บทสรุปเกมประเดิมสนามของ ชาบี

36

ชาบี เอร์นานเดซ ประเดิมคุม บาร์ซ่า เกมแรกไปแล้วเมื่อช่วงดึกวันเสาร์ที่ผ่านมา ผลการแข่งขันออกมาตามเป้า เอาชนะ เอสปันญ่อล อริร่วมเมืองไปได้ 1-0 ถือเป็นการกลับมาเก็บชัยครั้งแรกในรอบ 4 นัดใน ลา ลีกา หลังก่อนหน้านี้ แพ้ เรอัล มาดริด 1-2,แพ้ ราโย บาเยกาโน่ 0-1 และเสมอ เซลต้า บีโก้ 3-3

3 แต้มในนัดนี้ทำให้ บาร์ซ่า ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 6 ของตาราง จากการลงสนาม 13 นัด ชนะ 5 เสมอ 5 แพ้ 3 ยิง 20 เสีย 5 ประตู ตามหลังจ่าฝูง เรอัล มาดริด ที่แข่งเท่ากัน 10 แต้ม

ตลอด 90+6 นาทีที่ คัมป์ นูเราได้เห็นอะไรบ้างในทีม บาร์ซ่า ยุค ชาบี ?
…………………………..
บรรยากาศที่เปลี่ยนไป
บรรยากาศใน คัมป์ นู กลับมาคึกคักอีกครั้ง แฟนบอลเข้ามาชมเกมถึง 74,412 คน มากกว่าเกมในบ้านนัดล่าสุดกับ อลาเบส (คุมโดย เซร์จี้ บาร์ฆวน) ที่เข้ามาเพียง 37,278

เทียบกับยุค คูมัน เกมในบ้านนัดสุดท้ายของกุนซือดัตช์คือ เอล กลาซีโก้ ที่มีแฟนบอลเข้ามา 86,422 คน ทว่าคงต้องยกเว้นไว้ เพราะนี่คือเกมที่สำคัญที่สุดใน คัมป์ นู ซึ่งแฟนเข้ามาเยอะเป็นประจำอยู่แล้ว

เมื่อถอยกลับไปดูยอดผู้ชมเกมในบ้านนัดก่อนหน้านั้นของ คูมัน คือเกม แชมเปี้ยนส์ลีก กับ ดินาโม เคียฟ ปรากฏว่ามีแฟนบอลเข้าสนาม 45,968 คนเท่านั้น

เกมกับ เอสปันญ่อล บรรยากาศใน คัมป์ นู เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด บาร์เซโลนิสต้า เข้าสนามมากกว่าเดิมเฉลี่ยแล้วถึง 1 เท่าตัว

เหตุผลสำคัญก็คือการกลับมาของ ชาบี ซึ่งเป็นตำนานของสโมสรที่แฟนๆทั้งรักและศรัทธา ไม่ว่าใครก็อยากจะเข้าก็เป็นสักขีพยานในการคุมทีมวันแรกของฮีโร่คนนี้

อย่างไรก็ตาม ที่สำคัญกว่านั้นคือ ชาบี ทำให้ทุกคนเชื่อมั่นว่าพวกเขาจะได้เห็น บาร์ซ่า กลับมาเล่นฟุตบอลอย่างมีชีวิตชีวา ในสไตล์ของตัวเองอีกครั้ง หลังจากผิดหวังอย่างแรงกับ คูมัน ที่ผลการแข่งขันก็แย่ อีกทั้งสไตล์ก็ไม่ใช่
…………………………..
เซอร์ไพรส์จาก ชาบี
ชาบี ให้สัมภาษณ์ก่อนเกม 1 วันว่า “ในทีมอาจมีเซอร์ไพรส์วันพรุ่งนี้” ปริศนาที่เขาทิ้งไว้ทำให้แฟนๆเฝ้าติดตามว่ามันคืออะไร และเมื่อถึงวันแข่งก็ต้องยอมรับว่าเซอร์ไพรส์จริงๆ

