ชีวิตหลังแขวนสตั๊ดของ “เสี่ยมิ้ง”

21

#ThaiLeagueTalk | กรกช วิริยอุดมศิริ
ชีวิตหลังแขวนสตั๊ดของ “เสี่ยมิ้ง” สู่เจ้าพ่ออสังหาฯ บุรีรัมย์
By #เก้นนิติพงษ์

ไม่บ่อยนักที่เราจะเห็นนักฟุตบอลอาชีพในบ้านเรา สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารที่ดูแลธรุกิจโดยเฉพาะด้าน “อสังหาริมทรัพย์” ที่มีองค์ประกอบหลายอย่าง และเต็มไปด้วยความซับซ้อนแตกต่างไปจากฟุตบอลอย่างสิ้นเชิง

ชีวิตที่มีการวางแผน และเตรียมตัวสู่วันอำลาสังเวียนลูกหนังอย่างรอบคอบ ความสุขกับการได้ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวอันอบอุ่นในบ้านเกิดอย่าง บุรีรัมย์ ควบคู่ไปกับการทำธุรกิจหลายอย่างทั้งโครงการอสังหาริมทรัพย์ในเครือ “TADA” (ธาดา) ที่มีทั้งคอนโด, โรงแรม และหมู่บ้านจัดสรรทั่ว บุรีรัมย์ หรือแม้แต่สปอร์ต คอมเพล็กซ์ อย่าง TADA SPORTS COMPLEX (ธาดา สปอร์ต คอมเพล็กซ์) ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจสำหรับนักเตะไทยที่ยังคงค้าแข้งอยู่ ณ ปัจจุบัน กับเส้นทางหลังจากคำว่า “แขวนสตั๊ด”

THAI LEAGUE TALK ขอพาแฟนบอลทุกท่านมาพูดคุยอีกหนึ่งตัวตนของ “มิ้ง” กรกช วิริยอุดมศิริ อดีตแบ็คซ้ายดีกรีทีมชาติไทย และอดีตนักเตะของทีมระดับชั้นนำอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, ชลบุรี เอฟซี, บีจี ปทุม ยูไนเต็ด, โปลิศ เทโร เอฟซี และเชียงใหม่ ยูไนเต็ด ในฐานะทีมสุดท้ายในชีวิตการค้าแข้ง

#แขวนสตั๊ดในวัย34เพื่อมุ่งลุยธุรกิจเต็มตัว

ด้วยวิทยาศาสตร์การกีฬาในยุคปัจจุบันที่สามารถยืดอายุการค้าแข้งได้นานขึ้น บวกกับสภาพร่างกายที่ดีเยี่ยม และความเป็นมืออาชีพทั้งใน และนอกสนามของ กรกช หากจะบอกว่าการแขวนสตั๊ดด้วยวัยแค่ 34 ปีของเจ้าตัวนั้นได้สร้างความตกตะลึงให้กับแฟนฟุตบอลไทยไม่น้อย จริงอยู่ที่ “มิ้ง” อาจจะไม่ได้มีการป่าวประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ภาพที่เราได้เห็น และติดตามจากโซเชี่ยลมีเดียก็พอจะบอกได้ว่า อดีตเท้าซ้ายปลิดวิญญาณรายนี้ได้แขวนสตั๊ดไปเป็นที่เรียบร้อย

และโลกอีกใบของ กรกช วิริยอุดมศิริ ณ ปัจจุบันนี้ก็คือ “โลกธุรกิจ”

แต่ “โลกธุรกิจ” นี้ไม่ได้เพิ่งจะโผล่ขึ้นมาหลังจากเลิกเล่นฟุตบอลแต่อย่างใด หากแต่หลายๆ สิ่งที่เป็นอยู่ในวันนี้ล้วนแต่มาจากการวางแผนชีวิตตั้งแต่ในวันที่ กรกช ยังเป็นเพียงแค่นักเตะอาชีพหน้าใหม่

“เอาจริงๆ แล้วย้อนกลับไปสมัยที่ยังเป็นดาวรุ่งหรือเป็นน้องใหม่ของวงการฟุตบอล ผมมักจะขลุกอยู่กับนักเตะรุ่นพี่มากกว่ารุ่นเดียวกัน คือตั้งใจเลยว่าอยากจะซึมซับหลายๆ อย่างจากพวกเค้า พูดให้เห็นภาพก็คือไปเป็นลูกน้องเค้าเลย จนมาวันนึงแอบคิดว่า ตอนนี้เรากำลังพุ่งขึ้นมา เฉิดฉายขึ้นมา ขณะที่รุ่นพี่กำลังโรยราสวนทางกับเรา มันเป็นสัจธรรมของโลกใบนี้ว่า สักวันหนึ่งเราเองก็ต้องอยู่ในจุดที่โรยราไม่ต่างกัน เราไม่อยากไปอยู่ในจุดที่ต้องมาปวดหัว หรือคิดหนักตอนอายุเยอะขึ้นว่า ชีวิตหลังเลิกเล่นฟุตบอลจะเป็นยังไง เราจะทำอะไรดี จะหาทีมเล่นได้มั๊ย เงินเดือนที่ลดลงเยอะ ก็เลยเริ่มคิด เริ่มวางแผนระยะยาวกับตัวเองมาตั้งแต่นั้น”

