จากซานโชถึงสเตอร์ลิง : 10 นักเตะแมนฯ ซิตี้ขายออกแพงที่สุด

36

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทุ่มทุนมหาศาลเพื่ออัพเกรดจากการเป็นเพียงแค่ทีมระดับกลางตารางของพรีเมียร์ลีก ขึ้นมาสู่การเป็นหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดในโลก นับตั้งแต่ที่ ชีค มันซูร์ เข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรเมื่อปี 2008 พวกเขาพร้อมที่จะทุ่มเงินก้อนโตเพื่อคว้าตัวนักเตะที่ต้องการมาร่วมทีม

จากดีลแรกอย่าง โรบินโญ มาจนถึงดีลสถิตินักเตะอังกฤษอย่าง แจ็ค กรีลิช มูลค่าถึง 100 ล้านปอนด์ เรือใบสีฟ้ากลายมาเป็นทีมที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ

แต่พวกเขาก็ไม่ได้ทุ่มเงินซื้อแบบบ้าคลั่งไปซะทีเดียว เพราะหากไปเจอกับข้อเสนอที่ราคาแพงเกินไป ก็พร้อมที่จะล้มดีลได้เหมือนกัน เห็นได้จากกรณีของนักเตะอย่าง แฮร์รี แม็คไกวร์, เฟร็ด, จอร์จินโญ รวมถึง มาร์ก กูกูเรญา ซึ่งซิตี้มองว่าอาจจะไม่คุ้มค่าหากซื้อตัวมาร่วมทีม

การมีผู้อำนวยการฟุตบอลยอดฝีมืออย่าง ซิกิ เบกิริสไตน์ มีผลอย่างยิ่งที่ทำให้เรือใบสีฟ้าสามารถซื้อขายนักเตะได้อย่างสมดุลในทุกตลาด โดยเฉพาะการขายออกที่ก็สามารถทำกำไรได้สมเนื้อสมเนื้ออีกด้วย

GOAL ได้รวมรวบ 10 นักเตะที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขายออกจากทีมไปในราคาแพงที่สุดมาให้ได้รับทราบกัน

สถิตินักเตะแมนฯ ซิตี้ขายออกแพงที่สุดแต่ละฤดูกาล

ฤดูกาลนักเตะขายแพงที่สุดค่าตัวรายได้การขายนักเตะทั้งหมด
2022-23ราฮีม สเตอร์ลิง47.5 ล้านปอนด์140 ล้านปอนด์
2021-22เฟร์ราน ตอร์เรส47 ล้านปอนด์85 ล้านปอนด์
2020-21เลรอย ซาเน55 ล้านปอนด์70 ล้านปอนด์
2019-20ดานิโล33 ล้านปอนด์64 ล้านปอนด์
2018-19บราฮิม ดิอาซ15 ล้านปอนด์52 ล้านปอนด์
2017-18เคเลชี อิเฮียนาโช25 ล้านปอนด์52 ล้านปอนด์
2016-17สเตฟาน โยเวติช12 ล้านปอนด์32 ล้านปอนด์
2015-16อัลบาโร เนเกรโด้23.7 ล้านปอนด์61 ล้านปอนด์
2014-15ฆาบี การ์เซีย13 ล้านปอนด์27 ล้านปอนด์
2013-14คาร์ลอส เตเวซ12 ล้านปอนด์14 ล้านปอนด์
2012-13มาริโอ บาโลเตลลี18 ล้านปอนด์40 ล้านปอนด์
2011-12เยโรม บัวเต็ง12 ล้านปอนด์28 ล้านปอนด์
2010-11โรบินโญ19 ล้านปอนด์36 ล้านปอนด์
2009-10เอลาโน6.5 ล้านปอนด์28 ล้านปอนด์
2008-09เวดราน ชอร์ลูก้า8 ล้านปอนด์24 ล้านปอนด์
2007-08โจอี้ บาร์ตัน6 ล้านปอนด์9 ล้านปอนด์
2006-07เดวิด เจมส์1.5 ล้านปอนด์4 ล้านปอนด์
2005-06ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์21 ล้านปอนด์22 ล้านปอนด์
2004-05นิโกลาส์ อเนลก้า7 ล้านปอนด์8 ล้านปอนด์
2003-04มาติอัส วูโอโซ1.3 ล้านปอนด์6 ล้านปอนด์
2002-03ดิกสัน เอตูฮู1 ล้านปอนด์1 ล้านปอนด์
2001-02มาร์ค เคนเนดี้2 ล้านปอนด์6 ล้านปอนด์
2000-01ลี พีค็อก8 แสนปอนด์1.5 ล้านปอนด์

