สาลิกาภาพเบลอที่มองเห็น

22

[ #สาลิกาภาพเบลอ ]

หลังพ่ายแพ้ต่อท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ในเกมพรีเมียร์ลีกล่าสุด นิวคาสเซิ่ลขบวนนี้ยิ่งเปิดเผยจุดอ่อนให้เห็นมากขึ้นทุกที

ผ่าน 8 เกมในลีก นอกจากไม่ชนะเลย ยังเก็บได้เพียงแค่ 3 แต้มเท่านั้น เดาไม่ยากเลยว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร

สถานการณ์ดิ้นรนหนีตกชั้นกำลังกวักมือรอเรียกอยู่ ซึ่งนั่นหน้าหนักใจอย่างมากสำหรับกลุ่มเจ้าของและผู้บริหารชุดใหม่ ซึ่งหลายคนเข้ามาเป็นสักขีพยานที่เซนต์ เจมส์ พาร์คด้วย

ทันทีที่ คัลลัม วิลสัน พุ่งโขกตุงตาข่ายให้เดอะ แม็กพายส์ออกนำอย่างรวดเร็วตั้งแต่นาทีที่ 2 กล้องตัดไปยังไดเร็กเตอร์บ็อกซ์ โซนที่นั่งของเหล่าผู้บริหารทันที

อะแมนด้า สเตฟลี่ย์ ผู้หญิงซึ่งถูกพูดถึงมากสุดในโลกฟุตบอลเวลานี้ ลุกจากเก้าอี้แสดงความดีใจ ถือเป็นการเบิกฤกษ์ที่ดีเลยทีเดียว

หล่อนนั่งอยู่ข้าง เมห์รดัด โกดูซซี่ สามีซึ่งร่วมเป็นหนึ่งในผู้บริหารด้วย เช่นเดียวกับ ยาซีร์ อัล-รูมายยาน ตัวแทนจากกลุ่มทุนซาอุดิอาระเบียผู้ถือหุ้นใหญ่ จะมานั่งเก้าอี้ประธานสโมสร

พวกเขาต่างดีใจได้เพียงแค่ 15 นาทีเท่านั้น ทุกอย่างก็พลิกผัน ตองกีย์ เอ็นดอมเบเล่ กับ แฮร์รี่ เคน ช่วยกันทำประตูให้ผู้มาเยือนจากลอนดอนขึ้นนำอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาเพียงแค่ 5 นาทีเท่านั้นเอง

จากนั้นทดเวลาในครึ่งแรก ซน-ฮึง มิน ก็ตอกลิ่มอีกดอกด้วยการซัดหนีห่าง 3-1 บรรดาผู้บริหารนิวคาสเซิ่ลเริ่มมองเห็นภาพความจริงบ้างแล้ว

พอครึ่งหลังมีจับภาพได้ว่า โกดูซซี่ เซ็งมากกับฟอร์มของทีมตัวเอง ถึงกับนั่งหันหลังให้เลย เข้าใจได้ไม่ยากว่า ทำไมนิวคาสเซิ่ลจึงตกอยู่ในสภาพเช่นนั้น

โจทย์ใหญ่เป็นการบ้านกำลังรอให้จัดการอยู่ อาการเช่นนี้เข้าข่ายต้องผ่าตัดใหญ่เลยด้วยซ้ำ หากมีเป้าหมายคือความสำเร็จในอนาคตอันใกล้

เพราะเท่าที่เห็นสภาพเล่นได้อย่างนี้มันแค่ดิ้นรนอย่างหนักเพื่อหนีตกชั้น ไม่อาจเป็นอื่นไปได้เลย

แม้จะแพ้แบบสูสี 2-3 สกอร์ไม่ห่างเท่าไรนัก แต่ต้องยอมรับว่าทรงบอลของสาลิกาดงแย่เหลือเกิน สะเปะสะปะหารูปแบบไม่เจอ เน้นแค่ความสามารถเฉพาะตัวของพวกแนวรุกและการเล่นแบบฉาบฉวยมากกว่า

อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงเจ้าของ รวมถึงผู้บริหาร แถมยังมานั่งบนบ็อกซ์อีก กลายเป็นเพิ่มความกดดันให้ทั้งกุนซือและนักเตะอย่างไม่รู้ตัว

สตีฟ บรู๊ซ รู้อนาคตอยู่แล้ว ได้แต่นับถอยหลังวันจากลา รอแค่พิธีการเฟ้นหาผู้จัดการทีมคนใหม่ที่จะมาแทนเสร็จสิ้นก่อน รวมถึงคุยเรื่องรายละเอียดต่างๆ เรื่องค่าชดเชยให้เรียบร้อย

ในขณะที่แข้งสาลิกาดงคนอื่นๆ ต่างก็กระวนกระวายไม่สบายใจ ยังไงก็ต้องกังวลเกี่ยวกับอนาคตตัวเอง