เกมแรกในฐานะเทรนเนอร์บาร์ซ่า ชาบี เซอร์ไพรส์แฟนๆด้วยการส่ง อีเลียส อาโกมัช ไอ้หนูวัย 17 ลงสนามเป็นตัวจริงในตำแหน่งปีกขวา

อีก 10 คนที่เหลือ ชาบี เลือก แทร์ ชตีเก้น, มินเกซ่า,ปีเก้,เอริก การ์เซีย,ยอร์ดี้ อัลบา แดนกลาง บุสเก็ตส์,เดอ ยอง,นิโก้,เมมฟิส และ กาบี

รวมแล้ว ชาบี ใช้นักเตะจาก ลา มาเซีย ทั้งสิ้น 8 คนในการออกสตาร์ท และ 2ใน 8 มีอายุแค่ 17 ปี

ก่อนเกม ออสการ์ เอร์นานเดซ ผู้ช่วยของ ชาบี พูดถึง อีเลียส ว่าเป็นปีกธรรมชาติ โดดเด่นในจังหวะตัวต่อตัว สามารถเพิ่มมิติเกมด้านกว้างได้ และด้วยโมเดลการเล่นของทีม นี่คือนักเตะที่ทีมต้องการ และสมควรที่จะได้รับโอกาส

การมีชื่อเป็น 11 คนแรกของ อีเลียส นับว่าเซอร์ไพรส์มากๆแล้ว แต่ฟอร์มการเล่นของ อับเด้ เอซซัลซูลี ดาวรุ่งโมร็อกโกที่ถูกเปลี่ยนลงมาแทน อีเลียส ในครึ่งหลังนับว่าเซอร์ไพรส์ยิ่งกว่า

อับเด ลงมาในครึ่งหลัง (นาที 46) และเล่นได้อย่างโดดเด่นตลอดทั้งเกม ในตำแหน่งเดียวกับ อีเลียส เขาสร้างความปั่นป่วนให้กับแผงหลังของ เอสปันญ่อล โดยเฉพาะกับ อาดรีอา เปโดรซ่า แบ็กซ้าย ทักษะและความเร็วของเขาช่วยยกระดับเกมของ บาร์ซ่า ให้อันตรายยิ่งขึ้น จนได้รับคะแนนความสามารถ 8 ซึ่งสูงที่สุดในทีมจากการประเมินของ นสพ.สปอร์ต

อับเด ได้รับโอกาสครั้งแรกจาก เซร์จี้ บาร์ฆวน ในเกมกับ อลาเบส 11 นาที จากนั้นลงเล่นอีก 11 นาทีในเกมเสมอ เซลต้า 3-3 ก่อนจะโดดเด่นตลอดทั้ง 45 นาทีในเกมล่าสุดกับ เอสปันญ่อล
…………………………..
ความต่างในความเหมือน
สิ่งที่ คูมัน โดดเด่นที่สุดในการคุม บาร์ซ่า คือการเปิดโอกาสให้นักเตะอายุน้อยหลายคนได้ลงสนามในชุดใหญ่ และเมื่อ ชาบี มาถึง เขาก็เลือกทำในแบบเดียวกัน หากแต่มีความลึกมากกว่า

ท่ามกลางปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บ คูมัน พลิกวิกฤตเป็นโอกาส ดึงแข้งดาวรุ่งขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ หากแต่เมื่อถึงจุดนึง เมื่อดาวรุ่งที่ขึ้นมาเริ่มมีผลงานตกลง บางคนได้รับบาดเจ็บต้องหายหน้าไปจากทีม คูมัน ก็หมดไอเดีย

กุนซือดัตช์เลือกที่จะปรับแท็คติกไปตามสถานการณ์ที่เผชิญ (3-5-2) พร้อมกับบอกให้ทุกคนยอมรับว่านี่คือ “นี่คือสิ่งที่ บาร์ซ่า มี” (es lo que hay) ซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันอย่างมาก