10 อันดับนักเตะย้ายออกจากแมนฯ ซิตี้ค่าตัวแพงสุด

ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์ | 21 ล้านปอนด์ | เชลซี | 2005

แมนฯ ซิตี้ ที่ในเวลานั้นยังไม่ใช่ทีมมหาเศรษฐี ต้องยอมขายเด็กปั้นของสโมสรไปให้แก่ทีมเศรษฐีใหม่อย่าง เชลซี ในปี 2005

เรือใบสีฟ้าจบอันดับ 8 ในฤดูกาลก่อนหน้านั้น โดยไม่ได้โควตาไปเล่นฟุตบอลยุโรป ส่วนทางเชลซีนั้นเพิ่งจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกหมาด ๆ

ทว่าผลงานส่วนตัวของ ไรท์-ฟิลลิปส์ กลับถือว่าไม่ประสบความสำเร็จในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ แม้ว่าจะมีส่วนร่วมคว้าแชมป์ทั้งพรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ รวมถึงคอมมิวนิตี้ ชิลด์

กระทั่งในปี 2008 เขาตัดสินใจย้ายกลับมาค้าแขงในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยมอีกครั้ง ด้วยค่าตัว 9 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าขาดทุนจากการเคยขายออกไปถึง 12 ล้านปอนด์ ก่อนจะมามีส่วนร่วมพาเรือใบสีฟ้าคว้าแชมป์แรกในยุคของ ชีค มันซูร์ ได้สำเร็จ นั่นคือ เอฟเอ คัพ เมื่อปี 2011

เจดอน ซานโช | 21.2 ล้านปอนด์ | โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ | 2017

แมนฯ ซิตี้ ซื้อปีกดาวรุ่งวัย 15 ปี จากทีมเยาวชนของวัตฟอร์ด ด้วยค่าตัว 5 แสนปอนด์ และตัดสินใจขายเขาออกจากทีมเมื่ออายุ 17 ปี โดยที่ยังไม่ได้โอกาสลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่แม่แต่นัดเดียว

ไม่มีอะไรต้องสงสัยเลยในด้านพรสวรรค์ของ ซานโช ที่ฝีเท้าถือว่าเป็นตัวท็อปของทีมเยาวชนเรือใบสีฟ้าตีคู่มากับเพื่อนร่วมรุ่นอย่าง ฟิล โฟเด้น แต่เขาก็ตัดสินใจอำลาทีมไปก่อน เพราะอยากจะได้โอกาสลงเล่นระดับอาชีพให้เร็วที่สุด

จากนั้นเขาเลือกย้ายไปอยู่กับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และก้าวขึ้นมาประสบความสำเร็จในบุนเดสลีกาอย่างรวดเร็ว

ต่อมาในปี 2021 ซานโช ได้โอกาสกลับมาที่เมืองแมนเชสเตอร์อีกครั้ง แต่เป็นการย้ายข้ามฟากมาฝั่งสีแดงอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวถึง 73 ล้านปอนด์ โดยที่ทาง แมนฯ ซิตี้ ได้ส่วนแบ่งจากดีลนี้ถึง 15% อีกด้วย

อัลบาโร เนเกรโด้ | 23.7 ล้านปอนด์ | บาเลนเซีย | 2014

กองหน้าชาวเปนค้าแข้งกับซิตี้เพียงแค่ฤดูกาลเดียวเมื่อฤดูกาล 2013-2014 และอาจจะเรียกได้ว่าเขาเล่นได้ดีเพียงแค่ช่วงครึ่งฤดูกาลแรกด้วย

เนเกรโด้ กดไปแล้ว 23 ประตูรวมทุกรายการ โดยที่ฤดูกาลเพิ่งจะผ่านมาถึงเดือนมกราคมในปี 2014 เท่านั้นเอง ทว่าหลังจากนั้นเขาดันเจอปัญหาบาดเจ็บที่หัวไหล่เล่นงาน

