ไม่มีคำว่าสายหากไม่ทิ้งโอกาส

10

We’re BG : กิตติพงษ์ ภูแถวเชือก ไม่มีคำว่าสายเกินไปหากคุณไม่ละทิ้งโอกาส

ค่ำคืนที่น่าจดจำของนักเตะที่ชื่อ กิตติพงษ์ ภูแถวเชือก ผู้รักษาประตูวัย 33 ปีของสโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด หลังได้ลงสนามให้กับทีมชาติไทยเอาชนะ ตรินิแดด แอนด์ โตเบโก 2-1 คว้าอันดับ 3 ในฟุตบอลคิงส์ คัพ 2022 มาครองได้สำเร็จ ซึ่งมันคือความประทับใจของนักฟุตบอลที่ครั้งหนึ่งได้มีโอกาสลงสนามให้กับชาติบ้านเกิด

แน่นอนว่าความฝันสูงสุดของนักฟุตบอลทุกคนคือการได้ลงเล่นให้กับทีมชาติ เช่นเดียวกับ “ต้น” ที่มีความฝันเช่นนั้น แต่ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 9 เดือนที่แล้วเขาเองก็คงไม่กล้าที่แม้แต่จะคิดเรื่องนี้ เพราะเขากลายเป็นนักเตะไร้สังกัด หลังถูกยกเลิกสัญญาจากต้นสังกัดเดิม จนถูกมองว่าเป็น “นักเตะตกงาน”

“ตอนนั้นรู้สึกเคว้งคว้างมากไม่รู้จะเอายังไงกับเส้นทางนี้ ผมทั้งพยายามขอร้อง และอธิบายเหตุผลกับต้นสังกัด แต่มันก็ไม่เป็นผล ผมได้แต่ยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น”

ฟ้าหลังฝนย่อมสวยงามกว่าเสมอหลังจากถูกยกเลิกสัญญากับต้นสังกัดเก่าไม่นาน กิตติพงษ์ ภูแถวเชือก ก็ได้รับการติดต่อจากสโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ที่ตอนนั้นกำลังมีปัญหาในตำแหน่งผู้รักษาประตูหลังอาการบาดเจ็บของ ฉัตรชัย บุตรพรม ซึ่งเขาก็ไม่ลังเลที่จะคว้าโอกาสนี้แม้ไม่รู้ว่าจะได้ลงสนามมากน้อยแค่ไหน

“หลังจากที่ผมถูกยกเลิกสัญญากับต้นสังกัดเก่าก็มีหลายทีมให้ความสนใจในตัวผม และได้สอบถามเข้ามาแต่ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เป็นทีมแรกที่แสดงความชัดเจนเข้ามา ซึ่งผมแทบจะไม่ต้องคิดอะไรมากเลยในการตัดสินใจครั้งนี้ เพราะนี้คือทีมยักษ์ใหญ่ของไทยลีก มีความพร้อมในทุก ๆ ด้านถ้าหากเราได้มีโอกาสทำงานร่วมกับสโมสรแห่งนี้มันคงเป็นอะไรที่สุดยอดมาก”

การย้ายมายังถิ่น บีจี สเตเดี้ยม แม้ว่า กิตติพงษ์ ภูแถวเชือก ต้องตกเป็นตัวสำรองของ ประสิทธิ์ ผดุงโชค ผู้รักษาประตูตัวเก๋าที่ย้ายมาร่วมทัพ “เดอะ แรบบิท” ก่อนหน้านั้น ซึ่งเขาก็ทราบบทบาทของตัวเองเป็นอย่างดี แต่เขาก็พยายามพิสูจน์ตัวเองว่าพร้อมที่จะช่วยทีมเสมอหากได้รับโอกาสลงสนาม

“ตอนมาที่นี่ทีมมี “พี่เก่ง” (ประสิทธิ์ ผดุงโชค) ลงสนามเป็นมือหนึ่งอยู่ ซึ่งผมเองก็ทราบบทบาทของผมดีอยู่แล้วว่าจะอยู่ในสถานะไหน แต่ผมก็พยายามฝึกซ้อม และแสดงให้เห็นว่าผมพร้อมเสมอหากได้รับโอกาสลงสนาม”