เมื่อ ชาบี มาถึง ทีมประสบปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บมากมายเช่นกัน เขาทำในสิ่งที่ไม่ต่างไปจาก คูมัน โดยหันไปให้โอกาสดาวรุ่งทันที ทว่า ชาบี กับทีมงานเจาะลงไปมากกว่า ก่อนมองเห็นศักยภาพในตัวนักเตะบางคนที่ คูมัน เมื่อถึงจุดนึงเอื้อมไปถึง

อับเด กับ อีเลียส คือหลักฐานสำคัญที่ชี้ว่า คูมัน พลาดไป แต่ ชาบี มองเห็นและให้โอกาสทันที อย่างไรก็ตามในรายของ อับเด ต้องยกเครดิตให้ เซร์จี้ บาร์ฆวน ด้วย

สไตล์ที่กลับคืนมา
ชาบี ไม่ได้ทำให้แฟนๆผิดหวัง เขาทำให้ บาร์ซ่า กลับมาเล่นในสไตล์เดิมอีกครั้ง เป็น บาร์ซ่า ที่ทุกคนคุ้นเคย เล่นเกมรุกตลอดเวลา มีไอเดียชัดเจน เน้นครองบอลเพื่อนำไปสู่การยิงประตู

จังหวะที่ เอสปันญ่อล บิวด์อัพจากแดนหลัง ทีมขยับเข้าเพรสซิ่งสูง (High pressing) เพื่อสร้างความกดดันให้มากที่สุด ส่วนจังหวะที่พลาดเสียบอลหรือโดนตัดได้ ทีมเข้ารุมเพรสทันทีเพื่อเอาบอลกลับคืนมา ซึ่งเป็นแบบฉบับเดียวกับที่ เป๊บ กับ ตีโต้ เคยทำเอาไว้

เกมจึงดูสนุก ซึ่งที่ออกมาเช่นนี้ได้เพราะนักเตะเคลื่อนที่มากขึ้นกว่าเดิม ทำให้เกมไหลลื่น มีความต่อเนื่อง

ในเชิงจิตวิทยา นักเตะมีความกระหาย แสดงให้เห็นถึงความตื่นตัว ความทุ่มเท ต้องการพิสูจน์ตัวเองให้แฟนบอลในสนามได้เห็น ซึ่งแรงกระตุ้นเหล่านี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามาจากไหน ต้องปรบมือให้กับ ชาบี เลย

ในเชิงแท็คติก สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างสังเกตเห็นได้ชัดคือการยืนตำแหน่งของผู้เล่นหลายๆคนที่สูงขึ้นกว่าเดิม

โดยเฉพาะแผงกลางและแผงหลังที่ดันขึ้นมาเล่นแบบ high line อันเป็นกลยุทธ์เกมรับที่เอื้อให้ทีมสามารถเล่นเกมรุกได้อย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยแนวรับดันขึ้นสูงมาบีบพื้นที่คู่ต่อสู้ ทำให้กองหน้าเอสปันญ่อล เหลือพื้นที่ในการรับ-ส่งบอลน้อยที่สุด เพื่อง่ายต่อการรุมแย่งเอาบอลกลับมา

การเล่นในลักษณะนี้เป็นกลุยุทธ์ที่เอื้อให้ทีมมีตัวผู้เล่นในเกมรุกมากกว่าคู่ต่อสู้, ตัวรุกของทีมอยู่ใกล้พื้นที่สุดท้ายมากขึ้น แต่ก็ต้องอาศัยการสื่อสารที่ดีแม่นยำ นักเตะจะต้องเข้าใจกันและกันเป็นอย่างดี