#จากนักฟุตบอลสู่ผู้บริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั่วบุรีรัมย์

“ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง คือตอนที่เราเป็นนักฟุตบอล หน้าที่ของเรามันไม่มีอะไรยุ่งยาก หลักๆ ก็คือซ้อมบอลสองสามชั่วโมง สุดสัปดาห์ก็แข่ง พักผ่อน คือมันไม่ได้ซับซ้อนอะไรขนาดนั้น แต่กับบทบาทตรงนี้มันเป็นคนละแบบเลย หลายๆ วันที่ผมต้องทำงานตั้งแต่เช้าถึงดึก ก็ต้องมีการวางแผนการใช้ชีวิตใหม่เพื่อบาลานซ์ทุกอย่างให้ลงตัวที่สุด ต้องมีการคิดที่รอบคอบมากขึ้น รวมถึงการวางตัวยังไงให้ลูกน้องเคารพ”

“ชีวิตนักฟุตบอลมันอาจจะเป็นการมองเรื่องการซ้อมวันต่อวัน แข่งแมตช์ต่อแมตช์ แต่กับวงการอสังหาริมทรัพย์หรือการทำธุรกิจมันคือการต้องมองอนาคตให้ออกว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น เราต้องสร้างก่อน ทำก่อน เพื่อที่เราจะได้เติบโต ผมบอกได้เลยว่าการใช้ชีวิต และมุมมอง ณ ทุกๆ วันนี้มันเปลี่ยนไปหมดเลย”

#รายละเอียดและความใฝ่รู้คือหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจ

การแปลงร่างจากนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ที่ลงเล่นในสังเวียนต่างๆ มาทั่วประเทศ มาเป็นคนที่ต้องคุมงานก่อสร้างตามไซต์งาน คือสิ่งที่แตกต่างกันแบบสุดขั้ว ซึ่ง กรกช เองก็ยอมรับว่าเจ้าตัวไม่ได้มีความรู้ทางด้านนี้เลย แต่เพราะความใฝ่รู้ และเลือกที่จะพาตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมจริง ทำให้อดีตแบ็คซ้ายทีมชาติไทยรายนี้เข้าใจถึงธุรกิจที่ตัวเองกำลังทำ และเข้าใจคนทำงานที่อยู่ตรงหน้างานอย่างถ่องแท้

“ก่อนหน้านี้ยอมรับว่าไม่ได้มีพื้นฐานหรือความรู้อะไรเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ หรือการทำธุรกิจสักเท่าไหร่ แต่ผมเองตั้งใจไว้แล้วว่าถ้าเราทำอะไร เราก็อยากจะทำมันให้ดีที่สุด เข้าใจมันที่สุด ไม่อยากให้ใครมาบอกว่าผมเป็นผู้บริหารที่อยู่แต่บนหอคอย ผมเลยเลือกที่จะเรียนรู้จากการลงมือทำจริง ซึ่งเปิดโลกธุรกิจของผมมากๆ”

“การพาตัวเองไปอยู่หน้างาน มันทำให้เราได้เห็นมุมมองที่กว้างขึ้น เพราะเราเองไม่ได้เก่งไปซะทุกอย่าง ทุกอย่างมันต้องมาจากการเรียนรู้สนามจริง เพราะบางทีการได้เห็นปัญหาหน้างานหรือการได้อยู่ซัพพอร์ททีมงานมันกลายเป็นความรู้สึกที่ดีที่เราได้ช่วยกันทำให้ธุรกิจเดินต่อไปข้างหน้าได้ ผมว่ารายละเอียดเหล่านี้สำคัญ และไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะเรื่องของความรู้สึกของคนที่ทำงานกับเรา”

“ทีมงาน คือสิ่งที่ผมให้ความสำคัญ เพราะครั้งหนึ่งในสมัยที่เราเป็นนักเตะ เราเองก็เคยเป็นลูกน้องมาก่อน เราผ่านนายมาหลากหลายรูปแบบ ซึ่งเราเข้าใจเลยว่าการมีนายที่ดีมันเป็นยังไง ส่งผลดีต่อชีวิตเรายังไง เราก็เลยอยากจะเป็นนายที่ดีของทุกคน”

