ส่องกล้องวิเคราะห์ “เมียนมา”

20

ส่องกล้องวิเคราะห์ “เมียนมา”
แข้งสายเลือดใหม่ที่อาจกลายเป็นหอกข้างแคร่ “ช้างศึก”
#แบกเป้ดูบอลไทย By #เก้นนิติพงษ์

148 คือ ฟีฟ่า แรงกิ้ง ของ เมียนมา คู่แข่งทัพ “ช้างศึก” ในเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020 ที่แม้จะต่างกับไทยถึง 30 อันดับ แต่ต้องยอมรับว่าเราคงประมาทเขาไม่ได้ เพราะผลการแข่งขันทุกแมตช์ล้วนมีความหมายกับการทำภารกิจกู้ศรัทธาบัลลังก์อาเซียน ตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มนัดแรกยันนัดสุดท้าย…

วันนี้ผมจะพาทุกท่านไปส่องกล้องวิเคราะห์ “เมียนมา” ทีมสายเลือดใหม่ที่อาจกลายเป็นหอกข้างแคร่ของ ไทย ใน ซูซูกิ คัพ 2020 ถ้าพร้อมแล้ว ลุยครับ !!!

ผลงานใน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 เมียนมา อยู่กลุ่ม เอ ร่วมกับ เวียดนาม มาเลเซีย กัมพูชา และลาว แม้จะไม่ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ แต่ “ประสบการณ์” คือสิ่งที่นักเตะและ อองตวน เฮย์ กุนซือของทีมได้รับมาเต็มๆ

เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020 เมียนมา จะไม่มีสตาร์หลักจากไทยลีกอย่าง อ่อง ธู แนวรุกจากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ลงสนามในฤดูกาลนี้ไปทั้งสิ้น 12 จาก 14 เกมแรก พร้อมซัด 2 ประตู, จอ โคโค ดาวเตะตัวหลักจากแพร่ ยูไนเต็ด ที่โชว์เพลงแข้งไป 11 จาก 15 นัดแรก พร้อมยิง 2 ตุง รวมถึง ซอ มิน ตุน แนวรับจาก ตราด เอฟซี ที่ลงเล่น 9 จาก 15 นัดแรก แต่ก็ถูกชดเชยด้วยระบบการจัดการหลังบ้านที่ไม่เป็นสองรองใคร เพราะพวกเขาได้วางแผนไปเก็บตัวอุ่นเครื่องที่ประเทศตุรกีแบบเต็มอิ่ม 1 เดือนเต็ม (ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา) ภายใต้การนำทัพของ อองตวน เฮย์ กุนซือคนดีคนเดิม ดีกรี ยูฟ่า โปรไลเซ่นส์ ชาวเยอรมัน วัย 47 ปี แน่นอนว่าเขารู้จักนิสัยใจคอบรรดาแข้งเมียนมาเป็นอย่างดี เนื่องจากปี 2021 คือปีที่สี่ที่เขาคลุกคลีกับฟุตบอลทีมชาติเมียนมาชุดใหญ่ภายใต้การทำทีมในฐานะเฮดโค้ช

ผลงานการอุ่นเครื่องของ เมียนมา 3 นัดที่ประเทศตุรกี

ชนะ สโมสรมานาฟกัต สปอร์ ทีมจากลีกสมัครเล่น 2-1
พ่าย บุรุนดี 1-2
พ่าย อินโดนีเซีย 1-4

สกอร์ที่ออกมาอาจวัดอะไรเป็นชิ้นเป็นอันไม่ได้ เพราะนี่เป็นเพียงเกมอุ่นเครื่อง แม้จะเเพ้ถึง 2 จาก 3 แมตช์ แต่ขึ้นชื่อว่า เมียนมา ที่เต็มไปด้วยทีมพลังหนุ่ม พวกเขาไม่มีทางหันหลัง และพร้อมพิสูจน์ตัวเองเต็มที่เพื่อโอกาสติดทีมชาติชุดใหญ่อย่างต่อเนื่องรวมถึงเจริญตามรอยรุ่นพี่กับการไปเล่นในลีกต่างประเทศ

นักเตะที่น่าจับตามีหลายคน ไล่มาตั้งแต่ อ่อง กอง มันน์ แนวรุกตัวจี๊ดจาก ศรีปะหัง ทีมบนลีกสูงสุดของมาเลเซีย ที่รู้ไส้รู้พุงนักเตะทีมชาติไทยเป็นอย่างดี หลังเจ้าตัวเคยค้าแข้งให้กับทั้ง ตราด เอฟซี, ลำปาง เอฟซี รวมถึง ขอนแก่น ยูไนเต็ด ประกอบกับสถิติลงเล่น 11 นัด ยิง 11 ประตูของเขาให้ทีมชาติเมียนมา รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ทำให้ อ่อง กอง มันน์ คือหนึ่งในดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดคนหนึ่งใน พ.ศ. นี้ของเมียนมา

