ปริศนาของซูเปอร์สตาร์

49

[ #ปริศนาของซูเปอร์สตาร์ ]

ปฏิกิริยาของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หลังจบเกมแมนฯยูไนเต็ดบุกไปแบ่งแต้มเชลซีเมื่อคืนวันอาทิตย์ ก่อให้เกิดการถกเถียงและคำถามขึ้นมากมาย

คิดดูเอาแล้วกันว่าสองกูรูชื่อดังแห่งสกาย สปอร์ตส์อย่าง รอย คีน กับ เจมี่ คาร์ราเกอร์ ยังขัดแย้งกันทางความเห็น ตอบโต้กันดุเดือดผ่านทางจอทีวี แบบไม่ลดราวาศอกกันเลยทีเดียว

ในขณะที่ คีน ดูเหมือนจะพุ่งเป้าไปยัง ไมเคิ่ล คาร์ริค ไม่สมควรดร็อปนักเตะที่มีความพิเศษในเรื่องการทำประตูไว้ที่ข้างสนาม อุตส่าห์ไปทาบทามกลับมา เสร็จแล้วจับนั่งในเกมสำคัญได้อย่างไรกัน

หากจะมองเรื่องความขยันในเรื่องวิ่งกดดันฝ่ายตรงข้าม ก็ควรอนุโลมบ้าง เพราะประโยชน์ของดาวเตะโปรตุกีสคือการยิงประตู ซึ่งคือหัวใจสำคัญของเกมอยู่แล้ว

ความชัดเจนคือการรีเทิร์นแมนฯยูไนเต็ด ไม่ใช่เพื่อมาเป็นแค่อะไหล่หรือลงเล่นแบบนัดเว้นนัด หากไม่มีปัญหาบาดเจ็บหรือติดโทษแบน ยังไงก็ต้องออกสตาร์ต

ส่วน คาร์ร่า เห็นต่างอย่างสิ้นเชิง มองว่าไม่ใช่ความผิด คาร์ริค กุนซือขัดตาทัพเลยสักนิด โรนัลโด้ ไม่ได้เปรี้ยงปร้างอย่างเมื่อก่อน ในวัย 36 ปีอาจจะดูแลร่างกายอย่างดี ยืนระยะได้อย่างน่าทึ่งก็ตาม

เหมือนต้องการจะถามว่า โรนัลโด้ เป็นใคร? ทำไมกุนซือจะให้สำรองไม่ได้หรือ? นี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย เพื่อพยายามจะหาเหตุผลมาคัดง้าง คีน ซึ่งคล้ายตั้งใจโอบอุ้มอดีตเพื่อนร่วมทีมมากเกินจริง

สองคนนี้โต้เถียงกันอย่างหน้าดำคร่ำเครียด แบบไม่มีใครยอมใคร เชื่อมั่นในเหตุผลและความเชื่อของตัวเอง ถึงขนาดที่ว่า จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลเบงค์ ซึ่งมาร่วมวิเคราะห์เกมด้วย อดอมยิ้มขำในความมุ่งมั่นจริงๆของสองคนนั้นไม่ได้

แน่นอนว่าวิวาทะดังกล่าวคงจบลงพร้อมรายการ ดราม่าคงไม่ได้ลากยาวกันต่อ

แต่ความกังขาน่าสงสัยของใครต่อใครหลายคนไม่ได้จบลงแค่ตรงนั้น โดยเฉพาะเมื่อมองย้อนกลับไปยังคำถามของ เดฟ โจนส์ พิธีกรรายการ ซึ่งกระทุ้ง คีน ว่าหากผู้จัดการทีมคนใหม่มาล่ะ โรนัลโด้ จะเป็นอย่างไร

อดีตกัปตันทีมปีศาจแดง ตอบทันควันแบบไม่ต้องคิดทบทวนอะไรทั้งสิ้น — “ก็ให้เขาลงเล่นเป็นตัวจริงสิ”

ขณะเดียวกัน คีน ยังเข้าข้าง โรนัลโด้ ที่ปรี่เข้าห้องแต่งตัวทันที หลังเกมจบลงโดยไม่สนใจจับมือหรือทักทายเพื่อนนักเตะคนอื่น

