมียร์ลีกทั้งอาร์เซนอล รวมถึงแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลายเป็นว่า เบน อาร์กฟา ไม่สามารถก้าวไปเล่นในทีมระดับท็อปได้เลย

อดีตเอเย่นต์ของเขาเคยถึงกับบอกว่าเป็น “ความสูญเปล่ามหาศาล หรืออาจเป็นความสูญเปล่าครั้งใหญ่ที่สุดในวงการฟุตบอลแห่งศตวรรษที่ 21” เลยทีเดียวกับการไม่ประสบความสำเร็จของ เบน อาร์กฟา ว่าแต่เกิดอะไรขึ้นกับเขา ถึงทำให้กลายเป็นดาวรุ่งพุ่งไม่สุด

 

Hatem Ben Arfa Lyon

‘เขาอยู่ในระดับที่แตกต่างจากคนอื่น ๆ’

เบน อาร์กฟา ก้าวเข้าสู่ทีมชุดใหญ่ของโอลิมปิก ลียง พร้อม ๆ กันกับ คาริม เบนเซมา ซึ่งในตอนนั้น เขาได้รับการยกย่องว่ามีความยอดเยี่ยมมากกว่า เบนเซมา เสียอีก

“เขาอยู่ในระดับที่แตกต่างจากคนอื่นๆ ทุกคนยกย่องเขา” พอล มอนต์โกเมอรี อดีตที่ปรึกษาด้านการสรรหานักเตะของนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด กล่าวกับ The Athletic

เบน อาร์กฟา ก้าวมาเป็นตัวหลักของลียงแบบเต็มตัวในฤดูกาล 2007/08 ด้วยการทำไป 8 ประตูและ 6 แอสซิสต์ ก่อนที่หลังจบฤดูกาลนั้น เขาจะตัดสินใจย้ายไปอยู่กับคู่แข่งร่วมลีกเอิงอย่าง โอลิมปิก มาร์กเซย ด้วยค่าตัว 12 ล้านยูโร แม้จะได้รับความสนใจจากหลายสโมสรชั้นนำในยุโรปก็ตาม

Hatem Ben Arfa Marseille PSG Ligue 1

‘ผมจะไม่กลับไปที่มาร์กเซย’

เบน อาร์กฟา เผยให้เห็นถึงทัศนคติบางอย่างที่ไม่ค่อยดีนัก อย่างเช่นการควบคุมอารมณ์ เริ่มตั้งแต่การไปมีเรื่องทะเลาะกับ เซบาสเตียง สกิลลาชี กองหลังเพื่อนร่วมทีมลียง จากการไม่พอใจที่ถูกเข้าปะทะหนักในสนามซ้อม ซึ่งทำให้เกมต่อไปเขาถูกตัดชื่อออกจากทีมเลยด้วย ส่วนทาง สกิลลาชี ยังได้มีชื่อในม้านั่งสำรอง

ขณะที่เมื่อย้ายมาอยู่กับมาร์กเซยได้เพียงแค่ 2 สัปดาห์เท่านั้น เขาก็ดันไปมีเรื่องทะเลาะกับ ฌิบริล ซิสเซ ในสนามซ้อม ซึ่งเรื่องนี้มีผลทำให้กองหน้ารุ่นพี่ร่วมทีมชาติฝรั่งเศสถูกปล่อยให้ซันเดอร์แลนด์ยืมตัวไปหลังจากนั้นไม่นานด้วย

และแม้ว่าผลงานในสนามจะถือว่าทำได้ดี เมื่อยิงไป 6 ประตู จากการลงเล่น 11 นัดแรก ถึงกระนั้นทัศนคติทีไม่ดีของเขาก็ยังก่อปัญหาในทีมอยู่เรื่อย ๆ ทั้งการไปมีเรื่องทะเลากับ โมแดสต์ เอ็มบามี กองกลางเพื่อนร่วมทีม ในช่วงก่อนเริ่มเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่พบกับลิเวอร์พูล ตามด้วยการปฏิเสธไม่ลงเล่นในเกมอุ่นเครื่องกับปารีส แซงต์-แชร์กแมง โดยอ้างว่าบาดเจ็บ นอกจากนี้ยังมีเรื่องการโดดซ้อม, การวิจารณ์กุนซือออกสื่อ และลามไปถึงการเล่นในสนามที่หลายครั้งเลือกจะไม่ส่งบอลให้เพื่อนร่วมทีมในจังหวะสำคัญ แต่ในระหว่างนี้ก็ยังมีบางช่วงที่เขายังคงร่ายเวทมนตร์การเล่นสวย ๆ ได้อยู่บ่อยครั้ง

แต่แล้วจุดแตกหักก็เกิดขึ้นในปี 2010 เมื่อเขาตัดสินใจไม่มารายงานตัวกับในข่วงปรีซีซั่น และแสดงความต้องการชัดเจนว่าไม่อยากเล่นให้มาร์กเซยอีกต่อไป