เฮียน เฮ็ต อ่อง อีกหนึ่งดาวเตะวัย 20 ปี จากสลังงอร์ เอฟซี ทีมอันดับ 5 ในศึกมาเลเซีย ซูเปอร์ลีก 2021 ที่ฝีเท้าไม่ธรรมดา เพราะเจ้าตัวก้าวขึ้นไปติดทีมชาติเมียนมา ยู-23 ตั้งแต่อายุ 15 ปี แนวรับไทยต้องจับตาให้ดี เพราะนอกจากเขาจะมีความเร็วและจบสกอร์ได้ดีแล้ว การเล่นลูกนิ่งคืออีกไพ่เด็ดที่พร้อมเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูได้ทุกเมื่อ

อย่างไรก็ตาม เมียนมา ชุดนี้ยังจะมี เลง โบโบ มิดฟิลด์ที่เพิ่งยิงประตูในเกมอุ่นเครื่องนัดส่งท้ายกับ อินโดนีเซีย ก่อนลุย ซูซูกิ คัพ 2020 คุมแดนกลาง และเขาน่าจะเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของทีมชุดนี้ เพราะ เลง โบโบ คือแข้งที่ผ่านประสบการณ์กับการแข่งขันรายการนี้เมื่อปี 2018 ในฐานะแข้งตัวจริงตลอด 4 นัด ในรอบแบ่งกลุ่ม พร้อมยิง 2 ประตู เป็นดาวซัลโวของทีม

แม้สื่อหลายสำนักอาจมองข้าม เมียนมา ถึงการเป็นคู่แข่งในการแย่งเข้ารอบโดยตรงกับทีมชาติไทย สิงคโปร์ รวมถึงฟิลิปปินส์ ในกลุ่ม เอ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ฟุตบอลพลังหนุ่ม” พร้อมปล่อยของและสวมบทแจ็คผู้ฆ่ายักษ์เสมอ

ย้อนสถิติ ซูซูกิ คัพ 2016 พวกเขากลายเป็นทีมม้ามืด โดยมี อ่อง ธู ศูนย์หน้าวัย 20 ปี ณ ขณะนั้น ที่ยิง 2 ประตู จาก 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม พา เมียนมา ไปไกลถึงรอบรองชนะเลิศครั้งแรกในรอบ 12 ปี เป็นแข้งตัวหลัก โดย เมียนมา ชุดดังกล่าวยังมีผลงานสำคัญฝากไว้คือการ “ถลกหนังเสือ” มาเลเซีย ในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มด้วยชัยชนะ 1-0

ขณะที่ผลงานของ เมียนมา ใน ซูซูกิ คัพ 2018 แม้จะตกรอบแรก ด้วยสถิติ ชนะ 2 เสมอ 1 และแพ้ 1 มี 7 คะแนน แต่ชัยชนะทั้งสองเกม คือการทำตามมาตรฐานที่ทีมควรทำได้ นั่นคือการคว้าชัยเหนือ กัมพูชา และ ลาว ส่วนอีกหนึ่งแต้มที่คว้าได้ คือการยันเสมอ เวียดนาม (แชมป์ในปีดังกล่าว) 0-0

เช่นกันกับศึกครั้งนี้ที่ยังคงนำ แชมป์ และ รองแชมป์ ของกลุ่ม เอ และ บี ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ “ช้างศึก” ที่ตั้งเป้าเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม เพื่อต่อยอดโอกาสในการคว้าแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่ 6 ต้องโฟกัสกับทุกเกมตลอด 90 นาที หากไม่อยากให้ เมียนมา หรือทีมใดก็ตามกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ตกม้าตาย…

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอล เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020 ของทีมชาติไทย มีดังนี้

🗓 5 ธันวาคม 2564 ⏰ 16.30 น.
🇹🇱 ติมอร์ เลสเต พบ ไทย 🇹🇭

🗓 11 ธันวาคม 2564 ⏰ 19.30 น.
🇹🇭 ไทย พบ เมียนมา 🇲🇲

🗓 14 ธันวาคม 2564 ⏰ 16.30 น.
🇵🇭 ฟิลิปปินส์ พบ ไทย 🇹🇭

🗓 18 ธันวาคม 2564 ⏰ 19.30 น.
🇹🇭 ไทย พบ สิงคโปร์ 🇸🇬

📺 ถ่ายทอดสดทุกนัดทาง ช่อง 7HD

#เก้น #นิติพงษ์ยวนตระกูล ผู้จัดการสื่อสารการตลาด & มีเดีย หนุ่มเมืองเหนือไฟแรง : ผู้บรรยายฟุตบอล และบรรณาธิการกีฬา ที่คลั่งไคล้มนต์เสน่ห์ลูกหนังอย่างจริงจังโดยเฉพาะฟุตบอลไทย จนตัดสินใจยกหัวใจให้ “เกมลูกหนัง” เป็นตัวนำทางชีวิต

#ช้างศึก #TogetherAsOne #Thailand #บอลไทย #ฟุตบอลไทย #FAThailand #AFFChampionship #ซูซูกิคัพ #AFFSuzukiCup2020