จังหวะเดียวกันนั้นเอง เมื่อปะหน้า คาร์ริค ซึ่งยืนรออยู่ โรนัลโด้ ยื่นมือไปแตะตอบสนองเหมือนทำอย่างเลี่ยงไม่ได้

หลายคนมองว่าไม่เหมาะสมเลยกับพฤติกรรมเช่นนี้ พอจะเข้าใจได้ว่าไม่พอใจสุดๆที่เจอดร็อปในเกมสำคัญ ทั้งที่สถิติการถล่มประตูยังดีไม่มีตก 6 ประตูจาก 5 เกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกการันตีได้

อีกทั้งนี่คือวาระสำคัญ เพราะหากยิงประตูเชลซีได้สำเร็จ ชื่อของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะถูกบันทึกซัดครบ 800 ประตู ตลอดอาชีพค้าแข้งทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ

ลองจินตนาการดูแล้วกันว่า นักเตะสักคนที่ล่าตาข่ายอย่างบ้าคลั่งต่อเนื่องนับสิบปี จนขยับเข้าใกล้หลักพัน เต็มไปด้วยความกระหายมุ่งมั่นทุกวินาทีที่ลงเล่น สมควรจะได้รับรางวัลตอบแทนในเกมลักษณะนี้หรือเปล่า

บรรดาสื่อและกูรูวิเคราะห์เกมทั้งหลายมองว่า อาการบึ้งตึงไม่แคร์ใคร เผ่นเข้าห้องแต่งตัวก่อนเพื่อนของ โรนัลโด้ มาจากการหลุดไปอยู่ในซอกหลืบ ไม่ได้มีความสำคัญลงเป็น 11 คนแรกเหมือนอย่างเคย

แต่ก็มีบ้างเชื่อว่าหงุดหงิดกับภาพรวมของทีมมากกว่า ควรจะได้ประตูชัยนาทีสุดท้าย เอดูอาร์ เมนดี้ อุตส่าห์จ่ายบอลพลาดไปเข้าเท้า เฟร็ด แบบง่ายๆแล้ว แต่ไม่อาจฉกฉวยให้เกิดประโยชน์ได้เลย

ไม่ว่าจะหัวเสียเรื่องอะไรก็ตาม บางทีเขาควรจะควบคุมอารมณ์ความรู้สึกบ้าง เพราะหากปล่อยอย่างนี้เรื่อยๆ จะมีผลต่อบรรยากาศในทีมอย่างแน่นอน

แมนฯยูไนเต็ดแถลงอย่างเป็นทางการแต่งตั้ง ราล์ฟ รังนิก เป็นผู้จัดการทีมระยะสั้น 6 เดือนจนจบซีซั่น จากนั้นจะถอยมานั่งที่ปรึกษาพิเศษ แต่บทบาทใหญ่ชี้เป็นชี้ตายขุมกำลังนักเตะได้

ตอนนี้ยังไม่มีใครสามารถให้คำตอบ กุนซือเยอรมันจะใช้แท็คติกหรือแนวทางแบบไหนต่อสู้ในสนาม มีเพียงแค่การคาดเดาไปต่างๆนานากันมากกว่า

แม้เราจะรู้ดีว่านี่คือกุนซือที่ชื่นชอบเพรสซิ่ง วิ่งกดดันคู่แข่ง บีบพื้นที่ ปิดการขึ้นเกม แต่ก็ไม่มีอะไรมาการันตีเลยว่า แมนฯยูไนเต็ดภายใต้การคอนโทรลของเขาเล่นอย่างไร

รวมถึง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะถูกใช้งานให้เกิดประโยชน์มากน้อยแค่ไหนด้วย

เคสนี้พูดถึงกันอยู่บ่อยๆ มีไม่น้อยสรุปทันควันว่า ซูเปอร์สตาร์ชาวโปรตุกีสไม่น่าจะเหมาะกับ รังนิก ซึ่งเน้นความขยัน วิ่งพล่านทำงานหนัก วิ่งไล่ตั้งแต่แดนบน ซึ่งไม่ใช่คุณสมบัติของ โรนัลโด้