จากภาพที่เห็นในหลายช่วงของเกมที่ บาร์ซ่า บีบใส่ เอสปันญ่อล ให้ต้องถอยร่น จนตกอยู่ในวงล้อม ต้องชมเชยว่า ชาบี กับทีมงานทำได้ดีมาก ที่ถ่ายทอดให้นักเตะเข้าใจแท็คติกและทำตามได้
…………………………..
มีเทพีแห่งโชคยืนอยู่บนไหล่
แน่นอนว่าหากมองในแง่ของสไตล์ ชาบี ทำได้น่าประทับใจ นี่คือรูปแบบการเล่นที่แฟนบาร์ซ่าอยากเห็น หากแต่ต้องยอมรับว่า ชาบี มีโชคไม่น้อย

แม้จะเล่นได้ในสไตล์ที่ใช่ แต่ก็ยังขาดรายละเอียดและความเนี๊ยบอยู่พอสมควร ทำให้ทีมยิงประตูในจังหวะโอเพ่นเพลย์ไม่สำเร็จ อีกทั้งจุดโทษที่ได้มาก็ค่อนข้างคลุมเครือ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าประตูจาก เมมฟิส เดปาย ทำให้ บาร์ซ่า คลายความกดดันลง เล่นได้ง่ายขึ้น แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถจัดการ เอสปันญ่อล ได้อยู่หมัด

หากว่ากันถึงความจะแจ้ง และการสร้างโอกาส ทีมของ บิเซนเต้ โมเรโน่ มีไม่น้อยกว่าเลย ลูกโหม่งของ ราอูล เด โตมัส ที่พุ่งชนเสาเต็มๆ ,ลูกโขกโล่งๆระยะเผาขนของ ลานดรี้ ดิมาต้า นาทีที่ 83 ที่หลุดกรอบไปอย่างไม่น่าเชื่อ ,โอกาสของ หวู่ เล่ย ในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 95 ซึ่งเกือบเปลี่ยนเป็นประตู

หากมองตรงจุดนี้ เอสปันญ่อล คือทีมที่สร้างโอกาสจะแจ้งได้มากกว่า และจากทั้งหมดที่มีพวกเขาสมควรได้ผลเสมออย่างยิ่ง

เมื่อรวมเข้ากับความไม่ชัดเจนในจังหวะจุดโทษ ก็ทำให้คิดได้ว่า ชาบี โชคดีขนาดไหนในนัดนี้ บรรยากาศจะออกมาอย่างไร ถ้าถูกตีเสมอในตอนท้าย
…………………………..
บทสรุป
นี่เป็นเพียงเกมแรก และ ชาบี เองก็ทำงานภายใต้ข้อจำกัดมากมาย ทั้งเวลาในการเตรียมทีมที่น้อย ,การขาดผู้เล่นคีย์แมนไปหลายราย,นักเตะที่ลงเล่นมีอายุและประสบการณ์น้อยมาก ขณะที่บางตำแหน่งก็อยู่ในภาวะจำยอมต้องหยิบมาใช้งานทั้งๆที่คุณภาพไม่ดี ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น

แฟนจำต้องมองข้ามข้อผิดพลาดตรงนี้ไปก่อน เพราะถึงยังไง ทุกคนต่างก็รู้กันอยู่แล้วว่า ชาบี คือโปเรจคต์ระยะยาวของสโมสร เพื่อการนี้เขาต้องการทั้งเวลาและโอกาส

สิ่งสำคัญคือทีมเอาชนะได้ และชัยชนะนัดนี้นอกจากช่วยขยับอันดับในตารางแล้ว ยังเสริมความมั่นใจให้ทีมก่อนเกมนัดสำคัญกับ เบนฟิก้า ในกลางสัปดาห์…ค่อยเป็นค่อยไปครับ

#เจมส์ลาลีกา

อาจเป็นรูปภาพของ 3 คน และ ข้อความพูดว่า "bein SPORTS BY เจมส์ ลาลีกา บทสรุปเกมประเดิมสนามของ ชาบี"