และหลังจากหายบาดเจ็บ เขาก็ไม่เคยกลับมายิงประตูให้เรือใบสีฟ้าได้อีกเลย แม้จะมีส่วนร่วมพาทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์อย่างลีกคัพและพรีเมียร์ลักได้ก็ตาม

สุดท้ายหลังจบฤดูกาลนั้น เขาก็ตัดสินใจย้ายกลับไปค้าแข้งในลาลีกาอีกครั้งกับบาเลนเซีย

เคเลชี อิเฮียนาโช | 25 ล้านปอนด์ | เลสเตอร์ ซิตี้ | 2017

ด้วยดีกรีการพาทีมชาติไนจีเรียคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกรุ่น U17 เมื่อปี 2013 โดยที่คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมได้ด้วย ทำให้ซิตี้ตัดสินใจไปดึงตัว เคเลชี ฮิเฮียนาโช มาจากอะคาเดมีในบ้านเกิดเมื่อปี 2014

กระทั่งในปี 2015 เขาก็ถูกดันขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ของเรือใบสีฟ้า และต่อมาก็กลายเป็นนักเตะอายุน้อยสุดที่ทำแฮตทริกให้ทีมชุดใหญ่ ในเกมเอฟเอคัพที่ถล่มแอสตัน วิลลา 4-0 เมื่อเดือนมกราคมในปี 2016

ขณะที่การลงเล่นในศึกแมนเชสเตอร์ดาร์บี้แมตช์ครั้งแรก เขาก็ยิงได้ 1 ประตู และพาทีมบุกชนะแมนฯ ยูไนเต็ดได้ถึงโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 2-1 อีกด้วย

กระนั้นการที่บทบาทส่วนใหญ่ของเขาคือการนั่งเป็นตัวสำรอง ทำให้ต้องตัดสินใจย้ายไปอยู่กับเลสเตอร์ ซิตี้ในปี 2017

ดานิโล | 33 ล้านปอนด์ | ยูเวนตุส | 2019

แบ็คขวาชาวบราซิลย้ายจากเรอัล มาดริด มาค้าแข้งในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยมเมื่อปี 2017 ด้วยค่าตัว 26.5 ล้านปอนด์

กระนั้นการที่แบ็คซ้ายตัวหลักอย่าง แบ็งฌาแม็ง เมนดี้ มักจะโดนปัญหาบาดเจ็บเล่นงาน ก็ส่งผลให้ ดานิโล ต้องโดนโยกมาเล่นทางฝั่งซ้ายอยู่บ่อยครั้ง

ต่อมาในปี 2019 ดานิโล ถูกปล่อยตัวให้ไปอยู่กับยูเวนตุส โดยเป็นส่วนหนึ่งในดีลสลับตัวกับ เชา คันเซโล ซึ่งก็กลายเป็นแบ็คซ้ายตัวหลักของซิตี้ในปัจจุบัน

ขณะที่บทบาทของ ดานิโล ทั้งการอยู่กับเรือใบสีฟ้าและทัพม้าลาย ก็มักจะเป็นการลงเล่นในฐานะตัวอะไหล่ของทีม ซึ่งสามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งในแนวรับ

โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ | 35 ล้านปอนด์ | อาร์เซนอล | 2022

ดาวเตะชาวยูเครนย้ายมาจากเอฟซี อูฟา ด้วยค่าตัวเพียงแค่ 1.7 ล้านปอนด์เท่านั้น โดยแม้จะถนัดในการเล่นเป็นกองกลาง แต่มักจะถูก เป๊ป กวาร์ดิโอลา ใช้งานในฐานะแบ็คซ้ายเป็นประจำ

ซินเชนโก้ ถือเป็นนักเตะที่แฟนบอลเรือใบสีฟ้าชื่นชอบอย่างมาก จากการยอมเสียสละลงเล่นในตำแหน่งไม่ถนัดเพื่อช่วยทีม และเขายิ่งได้รับกำลังใจอย่างล้นหลามที่ตัดสินใจช่วยทีมอย่างเต็มที่ แม้ว่าจะต้องเผชิญกับสถานการณ์เลวร้ายที่มีสงครามในบ้านเกิด

กระนั้นสุดท้ายแล้ว เขาก็ต้องการโอกาสในการลงเล่นตัวจริงอย่างสม่ำเสมอ และเมื่ออาร์เซนอลยื่นข้อเสนอเข้ามา เขาจึงตัดสินใจตอบตกลง

