เบนเซมาแฮตทริก! ชุดขาวพลิกดับเปแอสเช 3-1 (3-2) ทะลุ 8 ทีมUCL

589

คาริม เบนเซมา ระเบิดฟอร์มกดแฮตทริกพา เรอัล มาดริด พลิกสถานการณ์มาเป็นฝ่ายชนะ เปแอสเช ตีตั๋วเข้ารอบ 8 ทีม UCL

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2021-2022 รอบ 16 ทีมนัดสอง เป็นการพบกันระหว่าง เรอัล มาดริด เปิดรังเหย้า ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ต้อนรับการมาเยือนของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือเจ้าบ้าน ซึ่งต้องชนะด้วยผลต่างห่างเกิน 2 ประตูขึ้นไป ถึงจะพลิกเข้ารอบ เลือกจัดทัพมาในระบบ 4-3-3 ใช้สามแนวรุกเป็น มาร์โก อเซนซิโอ, คาริม เบนเซมา และ วินิซิอุส จูเนียร์

ด้านเปแอสเชของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน กุมความได้เปรียบจากการเปิดบ้านชนะมาได้ก่อนในนัดแรก 1-0 วางหมากมาในแผน 4-3-3 เช่นกัน ใช้สามแนวรุกเป็น ลิโอเนล เมสซี, คีลิยัน เอ็มบัปเป้ และ เนย์มาร์

ครึ่งแรกดำเนินมาจนถึงนาทีที่ 39 เป็นฝั่งของเปแอสเชมาได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะที่ เนย์มาร์ จ่ายบอลส่วนกลับเร็วให้ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ลากหลุดไปยิงด้วยขวาอย่างเด็ดขาด ส่งให้ทีมเยือนบุกนำ 1-0 รวมสองนัดนำห่างเป็น 2-0 และจบ 45 นาทีแรกด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังมาดริดมาได้ประตูตีเสมอ ในนาทีที่ 61 จากความผิดพลาดของ จานลุยจิ ดอนนารุมมา ซึ่งโดนทาง คาริม เบนเซมา เข้ามาบีบกดดันจนเตะบอลไปเข้าทาง วินิซิอุส จูเนียร์ จับแล้วถวายพานให้ เบนเซมา โฉบมาแปด้วยขวาจ่อ ๆ ตุงตาข่าย ทำให้สกอร์ขยับมาเท่ากันที่ 1-1 รวมสองนัดเจ้าบ้านไล่มาเป็น 1-2

ต่อมานาทีที่ 76 ราชันชุดขาวมาได้ประตูพลิกขึ้นนำ จากจังหวะที่ ลูก้า โมดริช จ่ายทะลุช่องเข้าเขตโทษให้ คาริม เบนเซมา ยิงด้วยขวาแฉลบบล็อคของ มาร์ควินญอส เปลี่ยนทางเข้าไป เป็นลูกสองของเจ้าตัวในเกมนี้ด้วย ช่วยให้อดีตแชมป์ 13 สมัยแซงนำ 2-1 รวมสองนัดสกอร์กลายมาเป็นเสมอกันที่ 2-2 แล้วด้วย

ถัดจากนั้นเพียงแค่นาทีที่ 78 มาดริดมาบวกลูกสามเพิ่มได้อีก จากความผิดพลาดของ มาร์ควินญอส ซึ่งดันเตะสกัดบอลไปเข้าทาง คาริม เบนเซมา ฉวยโอกาสวิ่งโฉบมายิงแบบจิ้มหัวเกือกด้วยขวาอย่างเฉียบคม เป็นแฮตทริกของเจ้าตัวในเกมนี้ด้วย ส่งให้เจ้าบ้านนำ 3-1 รวมสองนัดกลายมาเป็นแซงนำ 3-2 แล้วด้วย

สุดท้ายไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่มเติมอีก ทำให้จบเกมเป็นเรอัล มาดริดชนะไป 3-1 รวมผลสองนัดชนะไป 3-2 ตีตั๋วเข้ารอบ 8 ทีมได้สำเร็จ

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม
เรอัล มาดริด (4-3-3) : ธิโบต์ กูร์ตัวส์; ดานี การ์บาฆาล (ลูคัส บาสเกวซ น.66), เอแดร์ มิลิเตา, ดาวิด อลาบา, นาโช เฟร์นานเดซ; ลูก้า โมดริช, เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้, โทนี โครส (เอดูอาร์โด้ กามาวินก้า น.57); มาร์โก อเซนซิโอ (โรดรีโก้ น.57), คาริม เบนเซมา, วินิซิอุส จูเนียร์
สำรองไม่ได้ใช้ : เฆซุส บาเญโฆ, เอเด็น อาซาร์, มาร์เซโล, อังเดร ลูนิน, ลูก้า โยวิช, แกเร็ธ เบล, ดานี เซบาญอส, อิสโก้, มาเรียโน ดิอาซ
ใบเหลือง – นาโช เฟร์นานเดซ น.43, วินิซิอุส จูเนียร์ น.44, ดานี การ์บาฆาล น.60, ลูคัส บาสเกวซ น.88

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (4-3-3) : จานลุยจิ ดอนนารุมมา; อัชราฟ ฮาคิมี (ยูเลียน ดรักซ์เลอร์ น.88), มาร์ควินญอส, เพรสแนล คิมเพมเบ้, นูโน เมนเดส; เลอันโดร ปาเรเดส (อิดริสซา เกย์ น.71), ดานิโล เปเรรา (อังเคล ดิ มาเรีย น.80), มาร์โก แวร์รัตติ; ลิโอเนล เมสซี, คีลิยัน เอ็มบัปเป้, เนย์มาร์
สำรองไม่ได้ใช้ : เกย์ลอร์ นาวาส, เมาโร อิคาร์ดี้, โกแล็ง ดักบา, จอร์จินิโย ไวจ์นัลดุม, อับดู ดิยัลโล, ธิโล เคห์เรอร์, จูเนียร์ ดินา อีเบมเบ้, ชาบี ซิมอนส์, เอดูอาร์ มิชูต์
ใบเหลือง – เลอันโดร ปาเรเดส น.7, จานลุยจิ ดอนนารุมมา น.61, อัชราฟ ฮาคิมี น.81, เพรสแนล คิมเพมเบ้ น.83

ขอบคุณที่มา goal.com

แบ่งปัน