“ผมจะไม่กลับไปที่มาร์กเซย มันจบแล้ว ผมพร้อมที่จะไม่ลงเล่นในฤดูกาลนี้ ผมมีความภาคภูมิใจศักดิ์ศรีของผม” เบน อาร์กฟา กล่าวกับ L’Equipe

HATEM BEN ARFA NEWCASTLE

‘มันเป็นเรื่องตลกที่เขาเก่ง’

มอนต์โกเมอรี อดีตที่ปรึกษาด้านการสรรหานักเตะของนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เคยอยากได้ตัว เบน อาร์กฟา มาอยู่กับตั้งแต่ปี 2005 โดยที่ถูกลียงตั้งค่าตัวไว้ที่ 500,000 ปอนด์ ซึ่งถือเป็นราคาที่แพงทีเดียวสำหรับนักเตะที่ยังไม่ได้รับสัญญาเป็นนักเตะอาชีพของลียงเลยด้วยซ้ำ ทว่าสุดท้ายผู้บริหารของนิวคาสเซิลซึ่งไม่เคยได้ยินนักเตะรายนี้มาก่อนเลย ก็ตัดสินใจไม่เซ็นสัญญาด้วย

กระทั่ง 5 ปีต่อมา นิวคาสเซิลก็สมหวังได้ตัว เบน อาร์กฟา มาร่วมทีมจนได้ ด้วยการไปยืมตัวมาจากมาร์กเซย โดยมีพ่วงเงื่อนไขซื้อขาดถาวร

เขาแสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์สูงทันที ตั้งแต่การลงเล่นตัวจริงเกมแรกให้นิวคาสเซิล ด้วยลูกยิงไกลสุดสวยที่ช่วยพาทีมบุกชนะเอฟเวอร์ตันได้ถึงกูดิสัน พาร์ค 1-0

ทว่าในช่วงเดือนตุลาคม เขากลับต้องโชคร้ายบาดเจ็บหนัก ในเกมพบกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากการโดน ไนเจล เดอ ยอง พุ่งเสียบหนักจนทำให้ถึงกับขาหักเลยทีเดียว จนต้องปิดเทอมยาวตลอดทั้งฤดูกาล 2010/11

กระทั่งฤดูกาลต่อมา 2011/12 เขาก็กลับมาฟิตสมบูรณ์อีกครั้ง พร้อมโชว์ผลงานทำไป 6 ประตู 6 แอสซิสต์ ช่วยให้นิวคาสเซิลทะยานขึ้นไปจบอันดับ 5 พร้อมคว้าโควตาไปเล่นในถ้วยยุโรปอย่างยูโรป้า ลีก

“มันเป็นเรื่องตลกที่เขาเก่ง เราได้ยินทุกคนชื่นชมเขาและคุณก็เห็นได้ทันที พรสวรรค์และไหวพริบเขาของนั้นเป็นธรรมชาติมาก” เจมส์ เพิร์ช อดีตกองกลางของสาลิกาดง กล่าว

ประตูแห่งความทรงจำของเขาในฤดูกาลนั้น เกิดขึ้นในเกมพบกับโบลตัน วันเดอเรอร์ส เมื่อทาง เบน อาร์กฟา จัดการกระชากบอลตั้งแต่ครึ่งสนามแหวกแนวรับคู่แข่งเข้าไปยิงอย่างสวยงาม ซึ่งยังคงถูกยกให้เป็นหนึ่งในประตูยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาลของพรีเมียร์ลีกจนถึงทุกวันนี้

ทว่าหลังจากนั้น ผลงานของเขาก็เริ่มตกลงไป รวมถึงยังมีปัญหาเรื่องวินัยอยู่เรื่อย ๆ จนถึงขนาดเคยมีเหตุการณ์ที่ ฟาบริซิโอ โคลอชชินี กัปตันทีมนิวคาสเซิล ถึงขั้นไปบอกกับกุนซืออย่าง อลัน พาร์ดิว ด้วยการขู่ว่านักเตะทั้งทีมจะไม่ยอมลงเล่น หากมีการใส่ชื่อ เบน อาร์กฟา ลงตัวจริงเลยทีเดียว

สุดท้ายช่วงซัมเมอร์ในปี 2014 เขาถูกปล่อยให้ ฮัลล์ ซิตี้ ยืมตัวไปใช้งาน 6 เดือน หลังจากหมดสัญญายืมตัวกับฮัลล์ เขาถูกนิวคาสเซิลยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด ทั้งที่ยังเหลือสัญญาจนถึงช่วงซัมเมอร์ในปี 2015

Valere Germain Hatem Ben Arfa Nice Nantes Ligue 1 03102015

‘ภายใน 10 นาที ทางเลือกของผมก็เกิดขึ้น’

