ไทยลีกมาแล้ว!

4

ไทยลีกมาแล้ว!
#ช้างศึกริงไซด์ by akinson149

ล่าสุดได้มีงานแถลงข่าวเปิดฤดูกาลไทยลีก 2022/23 ที่หนนี้มาในรูปแบบใหม่แบบอลังการงานสร้างด้วยแสง-สี-เสียง เพราะจัดกันที่เวทีมวยราชดำเนินถือเป็นการส่งสัญญาณอย่างเป็นทางการว่า “ไทยลีกได้ออกสตาร์ทเป็นที่เรียบร้อยแล้วบัดเดี๋ยวนี้!”

ฤดูกาลใหม่ที่จะเริ่มคิ๊กออฟกันในวันแม่ (วันศุกร์ที่12 สิงหาคมนี้) มีความน่าสนใจทั้งเรื่องราวสถิติต่างๆและความแตกต่างจากฤดูกาลที่ผ่านๆมาอยู่เหมือนกัน ซึ่งผมจะขอเรียบเรียงนำเสนอท่านผู้อ่านเพื่อถือเป็น “น้ำจิ้ม” โหมโรงก่อนการรับชมของท่านเพื่อให้เกิดอรรถรสแห่งความละมุนยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม

เรื่องแรก คือ อาถรรพ์นัดเปิดสนามของทีมในกลุ่มลุ้นแชมป์

ถ้าว่ากันด้วยกลุ่มทีมที่เข้าข่ายเป็นแคนดิเดตลุ้นแชมป์ไทยลีกฤดูกาลใหม่แบบวัดกันด้วยผลงานที่ผ่านๆมา,ชื่อชั้น และขุมกำลังภายในสควอดของทีม หลายท่านในทีนี้คงต้องชูมือยกนิ้วให้เป็นบีจี ปทุม ยูไนเต็ด, บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด และสิงห์เจ้าท่า การท่าเรือ เอฟซี เพราะสี่รายที่ว่าถือเป็นทีมที่มีแผนงานพัฒนาที่ชัดเจน, มีการลงทุนแบบทุ่มทุนสร้าง และมีขนาดของทีมที่อยู่ในระดับต้นๆของประเทศ

แต่ท่านจะเชื่อหรือไม่ล่ะว่าเมื่อส่องดูสถิตินัดเปิดสนามที่ผ่านมาย้อนหลังไป 5 ฤดูกาล ปรากฎว่ามันจะต้องมีทีมที่ต้องอกหัก-น้ำตาตก, ออกตัวสะดุด, เครื่องส่ายไม่ได้ชัยชนะในนัดแรกแบบเหลือเชื่อ โดยหากนับเฉพาะเวทีบนลีกสูงสุดทีมที่สามารถเก็บชัยได้มากที่สุดในนัดเปิดสนามคือแข้งเทพ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่ทำได้ถึง 3 จาก 5 ครั้ง ในขณะที่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดและบีจี ปทุม ยูไนเต็ด แชมป์เก่าและรองแชมป์ และเป็นทีมที่พึ่งดวลกันไปหมาดๆในรายการไดกิ้น ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ คัพ 2022 กลับกลายเป็นทีมที่ออกตัวได้บู่ที่สุดด้วยการเก็บชัยได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นในนัดเปิดสนาม

ยิ่งถ้ามองในเรื่องของจำนวนการทำประตูที่เกิดขึ้น การท่าเรือเอฟซีของมาดามแป้งดูจะเป็นทีมที่มีสถิติออกตัวแรงแบบยิงชาวบ้านไส้แตกได้สม่ำเสมอมากที่สุด เพราะจากสถิติย้อนหลัง5ฤดูกาลในนัดเปิดสนามพวกเขายิงคู่แข่งได้ถึง11ตุง ในขณะที่ในรายอื่นต่างจั่วหัวด้วยการเจ๊า 0-0 ไม่ก็ 1-1 หรือถ้าชนะก็ออกเบียดๆแค่เม็ดเดียวเท่านั้นเอง

เรื่องที่สอง คือ การเสริมตัวที่โหดและผลการแข่งขันตลอดฤดูกาลที่น่าจะคาดเดาได้ยากขึ้น

ผมคิดว่าไทยลีกกำลังเริ่มเข้าสู่โหมดที่ผลการแข่งขันเริ่มคาดเดาได้ลำบาก เพราะหลายทีมเริ่มเรียนรู้และรู้จักวิธีการบริหาร-จัดการทีมเพื่อลงแข่งในลีกแบบที่จะต้องหวดกันยาวๆแบบข้ามปี

ทีมเล็กๆหรือทีมขนาดกลางที่ไม่ได้มีเม็ดเงินทำทีมมากมายเริ่มรู้จักวิธีรับมือทีมใหญ่ และทีมใหญ่เองก็เริ่มหันมาลดสัดส่วนการจับจ่ายนำเข้าแข้งต่างชาติลง พวกเขาเลือกที่จะกระชับการช็อปด้วยการไม่ซื้อเปะปะและหันมาโฟกัสการซื้อเข้าเฉพาะในรายที่เชื่อว่าพวกเขาขาดอยู่จริงๆ และก็มีหลายทีมที่เริ่มเน้นดันเยาวชนจากอะคาเดมี่ของตัวเองขึ้นมาติดชุดใหญ่มากขึ้นกว่าแต่ก่อน (ตัวอย่างมีให้เห็นชัดเจนที่แคมป์ฉลามชล, บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, เชียงราย ยูไนเต็ด หรือแม้แต่กิเลนผยอง เมืองทอง ยูไนเต็ด)

