อาซาโนะยิงแสกหน้า!ญี่ปุ่นเซอร์ไพรส์แซงดับเยอรมัน2-1

371






ทาคุมะ อาซาโนะ ยิงแสกหน้าใส่ มานูเอล นอยเออร์ พาญี่ปุ่นแซงชนะเยอรมันแบบเซอร์ไพรส์

LIVE UPDATE : เยอรมัน – ญี่ปุ่น : ฟุตบอลโลก 2022
ฟุตบอลโลก 2022 นัดแรกของกลุ่มอี ระหว่าง เยอรมัน ลงเล่นที่สนามคาลิฟา อินเตอร์เนชันแนล สเตเดียม ในกรุงโดฮา เมืองหลวงของเจ้าภาพกาตาร์ พบกับ ญี่ปุ่น

ฮันซี ฟลิค กุนซือของเยอรมัน วางหมากมาในแผน 4-2-3-1 ใช้หน้าเป้าเป็น ไค ฮาแวร์ตซ์ ทำเกมรุกร่วมกับ แซร์ช นาบรี้, โธมัส มุลเลอร์ และ จามาล มูเซียลา

ด้านญี่ปุ่นของ ฮาจิเมะ โมริยาสุ เลือกจัดทัพมาในระบบ 4-2-3-1 เช่นกัน ใช้หน้าเป้าเป็น ไดเซ็น มาเอดะ ทำเกมรุกร่วมกับ จุนยะ อิโตะ, ไดจิ คามาดะ และ ทาเคฟุสะ คุโบะ

เริ่มเกมได้ 8 นาที ฝั่งของญี่ปุ่นส่งบอลไปตุงตาข่าย จากจังหวะที่ จุนยะ อิโตะ ไหลบอลทางกราบขวาเข้าเขตโทษให้ ไดเซ็น มาเอดะ แปด้วยซ้ายจ่อ ๆ เข้าไป ทว่าถูกยกธงล้ำหน้าเสียก่อน

จากนั้นนาทีที่ 33 กลายเป็นเยอรมันมาได้จุดโทษ จากจังหวะที่ ดาวิด เราม์ ไปโดน ชูอิจิ กอนดะ ออกมาสกัดล้มลงไป ก่อนจะเป็น อิลคาย กุนโดกัน รับหน้าที่สังหารไม่พลาด ส่งให้อินทรีเหล็กออกนำ 1-0

ช่วงทดเวลานาทีที่ 45+5 เยอรมันเกือบได้ลูกสอง จากจังหวะที่ แซร์ช นาบรี้ เก็บตกบอลทางริมกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายแล้วจ่ายเข้ากลางให้ ไค ฮาแวร์ตซ์ แปด้วยขวาระยะเผาขนตุงตาข่าย แต่ก็ถูก VAR ริบประตู เพราะทาง ฮาแวร์ตซ์ อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า ทำให้จบครึ่งแรกอดีตแชมป์ 4 สมัยยังนำอยู่ 1-0

ครึ่งหลังญี่ปุ่นแก้เกมมาได้ดี จนกระทั่งนาทีที่ 75 ก็มาได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะที่ ทาคุมิ มินามิโนะ ตวัดไหลบอลทางกราบซ้ายเข้ากลางไปติดเซฟ มานูเอล นอยเออร์ มาเข้าทาง ริสึ โดอัน แปด้วยซ้ายตุงตาข่าย ทำให้สกอร์ขยับมาเท่ากันที่ 1-1

ถัดมานาทีที่ 83 กลายเป็นญี่ปุ่นมาพลิกขึ้นนำ จากจังหวะที่ ทาคุมะ อาซาโนะ แตะบอลหนีตัวประกบอย่าง นิโก้ ชล็อทเทอร์เบ็ค ก่อนยิงมุมแคบด้วยขวาแสกหน้า มานูเอล นอยเออร์ อย่างเด็ดขาด ช่วยให้ทัพซามูไรบลูแซงนำ 2-1

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม
เยอรมัน (4-2-3-1) : มานูเอล นอยเออร์; นิคลาส ซูเล, อันโตนิโอ รูดิเกอร์, นิโก้ ชล็อทเทอร์เบ็ค, ดาวิด เราม์; โยซิว คิมมิช, อิลคาย กุนโดกัน (เลออน โกเร็ตซ์ก้า น.67); แซร์ช กนาบรี้ (ยุสซูฟา มูโกโก้ น.90), โธมัส มุลเลอร์ (โยนาส ฮอฟมันน์ น.67), จามาล มูเซียลา (มาริโอ เกิตเซ น.79); ไค ฮาแวร์ตซ์ (นิคลาส ฟุลล์ครุก น.79)

สำรองไม่ได้ใช้ : มัตธีอัส กินเตอร์, ธิโล เคห์เรอร์, เควิน ทรัปป์, ลูคัส คลอสเตอร์มันน์, ยูเลียน บรันด์ท, เลรอย ซาเน, คริสเตียน กุนเตอร์, มาร์ก-อังเดร แทร์ สเตเก้น, คาริม อเดเยมี, อาร์กเมล เบลลา-โกต์ชับ

ญี่ปุ่น (4-2-3-1) : ชูอิจิ กอนดะ; ฮิโรกิ ซากาอิ (ทาคุมิ มินามิโนะ น.74), โคอุ อิตาคุระ, มายะ โยชิดะ, ยูโตะ นางาโตโมะ (คาโอรุ มิโตมะ น.57); อาโอะ ทานากะ (ริสึ โดอัน น.71), วาตารุ เอ็นโดะ; จุนยะ อิโตะ, ไดจิ คามาดะ, ทาเคฟุสะ คุโบะ (ทาเคฮิโร โทมิยาสุ น.46); ไดเซ็น มาเอดะ (ทาคุมะ อาซาโนะ น.57)

สำรองไม่ได้ใช้ : เออิจิ คาวาชิมะ, มิกิ ยามาเนะ, โชโกะ ทานิงุจิ, กาคุ ชิบาซากิ, ฮิเดมาสะ โมริตะ, ชูโตะ มาชิโนะ, อายาเสะ อูเอดะ, ดาเนียล ชมิดท์, ยูกิ โซมะ, ฮิโรกิ อิโตะ

บรรยายเกมจาก: Goal

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน และ ข้อความ

แบ่งปัน