หลังจากถูกนิวคาสเซิลยกเลิกสัญญาไม่นาน เขาก็ไปเซ็นสัญญากับนีซแบบไม่มีค่าตัว โดยอ้างว่าตัดสินใจปฏิเสธข้อเสนอจากหลายทีมใหญ่ เพราะอยากมาเรียกความมั่นใจกับทีมระดับกลางของลีกเอิง หลังจากเคยถูกอดีตเพื่อนร่วมทีมนิวคาสเซิ่ลวิจารณ์ว่าขาดความมุ่งมั่นและทำผลงานได้ไม่ดีในการฝึกซ้อม

“ภายใน 10 นาที ทางเลือกของผมก็เกิดขึ้น แม้ว่าตอนนั้น เรอัล มาดริด จะโทรมา แต่ผมก็ตัดสินใจเลือกแล้ว” เบน อาร์กฟา กล่าว

ทว่าเขากลับไม่สามารถลงเล่นให้นีซได้ในฤดูกาลนั้น เนื่องจากกฎของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ห้ามไม่ให้เขาเล่นให้กับสามสโมสรในฤดูกาลเดียวกัน

กระทั่งเมื่อได้ลงเล่นให้นีซในฤดูกาลต่อมา 2015/16 เขาก็สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการทำไป 18 ประตู 7 แอสซิสต์ พาทีมจบอันดับ 4 ในลีกเอิง พร้อมคว้าโควตาไปเล่นยูโรป้า ลีก

Hatem Ben Arfa PSG 28082016

‘ผู้จัดการทีมไม่ต้องการคุณ’

หลังกู้ชื่อเสียงกลับมาได้อีกครั้งในการลงเล่นให้นีซ ทำให้ เบน อาร์กฟา ได้โอกาสย้ายไปอยู่กับทีมยักษ์ใหญ่ของลีกเอิงอย่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในปี 2016

ทว่าการมาอยู่กับเปแอสเชกลายเป็นฝันร้ายของเขา เริ่มตั้งแต่การถูกใบแดงไล่ออกในเกมปรีซีซั่น รวมถึงยังมีปัญหาไม่ลงรอยกับกุนซืออย่าง อูไน เอเมรี ซึ่งมักจะตำหนิเขาบ่อยครั้งเรื่องการไม่ยอมส่งบอลให้เพื่อนร่วมทีมในจังหวะสำคัญ จนทำให้ผู้อำนวยการของทีมในเวลานั้นอย่าง พาทริค ไคลเวิร์ต ถึงกับแนะนำให้เขาย้ายทีมออกไปในช่วงเดือนมกราคม

“ผู้จัดการทีมไม่ต้องการคุณ เราหาสโมสรให้คุณแล้วคือ เฟเนร์บาห์เช่ คุณจะได้เห็นว่าตุรกีเป็นลีกที่ดี” เบน อาร์กฟา กล่าวกับ France Football ถึงคำพูดที่ ไคล์เวิร์ต บอกกับเขา

ทว่า เบน อาร์กฟา กลับปฏิเสธการย้ายทีม และยังคงสร้างปัญหาในห้องแต่งตัวอยู่บ่อยครั้ง จนทำให้ในฤดูกาลต่อมา 2017/18 เขาถูกดองยาวไม่ได้ลงเล่นให้ทีมแม้แต่นัดเดียว

Hatem Ben Arfa Lille OSC LOSC

‘เราคว้าแชมป์ ส่วนเปแอสเชเคยชินกับการตกรอบ’

หลังจากหมดสัญญากับเปแอสเชในปี 2018 เขาตัดสินใจฟ้องร้องสโมสรทันที เนื่องจากมองว่าถูกปฏิบัติตัวอย่างไม่เหมาะสม

จากนั้นเขาไปเซ็นสัญญากับแรนส์แบบไม่มีค่าตัว พร้อมพาทีมคว้าแชมป์เฟร้นช์ คัพ ด้วยการเอาชนะเปแอสเชในนัดชิงชนะเลิศ จนทำให้แสดงความสะใจด้วยการพูดเหน็บทีมเก่าว่า “เราคว้าแชมป์ ส่วนเปแอสเชเคยชินกับการตกรอบ”

ต่อมาเขาต้องพเนจรไปอยู่กับทั้งเรอัล บายาโดลิด, บอร์กโดซ์ และลีลล์ กระทั่งกลายเป็นนักเตะไร้สังกัดมาตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์เมื่อปี 2022

เขาอาจจะเคยสร้างความเจ็บปวดให้กับผู้จัดการทีมและเพื่อนร่วมทีมในหลายทีมที่เขาเคยไปอยู่ แต่หลายครั้งเขาก็สร้างความสุขให้กับแฟนบอล ด้วยฟอร์มการเล่นอันน่าเหลือเชื่อในนาม น่าเสียดายที่ทัศนคติบางอย่างของเขา ทำให้ไม่มีโอกาสประสบความสำเร็จในระดับสูงได้อย่างที่ถูกคาดหวัง

ขอบคุณที่มา goal.com

——-

แบ่งปัน