ในขณะที่รังกระต่าย บีจี ปทุม ยูไนเต็ดที่ได้ทั้งเจ้าเท่ห์ เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ ปีกความเร็วสูงจากสมุทรปราการ ซิตี้ และเจ้าเต้ พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล กองกลางดีกรีทีมชาติไทยจากเชียงราย ยูไนเต็ด ซึ่งทั้งสองรายนับเป็นดีลที่ “เน้น” สำหรับบอลลีกและเอซีแอลซึ่งพวกเขาก็น่าจะเข้ามาผนึกกำลังกับรุ่นพี่อย่างเจ้าตังค์, และเทพมุ้ยกรุยทางสู่การทวงแชมป์อีกครั้งหลังฤดูกาลที่แล้วพลาดท่าให้ปราสาทสายฟ้าบุรีรัมย์ฯ

ในขณะที่ข้ามมาทางฝั่งทีมน้องใหม่อย่างลำพูน วอริเออร์ การเข้ามาของโค้ชโอ่ง ดุสิต เฉลิมแสน โค้ชผู้ที่เคยพาบีจีฯไปเถลิงถ้วยแชมป์มาแล้วกับบรรดานักเตะที่เข้ามาใหม่มากถึง 14 รายซึ่งหลายคนมีดีกรีทีมชาติ, อดีตทีมชาติ และเคยอยู่สโมสรใหญ่ห้อยท้าย หรือในเคสของสุโขทัย เอฟซีที่กวาดนักเตะเข้ารังมากถึง 12 ราย บางทีการขึ้นมาวาดลวดลายบนลีกสูงสุดพวกเขาอาจไม่ได้มองแค่การอยู่รอดเท่านั้น หากแต่พื้นที่กลางตารางแบบเลขตัวเดียวก็พร้อมขอสมัครเป็นอีกหนึ่งแคนดิเดต

เรื่องสุดท้าย คือ กฎใหม่

เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ที่ผ่านมาฝ่ายพัฒนาผู้ตัดสินของสมาคมฯ ได้ร่วมกับบริษัท ไทยลีก จำกัด ได้มีการจัดอบรมและชี้แจงระเบียบการแข่งขัน, กติกา และโควต้าการขึ้นทะเบียนนักเตะประจำฤดูกาลใหม่ 2022/23 ซึ่งมีรายละเอียดที่ต่างออกไปจากเดิมอยู่หลายอย่าง กล่าวคือ การขึ้นทะเบียนนักกีฬาฟุตบอลต่างชาติ ในการแข่งขันรายการไทยลีก 1 จากเดิมต่างชาติ 3 คน เอเอฟซี 1 คน อาเซียนไม่จำกัด เปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับจำนวนต่างชาติที่ลงทำการแข่งขันในรายการเอเอฟซี แชมเปี้ยนลีกเป็นให้ขึ้นทะเบียนต่างชาติได้ 5 คน เอเอฟซี 1 คน อาเซียนไม่จำกัดจำนวน ในขณะที่เรื่องจำนวนการเปลี่ยนตัวในทุกรายการแทนระเบียบพิเศษเรื่องมาตรการโควิด-19 สามารถเปลี่ยนได้สูงสุด 5 คน ต่อ 1 เกม โดยแต่ละทีมมีโอกาสในการเปลี่ยนตัวผู้เล่นได้สูงสุด 3 ครั้ง(ในเวลาการเล่น) โดยไม่นับในช่วงพักครึ่งเวลา ซึ่งกติกาใหม่นี้น่าจะเข้ามาช่วยเพิ่มความเข้มข้นและคุณภาพของเกมได้มากขึ้นกว่าเดิม โดยแฟนบอลจะมีโอกาสได้ชมและเชียร์บรรดาแข้งนอกและแข้งเยาวชนได้มากขึ้น

เป็นยังไงบ้างล่ะครับ พอจะกล้อมแกล้มได้บ้างมั้ย? และไฟแห่งการเชียร์ทีมโปรดของท่านลุกโชนขึ้นอีกครั้งแล้วหรือยัง? ผมเชื่อว่าฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะรูดม่านเปิดฉากจะเป็นฤดูกาลที่มีสีสัน, เป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่ลุ้นกันสนุกข้ามปีกันเลยสำหรับแฟนบอลทุกสโมสร เผลอๆดีไม่ดีบางทีบทสรุปของการลุ้นแชมป์และทีมตกชั้นอาจต้องลุ้นกันจนถึงนัดสุดท้ายเสียด้วย

ไทยลีกมาแล้วนะจ้ะ ได้เวลาแพ็คกระเป๋าเดินทางไปเชียร์ทีมรักกันแล้ว!

akinson149
…………………………………………………….
“akinson149” พงศ์รัตน์ วินัยวัฒนวงศ์
Moderator เพจ thailandsusu (Section: บทความ-แปลข่าวบอลไทย) และคอลัมนิสต์ฟุตบอลไทย

#ช้างศึก #ทีมชาติไทย #TogetherAsOne #Changsuek #Thailand #บอลไทย #ฟุตบอลไทย #FAThailand #ThaiLeague #ไทยลีก