#จุดกำเนิดเสี่ยมิ้ง

หากย้อนกลับไปสักสามปีที่แล้ว แน่นอนว่าใครที่ติดตามฟุตบอลไทยก็น่าจะคุ้นหูกับคำว่า “เสี่ยมิ้ง” เป็นอย่างดี โดยเฉพาะช็อตที่คุณเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กำลังกล่าวกลางวงล้อมก่อนจะปล่อยตัวหลังซ้อมเสร็จว่า “โอเค เสี่ย” ก่อนที่ กรกช จะขานรับกลับทันทีว่า “ทั้งหมดแถวตรง” โดยที่คุณเนวินก็ได้ถามกลับอีกเช่นกันว่า “ไหน ใครเป็นเสี่ย” ท่ามกลางเสียงฮาลั่นของเหล่าบรรดาเพื่อนร่วมทีม จนกลายเป็นอีกหนึ่งวิดีโอสุดคลาสสิคของทัพ “ปราสาทสายฟ้า” ในยุคนั้น

แต่คำว่า “เสี่ยมิ้ง” จะไม่มีทางชัดเจนขึ้นมาได้เลย หากเจ้าตัวไม่ตัดสินใจลงมือทำมันอย่างเป็นรูปเป็นร่าง ด้วยคำแนะนำดีๆ จากผู้หลักผู้ใหญ่ รวมถึงแข้งซีเนียร์ ณ ตอนนั้นอย่าง สุเชาว์ นุชนุ่ม และศิวรักษ์ เทศสูงเนิน คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ “เสี่ยมิ้ง” ได้ก้าวสู่โลกของธุรกิจอย่างเต็มตัวกับ TADA SPORTS COMPLEX (ธาดา สปอร์ต คอมเพล็กซ์) ซึ่งทำให้เขาได้พบกับบทเรียนหลายๆ อย่าง คล้ายๆ กับการเตรียมตัวก่อนลงสนามใหญ่อย่างวงการอสังหาริมทรัพย์

“การทำธุรกิจด้านกีฬาเป็นอะไรที่แตกต่างออกไปจากธุรกิจอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง มันไม่ได้ง่ายอย่างที่หลายๆ คนคิด แต่ด้วยความที่ผมเองเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ก็มีฝันเล็กๆ ที่อยากจะมีสนามฟุตบอลเป็นของตัวเอง มันคือแพสชั่นของเราที่พยายามต่อยอดให้ได้มากกว่าคำว่าฟุตบอลเพื่อให้ตอบโจทย์กับกลุ่มลูกค้าที่กว้างมากยิ่งขึ้น ซึ่งหมายถึงโอกาสทางธุรกิจของเราด้วย แต่ทั้งหมดนี้มันต้องเริ่มต้นมาจากความรักในกีฬา และอยากที่จะสร้างคอมมูนิตี้ของคนรักการออกกำลังกายใน บุรีรัมย์ ให้ได้”

#นักฟุตบอลไทย #อาชีพต้องคำสาปที่กรกชต้องก้าวข้ามให้ได้

หลายๆ ครั้งที่คนเรามุ่งมั่น และตั้งใจทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนอาจจะมองข้าม หรือลืมไปว่า จริงๆ แล้วการใช้ชีวิตนั้นจำเป็นที่จะต้องมีการวางแผนให้ดี คิดให้รอบคอบ เพราะไม่เช่นนั้นมันอาจจะกลายเป็นปัญหาชีวิตระยะยาวที่ส่งผลกระทบถึงครอบครัวพร้อมกับลุกลามไปถึงคนที่เรารัก

“นักฟุตบอล” ก็เช่นกัน เรามักจะได้ยินข่าวอยู่เสมอว่าหลายๆ คนที่เลิกเล่นไป กลับต้องเผชิญกับปัญหารุมเร้าหลายๆ อย่างโดยเฉพาะการเงิน ทั้งๆ ที่หลายคนก็มองว่า “นักฟุตบอล” คืออาชีพที่ได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าอาชีพอื่นๆ ในสังคม (ขึ้นอยู่กับผลงาน ชื่อเสียง หรือแม้กระทั่งสโมสรที่สังกัด) แต่แล้วทำไมเราจึงเห็นปัญหานี้วนเวียนอยู่ในวงการฟุตบอล ?

