สู่เป้าหมายใหม่ของ “ช้างศึก U23”

6

“PARIS 2024” 🇫🇷
ถึงเวลาลืมฝันร้าย เพื่อนับหนึ่งสู่เป้าหมายใหม่ของ “ช้างศึก U23”

ในชีวิตคนเราย่อมมีทั้งวันที่สุข และทุกข์ปะปนคละเคล้ากันไปเป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่มีใครที่มีความสุขตลอดไป หรือมีความทุกข์ตลอดกาล ทุกอย่างขึ้นอยู่กับว่าเราจะสามารถผ่านมันไปโดยที่เราได้เรียนรู้จากประสบการณ์นั้นๆ เพื่อทำให้วันพรุ่งนี้ดีกว่าเดิมได้หรือไม่… 👀

คล้ายๆ กับ 🇹🇭 ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ที่เราต้องยอมรับกันตรงๆ ว่า ผลงานในศึก U23 ชิงแชมป์เอเชียที่ อุซเบกิสถาน นั้นไม่อยู่ในมุมที่น่าประทับใจสักเท่าไหร่ถ้าเราวัดกันที่การตกรอบแรก

ชัยชนะเหนือ 🇲🇾 มาเลเซีย อาจจะเปรียบได้ดั่งน้ำทิพย์ที่คอยชะโลมใจให้เรารู้สึกดี แต่ผลเสมอต่อ 🇻🇳 เวียดนาม ชนิดที่ต้องไล่ตามตีเสมอจนถึงวินาทีสุดท้าย บวกกับความพ่ายแพ้ต่อ เกาหลีใต้ แบบเอกฉันท์ในเกมนัดสุดท้าย เทียบกับทัพ “ดาวทอง” ที่ยันเสมอแข้ง “โสมขาว” ชนิดที่ได้รับเสียงปรบมือทั่วทั้งเอเชีย คือมาตรฐานที่พูดตรงๆ ว่าเราจำเป็นต้องไปให้ถึง หากเรายังหวังที่จะก้าวมาเป็นหนึ่งในทีมระดับแถวหน้าของเอเชีย

แต่วันนี้เราไม่ได้จะมาฟื้นฝอยเพื่อตอกย้ำ หรือซ้ำเติมอะไรทั้งสิ้นครับ เพราะสิ่งสำคัญที่เราได้จากความผิดหวังในครั้งนี้ก็คือ “เราต้องรีบลุกขึ้นมา” ครับ

เพราะการแข่งขันศึก U-23 ชิงแชมป์เอเชียในครั้งต่อไปที่จะจัดขึ้นในอีก 2 ปีข้างหน้า (ปี 2024) นั้นจะมีตั๋วในฐานะตัวแทนจากโซนเอเชีย 3 ใบไปลุยศึกโอลิมปิก (ฤดูร้อน) ในปี 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เป็นเดิมพัน

ด้วยเวลาที่เหลืออีกไม่ถึงสองปี และด้วยฟุตบอลในระดับรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีที่มาตรฐานของแต่ละทีมไม่ได้แตกต่างกันมา ผมมองว่า “การวางแผน” ที่ละเอียดรอบทิศทางในทุกมิติของฟุตบอลทั้งใน และนอกสนามตั้งแต่วันนี้ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เรามีโอกาสก้าวไปถึงเป้าหมายใหญ่ที่ “ปารีส 2024” ได้

แม้ว่ามันอาจจะเป็นเรื่องยาก แต่ผมมองว่าถ้าเราอยากจะก้าวไปอยู่ในจุดที่ดีกว่าเดิม เราต้องกล้าที่จะฝัน และต้องลงมือทำมันอย่างจริงจังตั้งแต่วันนี้ และวิธีการทำงานในระยะสั้นก็อาจจะใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป

ผลผลิตจาก ซัลบาดอร์ บาเลโร่ การ์เซีย จากชุดรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ณ ตอนนี้ จะเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่คอยสนับสนุนให้ทัพ “ช้างศึก U-23” ที่จะลงไล่ล่าตั๋วลุย “ปารีส 2024” นั้นมีความแข็งแกร่ง และพร้อมมากยิ่งขึ้น เท่ากับว่าการเตรียมทีมเพื่อภารกิจนี้จำเป็นที่จะต้องทำงานควบคู่ไปกับทีมรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปีด้วย เป็นการวัดการทำงานของทีมงานหลังบ้านด้วยเช่นกัน

เราเคยพาธงไตรรงค์ไปปักตรงใจกลางสังเวียนลูกหนังในโอลิมปิก 1956 ที่ เมลเบิร์น, ประเทศ🇦🇺 ออสเตรเลีย และโอลิมปิก 1968 ที่ 🇲🇽 เม็กซิโก ซิตี้, ประเทศเม็กซิโก มาแล้ว และเราหวังว่าการรอคอยอันแสนยาวนานของแฟนบอลชาวไทยนั้นจะสิ้นสุด และสมหวังสักทีกับเวที “ปารีส 2024”

ยังมีนักเตะอีกหลายคนจากทีมชุดปัจจุบันที่สามารถต่อยอดไปถึงการเป็นแกนหลักของทัพ “ช้างศึก U23” ในภารกิจล่าตั๋ว “ปารีส 2024” ไม่ว่าจะเป็น ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา, พาตริก กุสตาฟสัน, โจนาธาร เข็มดี, ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว, ชยพิพัฒน์ สุพรรณเภสัช, อชิตพล คีรีรมย์ เมื่อบวกกับขุมกำลังที่เปรียบดั่งเพชรเม็ดงามของวงการลูกหนังบ้านเราทั้ง สิทธา บุญหล้า, โอลัคซอน เอ แทมบา, ชนภัช บัวพันธ์, คคนะ คำยก, ณัฐกิตติ์ บุตรสิงห์, นิพิฐพนธ์ วงศ์ปัญญา, เกริกพล อาบรัมย์, บุคฆอรี เหล็มดี ผมยังมั่นใจว่า ถ้าเรามีการเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ มีแผนงานที่ชัดเจนทั้งใน และนอกสนาม เราน่าจะมีโอกาสได้ลุ้นเช่นกัน

กล้าที่จะฝัน และต้องกล้าที่จะทำ… ถึงเวลาที่เราทุกคนต้องลืมฝันร้าย เพื่อนับหนึ่งสู่เป้าหมายใหม่ของ “ช้างศึก U23” อย่าง “ปารีส 2024” !!!

#เก้น #นิติพงษ์ยวนตระกูล ผู้จัดการสื่อสารการตลาด & มีเดีย หนุ่มเมืองเหนือไฟแรง : ผู้บรรยายฟุตบอล และบรรณาธิการกีฬา ที่คลั่งไคล้มนต์เสน่ห์ลูกหนังอย่างจริงจังโดยเฉพาะฟุตบอลไทย จนตัดสินใจยกหัวใจให้ “เกมลูกหนัง” เป็นตัวนำทางชีวิต

Thai League