นักเตะและโค้ชยอดเยี่ยมไทยลีก : สัปดาห์ที่ 9

13

ผู้รักษาประตู : อภิรักษ์ วรวงษ์ (ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด)

ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในการช่วยเซฟประตูของกว่างโซ้งมหาภัย และสามารถเก็บคลีนชีตจากขอนแก่น ยูไนเต็ด คว้า 3 แต้มที่ไม่ง่ายในบ้านของตัวเองได้สำเร็จ

กองหลัง : บรินเนอร์ เอ็นริเก (ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด)

อีกหนึ่งคีย์แมนในเกมรับของกว่างโซ้งโดยเซนเตอร์ชาวบราซิลถือเป็นปราการด่านสำคัญที่เคลียร์บอลช่วยทีมได้ถึง 9 ครั้งในเกมเปิดบ้านเอาชนะ ขอนแก่น ยูไนเต็ด ซึ่งหากไม่มีเขาอาจจะทำให้ อภิรักษ์ ต้องออกแรงมากกว่านี้ก็เป็นได้
กองหลัง : เรบิน ซูลากา (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
แม้เกมนี้จะพลาดบุรีรัมย์เป็นฝ่ายพลาดเสียประตูไปก่อน แต่ภาพรวมของแนวรับชาวอิรักก็ทำได้ดี มีความเด็ดขาด และพยายามตัดเกมบุกของราชบุรีที่พยายามทำสกอร์ได้หลายครั้ง ทำให้ทีมไม่เสียประตูเพิ่มและเก็บสามแต้มกลับบ้านได้สำเร็จ

กองหลัง : อันเดรส ตูเญซ (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)

นับตั้งแต่หายเจ็บกลับมา กองหลังวัย 33 ปี ก็ช่วยให้แนวรับ บีจี ปทุมฯ แข็งแกร่งขึ้นชัดเจน เช่นเดียวกับในเกมที่เปิดบ้านชนะ แข้งเทพ 1-0 ตูเญซ เล่นได้อย่างเหนียวแน่น และ เด็ดขาด รวมถึง ยังเป็นคนที่คอยเซ็ตเกมขึ้นมา เห็นได้จากสถิติที่จ่ายบอลมากที่สุดในสนามถึง 55 ครั้ง
ปีกขวา : ฟิลิป โรลเลอร์ (การท่าเรือ เอฟซี)
ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่นาทีแรกจนจบเกมกับความขยันที่เติบเกมบุกจนสุดเส้นเพื่อผ่านบอลกดดัน ประจวบ แต่วินัยเกมรับไม่ขาด โดยต้นเกมตามมาสกัดลูกเปิดของ อภิชาติ เด็นหมาน และรักษามาตรการเล่นได้ตลอด 90 นาที

กองกลาง : ซาร์ดอร์ มีซาเยฟ – (เอสซีจี เมืองทอง)

สร้างเกมบุกให้ กิเลนผยอง ได้ดี โดยเกมกับ โปลิศ เทโร เอฟซี มีส่วนสร้างโอกาสให้ทีมได้เยอะ กระทั่งเป็นคนยิงตีเสมอที่อาศัยความนิ่งพลิกหลบกองหลังคู่แข่งแล้วยิงเข้าไปแบบเหนือชั้น จนเรียกความมั่นใจกลับมาสู่ทีมและเก็บ 3 แต้ม ในบ้านได้สำเร็จ

กองกลาง : ฉัตรมงคล ทองคีรี (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)

ตลอด 75 นาทีที่อยู่ในสนาม ห้องเครื่องวัย 23 ปี ทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะการตามประกบติด เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดส จนสร้างสรรค์เกมรุกได้ไม่ถนัด ก่อนเป็นผู้เล่นเอาท์ฟิลด์ ที่แย่งบอลกลับคืนมาได้มากที่สุดในทีมถึง 9 ครั้ง กระทั่งมีส่วนสำคัญช่วย บีจี ปทุมฯ เปิดบ้านชนะ แข้งเทพ 1-0 กลับสู่เส้นทางป้องกันแชมป์เต็มตัว

ปีกซ้าย : อับดุลฮาฟิส บือราเฮง (นครราชสีมา เอฟซี)

จากแข้งโนเนม มาวันนี้ ดาวเตะวัย 26 ปี กลายเป็นความภูมิใจของชาวนราธิวาสเต็มตัว เมื่อแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ดีต่อเนื่อง โดยในเกมเปิดบ้านชนะ สมุทรปราการ 1-0 อับดุลฮาฟิส โดดเด่นทั้งจังหวะการเล่นเกมรุก และ รับทางฝั่งซ้าย ก่อนเป็นผู้เล่นที่สร้างโอกาสให้ทีมได้มากที่สุดถึง 5 ครั้ง นำมาซึ่งแอสซิตส์ประตูชัยของทีมในนัดนี้
กองหน้า : ซามูเอล โรชา (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
คีย์แมนสำคัญอีกคนของปราสาทสายฟ้าในเกมสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่พยายามสร้างความปั่นป่วนให้เจ้าถิ่นตลอดเกมการแข่งขัน แถมยังช่วยทำไป 1 แอสซิสต์กับ อีก 1 อีก ประตู ให้ทีมพลิกมาชนะได้แบบหวุดหวิดในช่วงท้ายเกม

กองหน้า : แฮมิลตัน โซอาเรส (หนองบัว พิชญ เอฟซี)

ดาวยิงบราซิลยังคงเป็นความหวังสูงสุดของพญาไก่ชนทั้งจังหวะการทำประตูและเทคนิคเฉพาะตัวที่ปั่นป่วนแนวรับสุพรรณบุรี เอฟซี ที่แม้จะมาทำได้ดีในเกมนี้แต่ก็ต้องมาเสียท่าด้วยลูกยิงสุดสวยของเจ้าตัว ซึ่งตลอดทั้งเกมเขาเอาชนะการดวลตัวต่อตัวได้ 13 ครั้งและชนะดวลกลางอากาศถึง 9 ครั้ง

กองหน้า : ธีรศิลป์ แดงดา (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)

กองหน้าวัย 33 ปี มีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน เมื่อตลอด 90 นาที ธีรศิลป์ โดดเด่นทั้งจังหวะพักบอล เก็บบอล และ ยังมีสถิติชนะลูกกลางอากาศ 2 จาก 3 ครั้ง ซึ่งมากที่สุดในทีม รวมถึง ยังมีจังหวะลงมาเล่นเกมรับ ที่สำคัญ ยังเป็นคนทำประตูชัยจากจุดโทษเฉียบขาด ช่วย บีจี ปทุมฯ เปิดบ้านชนะ แข้งเทพ 1-0 หยุดสถิติชนะรวดของคู่แข่งไว้ที่ 5 นัด

โค้ช : อเล็กซานเดอร์ กามา (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

ถึงแม้เกมนี้จะเป็นงานหนักเพราะทีมต้องขาด 3 แกนหลัก ทั้ง ดิเกา ที่เจ็บ ส่วนสุภโชค และรัตนากร ที่โดนแบนทำให้ช่วงแรกโดนเจ้าถิ่นสร้างโอกาสและจบสกอร์ได้ก่อน แต่กุนซือชาวบราซิลก็ยังแก้เกมได้ทัน ได้ 2 ประตูรวด พลิกกลับมาคว้าชัยนัดที่ 5 ติดต่อกัน เก็บสามแต้มสำคัญยึดตำแหน่งจ่าฝูงต่อไป

ขอบคุณที่มา goal.com