“ผมเองยอมรับว่าก็เคยมีช่วงที่เผลอไปเหมือนกัน โดยเฉพาะวินัยทางการเงิน แต่โชคดีที่เราเรียกสติตัวเองกลับคืนมาด้วยการย้อนกลับไปนึกถึงเป้าหมายของเราตั้งแต่เด็ก เราอยากจะเข้ามาเรียนในกรุงเทพ พอได้มาเป็นนักฟุตบอลอาชีพ เราได้เห็นเงินเยอะ คือต้องเข้าใจว่าคนมันไม่เคยมีเงินเดือน มันก็มีพลั้งเผลอไปกับการกินการเที่ยว คือค่อนข้างสุดซอยเหมือนกัน ถึงจังหวะที่เรามีสติ ก็เลยตั้งอีกหนึ่งเป้าหมายให้กับตัวเองว่า เราจะต้องมีคู่ชีวิตที่ดีเพื่อสร้างครอบครัว เพื่อดึงสติเราซึ่งผมโชคดีมากๆ ที่มีเค้า (ภรรยา) อยู่เคียงข้าง”

#คำแนะนำถึงรุ่นน้องในวงการฟุตบอล

สิ่งที่ กรกช ได้ถ่ายทอดออกมา สะท้อนให้เห็นถึงคำว่าความสำคัญของ “เป้าหมาย” เพราะถ้าคุณมีเป้าหมาย คุณจะรู้ว่าสุดท้ายปลายทางของตัวเองจะเป็นเช่นไร ความหนักแน่นต่อสิ่งเร้ารอบตัวทั้งเงินก้อนโต ปาร์ตี้ แสงสี รวมไปถึงความรัก ล้วนแต่เป็นรายละเอียดที่หลายๆ คนมักจะมองข้าม ซึ่งสิ่งเย้ายวนทั้งหมดนี้สามารถยับยั้งได้ด้วยสติ และการวางแผน

“การวางแผนเป็นเรื่องสำคัญ ผมว่ามันคือสิ่งที่ทุกๆ คนควรจะนำไปใช้ไม่ใช่แค่อาชีพนักฟุตบอลแต่เพียงอย่างเดียว ผมมองอย่างนี้ว่า ณ ปัจจุบัน จะมีนักเตะอยู่สองประเภทก็คือนักเตะที่ไม่ได้วางแผน โอเค พอถึงวันที่คุณอายุเยอะ คุณก็เล่นต่อไปเรื่อยๆ เพราะคุณไม่รู้ว่าเป้าหมายของตัวเองหลังแขวนสตั๊ดคืออะไร ไม่รู้ว่าจะออกมาทำอะไร กับอีกประเภทคือคนที่มีการวางแผน พอถึงวันที่อายุเริ่มเยอะ เงินที่คุณเก็บหอมรอมริบมาหลายปีก็สามารถมาต่อยอดให้คุณได้ทำในสิ่งที่คุณสนใจ หรือมีช่องทางธุรกิจ”

“ก็อยากจะให้น้องๆ เลือกเอาว่าคุณอยากจะเป็นนักเตะแบบไหน เพราะฟุตบอลส่งคุณมาครึ่งชีวิตแล้ว เป็นสิ่งที่ผมพยายามจะย้ำเตือนน้องๆ ตลอดว่าจริงๆ แล้วความรู้ในศาสตร์ต่างๆ มันอยู่รอบตัวเราเต็มไปหมด การเข้าถึงความรู้ต่างๆ ในยุคนี้มันง่ายกว่าเมื่อก่อนมากๆ พอเราสั่งสมความรู้ไปพร้อมๆ กับประสบการณ์ เราก็จะมองเห็นช่องทางของธุรกิจต่างๆ ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น”

ชีวิตนักฟุตบอลหนึ่งคน ก็คงเปรียบได้กับทีมๆ หนึ่งที่หากหวังที่จะประสบความสำเร็จ ก็ต้องมาจากแทคติก การวางแผนหรือการจัดการที่ดี เพราะชีวิตของนักฟุตบอลไม่ได้มีเพียงแค่ในสนามเท่านั้น หากแต่ “นอกสนาม” ก็เป็นจุดสำคัญที่เต็มไปด้วยรายละเอียดที่ล้วนแต่มีผลกับชีวิตในอนาคตโดยตรง

และมุมมองจาก กรกช วิริยอุดมศิริ ในวันนี้ ก็น่าจะเป็นคำแนะนำชั้นดีที่กลั่นกรองออกมาจากประสบการณ์การค้าแข้งโดยตรงให้กับน้องๆ นักฟุตบอลรุ่นใหม่ๆ ที่กำลังก้าวขึ้นมาขับเคลื่อนฟุตบอลไทย เพื่อให้ก้าวต่อไปหลังจากชีวิตการเล่นฟุตบอลนั้นยังคงเต็มไปด้วยความสุขอยู่นั่นเอง…

#AboutTheAuthor

#เก้น #นิติพงษ์ยวนตระกูล HEAD CONTENT – ผู้บรรยายฟุตบอลหนุ่มจากแดนล้านนา ผู้หลงใหลในมนต์เสน่ห์ของ “ฟุตบอลไทย” จนตัดสินใจยกหัวใจให้ “เกมลูกหนัง” เป็นตัวนำทางชีวิต

Thai League

แบ่งปัน