กระนั้นไม่แฟร์เลยที่จะตัดสินกันไปก่อน ยังไม่ทันได้เห็น รังนิก ทำหน้าที่เลยสักนัด ก็คิดเป็นตุเป็นตะไปแล้ว

ประสบการณ์ผ่านงานกุนซือและบริหารจัดการอย่างโชกโชน เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง เชื่อเถอะว่า รังนิก คงไม่รีบร้อนเรื่อง โรนัลโด้ ต้องใช้เวลาสักพักศึกษาและทำความเข้าใจกันก่อนอยู่ดี

ทั้งบอสและลูกน้องผู้ทรงอิทธิพล จำต้องปรับตัวเข้าหากัน นั่นแหล่ะคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผลักดันแมนฯยูไนเต็ดกลับมายิ่งใหญ่ให้ได้อีก

หากคุณเป็นแข้งอาชีพที่เคยประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล เต็มไปด้วยแพสชั่น แสดงความมุ่งมั่นทุ่มเทเสมอ มันย่อมเป็นเรื่องน่าผิดหวัง หากต้องอยู่ในสถานะตัวสำรองเมื่อมีเกมสำคัญ

โรนัลโด้ เองก็คงไม่แตกต่างกัน เหนืออื่นใดที่สุดคือการพูดคุยนี่แหล่ะ อธิยายเหตุผลให้กระจ่างแจ่มแจ้ง ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นปริศนาคาใจไปเรื่อยๆ

อย่าลืมว่าเบื้องต้น รังนิก เองไม่ได้ขนทีมงานมาแบบยกแผงเลย ไว้เนื้อเชื่อใจทีมสต๊าฟฟ์ชุดเก่า มีแนวโน้มว่า ไมเคิ่ล คาร์ริค , ไมค์ ฟีแลน และ คีแรน แม็คเคนน่า จะได้รับการสนับสนุนเช่นเดิม แม้จะต้องเผชิญกับเสียงวิจารณ์ไม่น้อยว่าปล่อยให้ โซลชา ตกระกำลำบากคนเดียว

นี่จึงน่าเป็นสัญญาณเตือนว่า รังนิก คงไม่ได้มาพร้อมมีดเล่มโตสำหรับผ่าตัดครั้งใหญ่เลย มีแนวโน้มประนีประนอมมากกว่า

หรือการไปขุดคำพูดเก่าในอดีตของ รังนิก ที่เคยให้ความเห็นในทำนอง โรนัลโด้ แก่และแพงเกินไป มันคงไม่ได้หมายความว่าจะต้องเขี่ยทิ้งเลย

บางที รังนิก อาจมองว่า ด้วยปัจจัยและเงื่อนไขมากมาย ไม่จำเป็นต้องให้ โรนัลโด้ วิ่งกดดันฝ่ายตรงข้ามแบบบ้าเลือด แต่ใช้จังหวะตามความเหมาะสม

โลกใบนี้เต็มไปด้วยข้อยกเว้น โรนัลโด้ ที่กำลังจะครบ 37 ปีในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 ก็เช่นเดียวกัน

เมื่อคุณมีนักเตะที่ตอบโจทย์ถล่มประตูได้อย่างสม่ำเสมอ เรี่ยวแรงยังดีเยี่ยมไม่มีตก คุณจะปล่อยให้นั่งสำรองถาวรหรือ

ต่อให้เขายิงได้แล้วผลลัพธ์ออกมาไม่เป็นอย่างที่หวัง อาจถึงขั้นต้องพ่ายแพ้ แต่นั่นคือการทำหน้าที่ตามมอบหมายอย่างเต็มกำลังแล้ว

ทางที่ดีสุดคอยดูสักพัก เราอาจได้คำตอบว่า รังนิก ต้องการอะไรจาก โรนัลโด้ กันแน่ เพราะเวลานี้ยากเกินกว่าเจาะจงชี้ชัด

สโมสรไหนก็ตามมีแข้งเก่งระดับซูเปอร์สตาร์ อีกทั้งได้กุนซือมือฉมังกุมบังเหียน มักหนีเรื่องทำนองนี้ไม่พ้นหรอก

ทำอย่างไรให้การทำงานมีความเป็นทีมมากสุด นั่นแหล่ะคือสิ่งสำคัญ