การไปอยู่กับ เดอะ กันเนอร์ส จะทำให้ได้ร่วมงานกับ มิเกล อาร์เตต้า อีกครั้ง และน่าจะได้เล่นเป็นกองกลางตำแหน่งถนัดมากขึ้น

กาเบรียล เชซุส | 45 ล้านปอนด์ | อาร์เซนอล | 2022

กองหน้าวัยเพียงแค่ 19 ปีจากพัลเมรัส ย้ายมาอยู่กับซิตี้ด้วยค่าตัวถึง 27 ล้านปอนด์ เมื่อปี 2016

เชซุส เข้ามาทำผลงานได้ดีทันที โดยที่แทบจะไม่ต้องใช้เวลาปรับตัวมากมาย รวมถึงยังลงเล่นร่วมกับตำนานดาวยิงของสโมสรอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร ได้ลงตัวด้วย

กระนั้นเมื่อทาง อเกวโร อำลาทีมไป เขากลับไม่สามารถทำผลงานได้ดีพอที่จะทดแทนและจะเป็นกองหน้าตัวหลักของทีมในระยายาวได้เลย

สุดท้าย เชซุส ก็ตัดสินใจย้ายไปอยู่กับอาร์เซนอล ที่ซึ่งมีคนคุ้นเคยอย่าง มิเกล อาร์เตต้า คุมทัพอยู่และพร้อมจะให้โอกาสเขากลับมาพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง

เฟร์ราน ตอร์เรส | 47 ล้านปอนด์ | บาร์เซโลนา | 2021

แนวรุกชาวสเปนอยู่กับเรือใบสีฟ้าระยะเวลาไม่นาน แต่สามารถทำกำไรได้มหาศาลเมื่อสโมสรขายเขาออกไป

ตอร์เรส ถูกซิตี้ซื้อมาจากบาเลนเซียด้วยค่าตัว 21 ล้านปอนด์ ในช่วงซัมเมอร์ปี 2020 ซึ่งเป็นการย้ายเพื่อช่วยเหลือทีมที่ปลุกปั้นเขามา เพราะกำลังประสบปัญหาการเงินอย่างหนัก

และแม้ว่าจะทำผลงานได้น่าพอใจ แต่บทบาทส่วนใหญ่ของเขาก็ไม่ตัวหลักของซิตี้ รวมถึงเจ้าตัวยังมีอาการโฮมซิกอยากจะกลับไปเล่นสเปนอีกครั้ง

สุดท้ายเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา เขาก็ได้กลับไปค้าแข้งในลาลีกาสมใจกับบาร์เซโลนา ด้วยค่าตัวถึง 47 ล้านปอนด์ ซึ่งทำให้ซิตี้ได้กำไรจากตอนซื้อมาถึง 2 เท่าเลยทีเดียว

ราฮีม สเตอร์ลิง | 47.5 ล้านปอนด์ | เชลซี | 2022

เลรอย ซาเน | 55 ล้านปอนด์ | บาเยิร์น มิวนิค | 2020

แนวรุกชาวเยอรมันถูกซิตี้ซื้อมาจากชาลเก้ 04 ด้วยค่าตัว 46.5 ล้านปอนด์ และสามารถแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัวกับการเล่นในพรีเมียร์ลีก

กระนั้น ซาเน ก็ดูจะมีความต้องการกลับไปค้าแข้งในบุนเดสลีกาอีกครั้ง และการมีข้อเสนอจาก บาเยิร์น มิวนิค ก็ถือว่าว่าเข้าทางเจ้าตัว

ทว่าการที่เขาดันประสบปัญหาบาดเจ็บหนักในช่วงซัมเมอร์ปี 2019 ทำให้การย้ายทีมต้องล่าช้าไป 1 ปี กระทั่งสุดท้ายก็ได้ไปเล่นให้เสือใต้สมใจในปี 2020

ซาเน กลายเป็นนักเตะที่ซิตี้ขายออกในราคาแพงสุดตลอดกาลด้วยค่าตัว 55 ล้านปอนด์ ซึ่งก็ทำให้สโมสรทำกำไรได้ตอนที่ซื้อเขามาอีกด้วย

ขอบคุณที่มา goal.com