จนวันหนึ่งโอกาสแรกในการลงสนามของ “ต้น” กับทัพ “เดอะ แรบบิท” ก็มาถึงเมื่อเขาได้ลงเฝ้าเสาในเกมที่ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด บุกชนะ กระบี่ เอฟซี 5-0 ในศึกฟุตบอลถ้วยรีโว่ ลีก คัพ 2021-22 รอบ 16 ทีม และแม้ว่าเกมต่อมากับ ลีโอ เชียงราย เขาจะต้องกลับไปเป็นตัวสำรองอีกครั้ง แต่จุดเปลี่ยนสำคัญและถือว่าพลิกชีวิตของ กิตติพงษ์ ภูแถวเชือก ก็คือการเจอกับ โปลิศ เทโร เอฟซี 2 นัดติด ทั้งในฟุตบอลถ้วยเอฟเอ คัพ และฟุตบอลไทยลีก เนื่องจาก ประสิทธิ์ ผดุงโชค ที่รั้งมือหนึ่งขณะนั้นติดสัญญายืมตัวจากทัพ “มังกรโล่เงิน” ทำให้ไม่สามารถลงสนามทั้งสองเกมที่พบกันได้ จึงเป็นโอกาสของ “ต้น” ที่ได้ลงสนาม และจุดนั้นเองทำให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีมจนมาถึงทุกวันนี้

“หลังจากเกมกับ โปลิศ เทโร ทั้งสองนัด ผมก็ไม่คิดว่าจะได้ลงสนามต่อ แต่พอโอกาสมาถึงผมก็พร้อมจะทำให้ดีที่สุด จริง ๆ ผมกับพี่เก่ง (ประสิทธิ์ ผดุงโชค) เราพูดคุยกันตลอด เราไม่ใช่คู่แข่งในการแย่งมือหนึ่งกัน เราเหมือนคน ๆ เดียวกัน เพราะไม่ว่าใครจะได้ลงสนามเราก็จะเป็นกำลังให้กันและกัน และพร้อมที่จะทำเพื่อทีมให้ดีที่สุด ซึ่งผมเองก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ได้รับโอกาสลงสนามและอยากจะช่วยทีมให้ได้มากที่สุด”

หลังจากก้าวขึ้นมาเป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทัพ “เดอะ แรบบิท” กิตติพงษ์ ภูแถวเชือก ก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จนเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ชื่อของเขาก็ก้าวสู่ทำเนียบทีมชาติไทยครั้งแรก หลังมีชื่อเป็นหนึ่งในนักเตะทัพ “ช้างศึก” ชุดอุ่นเครื่องช่วงฟีฟ่า เดย์ กับทีมชาติเติร์กเมนิสถาน และบาห์เรน ซึ่งความทรงจำครั้งแรกในการลงสนามในนามทีมชาติของ “ต้น” เกิดในสนามบีจี สเตเดี้ยม ในเกมที่ทีมชาติไทยพบบาห์เรน ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก แม้ว่าจะเคยฝันว่าอยากติดทีมชาติ แต่ก็ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นในวัยเลขสาม

“มันเป็นความรู้สึกที่ดีใจมากเลยครับ แค่มีชื่อติดทีมชาติไทยมันก็เป็นอะไรที่สุดยอดแล้ว แต่พอเราได้ลงสนามด้วยแม้ว่ามันจะเป็นเพียงเกมอุ่นเครื่องแต่มันก็คือวันที่ผมจะไม่มีวันลืมเลย เพราะนี่คือการลงสนามในนามทีมชาติครั้งแรกของผม ที่สำคัญผมได้เล่นที่สนามบีจีมันยิ่งทำให้ผมรู้สึกประทับใจเป็นอย่างมาก”

จากนั้นชื่อของ กิตติพงษ์ ก็ก้าวขึ้นไปในระดับเอเชียเมื่อเขาเป็นหนึ่งในขุนพลทัพ “เดอะ แรบบิท” ลุยศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2022 และยังคงทำผลงานได้ยอดเยี่ยมต่อเนื่องจนพาบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ผ่านเข้าไปถึงรอบ 8 ทีมในศึกฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในระดับสโมสรเอเชีย ซึ่งก็นับเป็นอีกหนึ่งความทรงจำของผู้รักษาประตูวัย 33 ปี

