[ดอนนี่ที่แท้จริง]

58

[ บนอัฒจันทร์ฝั่งอีสต์สแตนด์ ]
ตอน : ดอนนี่ที่แท้จริง

ในที่สุดตอนนี้โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ก็กลายเป็นอดีตผู้จัดการทีมของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปเรียบร้อยแล้ว

ด้วยฟอร์มการเล่นที่เละเทะจนกู่ไม่กลับ แทคติกที่ไม่ว่าจะปรับยังไงก็ไม่ได้ทำอะไรให้มันดีขึ้น ฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ความอดทนของบอร์ดบริหารพังทลาย นั่นคือในเกมวันเสาร์ที่ออกไปแพ้วัตฟอร์ดทีมท้ายตารางเละเทะแบบไม่มีทรงใด ๆ ถึง 4-1 และเท่ากับว่า คนที่ยิงประตูสุดท้ายให้กับเขาในการคุมทีมแมนฯ ยูไนเต็ด นั่นก็คือ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มิดฟิลด์ชาวดัตช์ที่โอเล่ โซลชา หมางเมินมาตลอด

ถ้าพูดถึงดอนนี่ ผมเห็นดอนนี่มาตั้งแต่อายุ 17-18 วนเวียนอยู่ในชุดสำรองของอาแจ็กซ์ สลับกับชุดใหญ่

ขึ้นมาชุดใหญ่แล้วใช้เวลาสักพักเลยแหละกว่าจะยิงประตูให้ชุดใหญ่อาแจ็กซ์ได้ เอาใจช่วยเขามาตลอด

พอเขาจับจังหวะแทคติกของเอริค เทน ฮาก ได้ ทั้งประตู ทั้งแอสซิสต์ ก็ไหลมาเทมา

เขาโด่งดังเป็นพลุแตกตอนอาแจ็กซ์เข้ารอบรองแชมเปี้ยนส์ ลีก เขาคือคีย์แมนที่มีความสำคัญไม่แพ้ เฟรงกี้ เดอ ยอง หรือ มาไตจ์ส เดอ ลิกต์ (ผมเรียกชุดนั้นว่าชุด “3 กุมารฮอลแลนด์”) ถึงแม้คนจะพูดถึงเขาน้อยกว่าอีกสองคนที่กล่าวมาก็ตาม

ตอนดอนนี่ย้ายมาแมนฯ ยูฯ บอกเลยว่าโคตรดีใจ ถึงแม้จะรู้อยู่ลึก ๆ ว่าเขาอาจจะไม่มีที่ลง เพราะอยู่อาแจ็กซ์เขาเล่นตำแหน่งเบอร์ 10 ไม่ถึงกับเป็นเพลเมกเกอร์สร้างสรรค์เกม แต่เขาคือคนที่คอยป้วนเปี้ยนในเขตโทษ ขอแค่บอลมาถึงเถอะเดี๋ยวเขาจัดการเอง จะยิงหรือจ่าย ได้หมด

พอมาอยู่กับแมนฯ ยูไนเต็ดได้ปีกว่า เขาได้รับโอกาสน้อยกว่าที่คิดไว้มาก ในทีมชาติจากที่เป็นตัวจริง สุดท้ายตอนนี้หลุดจากทีมไปเรียบร้อย ฟุตบอลโลกก็ยังลูกผีลูกคน ฟาน กัล ไม่ได้การันตีตำแหน่งให้หากไม่ได้รับโอกาสลงสนาม

แต่คืนวันเสาร์เขาแสดงให้ทุกคนเห็นแล้วว่า ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค สมัยที่เล่นให้อาแจ็กซ์ สมัยที่มีชื่ออยู่ในลิสต์นักเตะลุ้นรางวัลบัลลงดอร์ มันเป็นยังไง

45 นาทีที่ได้รับโอกาสคือช่วงเวลาที่เขาเล่นดีที่สุดให้แมนฯ ยูฯ มันคือช่วงเวลาที่เขาเล่นเป็นตัวเองที่สุด ประตูที่ทำได้ก็คือประตูตามสไตล์ของเขาโดยแท้ ย่องเงียบสอดเข้าเขตโทษแล้วจัดการลงโทษไม่เหลือซาก

จากประตูแรกที่เขายิงในนัดเปิดสนามพรีเมียร์ ลีก เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ที่แพ้คริสตัล พาเลซ 3-1 มาสู่ประตูที่สองหลังจากผ่านมาปีกว่า คือยิงในนัดแพ้วัตฟอร์ด 4-1

เอาเถอะ ถึงแม้จะยิงในนัดที่ทีมแพ้ตลอด แต่มันก็ทำให้หลายคนหายคาใจ ว่าเขาเล่นได้หรือไม่ได้ แม้จะเป็นแค่เวลา 45 นาที ก็ตาม

ดีใจกับเขาจริง ๆ ที่ผ่านมาเขาเจอช่วงเวลาลำบากมามากมาย และต่อจากนี้ก็ไม่ได้การันตีว่ายิงลูกนี้ไปแล้วชีวิตมันจะดีขึ้นกี่มากน้อย แต่อย่างน้อยก็ทำให้โลกได้เห็น ว่าดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มันไม่ได้ห่วยเว้ย เขาเล่นให้ทีมใหญ่ได้ทุกทีมบนโลก ขอแค่ให้โอกาสเขาพิสูจน์ให้ทุกคนได้ดู

จากนี้ไม่ว่าใครจะมาคุมทีมต่อจากโอเล่ โซลชา ไม่ว่าจะซีเนอดีน ซีดาน เอริค เทน ฮาก หรือ เบรนดัน รอดเจอร์ส เชื่อว่านับจากนี้

ชีวิตของ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค น่าจะสดใสขึ้น ฝีเท้าคุณภาพแบบเขา ก็คงมีเพียงโค้ชที่ไม่มีคุณภาพเท่านั้นที่มองไม่เห็น และไม่ยอมให้โอกาส

ลูกทีมแบบนี้โค้ชคนไหนก็ต้องการ สำรองอดทน ไม่บ่น ไม่งอแง ก้มหน้าก้มตาฝึกซ้อมให้ดีที่สุด และรอคอยโอกาส และเมื่อมีโอกาสก็ทำผลงานเต็มที่แบบมืออาชีพ แถมยังยิงประตูได้ จนเกือบจะช่วยชีวิตคนที่ไม่เคยเห็นเขาอยู่ในสายตา นี่แหละมืออาชีพของจริง

โลกได้เห็นแล้วว่าฝีเท้าของเขาเป็นอย่างไร และเขาคู่ควรที่จะได้รับการปฏิบัติแบบไหน และหากโอเล่ โซลชา เห็นคุณค่าในตัวดอนนี่ตั้งแต่แรก ๆ บางทีโอเล่ โซลชา อาจจะได้นั่งอยู่บนเก้าอี้กุนซือแมนฯ ยูไนเต็ด นานกว่านี้ก็เป็นได้

รูปภาพ