“มันก็เป็นอีกหนึ่งรายการที่ผมเฝ้ารอที่อยากจะมีส่วนร่วมมานาน เพราะจริง ๆ แล้วผมเคยเกือบมีส่วนร่วมตอนสมัยอยู่กับ ทรู แบงค็อกฯ แต่ก็ได้เล่นแค่รอบเพลย์ออฟ จนมาครั้งนี้กับ บีจีพียู มันจึงเป็นอีกหนึ่งความประทับใจของผม เอซีแอล เป็นการแข่งขันระดับเอเชียที่มีแต่สโมสรชั้นนำของเอเชีย การได้เจอกับนักเตะที่มีคุณภาพสูงยิ่งทำให้ผมรู้สึกกระหายที่จะได้ลงเล่นทุกเกมที่ผมลงสนามมันคือความทรงจำของผมในฐานะนักฟุตบอลคนหนึ่งที่ได้มาถึงจุดนี้”

อีกหนึ่งความท้าท้ายของ กิตติพงษ์ ที่กำลังจะมาถึงในฤดูกาลนี้คือการหายจากอาการบาดเจ็บของ ฉัตรชัย บุตรพรม ผู้ซึ่งเคยเป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีม และพร้อมที่จะกลับทวงมือหนึ่งกลับมาอีกครั้ง ซึ่ง “ต้น” ก็มองว่านี่คือเรื่องที่น่ายินดี และไม่ว่าเขาจะตกอยู่ในสถานะไหนก็พร้อมที่จะทำเพื่อทีม

“จริง ๆ มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีนะที่พี่บอยหายเจ็บกลับมา อย่างที่ผมบอกในช่วงต้นในส่วนของตำแหน่งเราทุกคนรู้บทบาทหน้าที่กันดี ทุกคนพยายามทำเพื่อทีมไม่ว่าใครจะได้ลงสนามเรายินดีกันและกัน แม้ว่ามันอาจจะเป็นความท้าทายหนึ่งของผม แต่มันก็ทำให้ผมต้องพยายามฝึกซ้อมให้หนักขึ้นพยายามทำให้ดีที่สุด รักษามาตรฐานของเราให้ดียิ่งขึ้น”

เรื่องราวของ กิตติพงษ์ ภูแถวเชือก อาจเป็นสิ่งที่นักฟุตบอลอยากไปถึง แต่ถึงอย่างไรเจ้าตัวกลับมองว่าทั้งหมดยังไม่ใช่สิ่งที่เข้ามองว่ามันคือความสำเร็จ เพราะเขายังต้องการพาต้นสังกัด บีจี ปทุม ยูไนเต็ด คว้าทุกแชมป์ที่ลงแข่งขัน รวมถึงกับทีมชาติไทยหากมีโอกาสก็หวังว่าจะพาชาติบ้านเกิดให้ก้าวไปเป็นทีมชั้นนำของเอเชีย

“แม้ว่าที่ผ่านมาเรื่องราวของผมจะเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ แต่ความฝันของผมมันยังไม่จบแค่นี้ ผมต้องการประสบความสำเร็จให้มากที่สุดก่อนที่จะถึงวัยที่ต้องเลิกเล่น ผมอยากพาสโมสรของผม บีจี ปทุม ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ทุกรายการที่ลงสนาม อยากพาทีมชาติไทยก้าวไปอยู่เป็นทีมชั้นนำของเอเชีย อยากทำให้ทุกคนรู้ว่านี่คือเรา คือบีจีพียู คือทีมชาติไทย”

ล่าสุด “ต้น” กิตติพงษ์ ภูแถวเชือก เพิ่งจะได้รับโอกาสลงสนามให้กับทีมชาติไทย ในเกมที่เอาชนะ ตรินิแดด แอนด์ โตเบโก 2-1 คว้าอันดับ 3 ในฟุตบอลคิงส์ คัพ 2022 เรื่องราวของเขาจึงถือว่าน่าสนใจไม่น้อยจาก “นักเตะตกงาน” แต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่ถึงปีเขากลายเป็นผู้รักษาประตูทีมชาติไทย ได้อยู่กับสโมสรชั้นนำของประเทศ และได้เล่นฟุตบอลระดับเอเชีย ทั้งหมดแสดงให้เห็นทุกคนสามารถก้าวไปถึงจุดนั้นได้ หากพยายามทำในสิ่งที่รักและไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค ที่สำคัญไม่มีคำว่าสายเกินไปหากคุณไม่ละทิ้งโอกาส
.
#BGPUCHEERTHAI
#BGPU #บีจีปทุมยูไนเต็ด
#BGPathumUnited
#BGPUONETEAM
#ONETEAM
#ที่สุดในหนึ่งเดียว
#บอลไทย #ฟุตบอลไทย
#ทีมชาติไทย #คิงส์คัพ

แบ่งปัน