ลองนึกดูแล้วกัน สโมสรได้นายทุนใหม่รวยล้นฟ้ามหาศาล แล้วในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวโยงนักเตะใหม่เกือบ 50 คนเข้าไปแล้ว

ไหนจะบรรดาสื่อที่วิเคราะห์กันอย่างสนุกตามประสา ในทีมชุดนี้ของนิวคาสเซิ่งจะมีกี่คนกันแน่ดีพอจะได้อยู่ต่อไป

ต่างคนต่างสับสนไม่รู้ว่าจะออกหัวหรือก้อย แม้จะพยายามตั้งใจโชว์ฟอร์มให้ดีที่สุด แต่เอาเข้าจริงก็ไม่รอด เพราะได้แค่นี้แหล่ะ

มีรายงานจากสื่อซึ่งไปได้ข้อมูลจากพวกแหล่งข่าววงในด้วยว่า บรรยากาศในห้องแต่งตัวเจ้าบ้านไม่ค่อยสู้ดีเท่าไรนัก

จามาล ลาสเซลล์ส เซ็นเตอร์แบ็กกัปตันทีมมีปากเสียงกับ ไอแซค เฮย์เด้น มิดฟิลด์เชิงรับบริเวณอุโมงค์ทางเดิน ซึ่งคงโทษกันไปโทษกันมาจากจังหวะที่เสียประตูนั่นแหล่ะ

ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากความกดดัน ยามผิดพลาดเสียหายถึงขั้นโดนยิงประตู เหตุการณ์ทำนองนี้มักจะเกิดขึ้น

ผู้เล่นนิวคาสเซิ่ลหลายคนคงทำใจไว้แล้วว่า อาจได้อยู่กับทีมนานสุดก็แค่ซัมเมอร์หน้า นี่ไม่ใช่สัญญาณที่ดีเอาซะเลย

เจ้าของใหม่มาแล้ว เหลือแค่ผู้จัดการทีมคนใหม่ ในขณะที่พวกนักเตะยังมืดแปดด้าน ไม่อยากตกอยู่ในสถานการณ์อย่างนี้ ต้องการความชัดเจนสำหรับวางแผนวันข้างหน้า

หลังโดนสเปอร์สบุกมาเชือดเรียบร้อย เจมี่ คาร์ราเกอร์ แสดงความเห็นผ่านทางสกาย สปอร์ตส์ว่า แนวรับของสาลิกาดงเท่าที่เห็นใช้การไม่ได้เลยในระดับพรีเมียร์ลีก

นี่แค่เกรดเล่นในเดอะ แชมเปี้ยนชิพเท่านั้นเอง หากไม่ทำการปะผุกันในเดือนมกราคมนี้ ด้วยการซื้อผู้เล่นใหม่ที่ช่วยขันนอตหลังบ้านได้สัก 2-3 ราย รับรองเลยว่าต้องหนีตกชั้นอย่างแน่นอน

คำพูดของ คาร์ร่า อาจเป็นอีกแรงกระตุ้นเจ้าของใหม่ว่าควรทำอะไรบ้างในช่วงปีใหม่นี้

แต่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จะมาถึงอย่างที่คาดไว้จริงหรือเปล่า ไม่มีใครให้คำตอบได้ชัดเจนเลย

ระหว่างที่ สตีฟ บรู๊ซ ยังอยู่ในตำแหน่งผู้จัดการทีม แต่นิวคาสเซิ่ลมีข่าวกับกุนซือคนใหม่มากกว่า 10 รายไปแล้ว

อันโตนิโอ คอนเต้ , แฟร้งค์ แลมพาร์ด , สตีเว่น เจอร์ราร์ด , เบรนแดน ร็อดเจอร์ส , ลูเซียง ฟาฟร์ , ราล์ฟ รังนิก , โชเซ่ มูรินโญ่ , เวย์น รูนี่ย์ , อูไน เอเมรี่ , เปาโล ฟอนเซก้าและใครต่อใครอีกมากมาย แทบจำกันไม่ได้แล้ว

ส่วนนักเตะที่เป็นข่าวกับนิวคาสเซิ่ลก็เพียบไม่ต่างกัน ระดับพรีเมียมอย่าง เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์ ยังมีเอี่ยวด้วยซ้ำไป

อย่างไรก็ตามไม่มีความชัดเจนเลย นอกจากข่าวลือที่สับเปลี่ยนไปได้ทุกวัน จนแทบเดาไม่ได้เลย

บรรดาบริษัทรับพนันถูกกฎหมายพยายามเช็กข่าวต่างๆ แต่ไม่ได้ข้อมูลมากนัก จึงต้องปรับเปลี่ยนอัตราต่อรองเป็นประจำ

อย่างล่าสุดชื่อของ อูไน เอเมรี่ และ เปาโล ฟอนเซก้า มีอยู่ในลิสต์ด้วย ผงาดมาเป็นเต็งเบอร์ต้นๆ

ส่วนเรื่องผู้เล่นใหม่อาจจะยังต้องรออีก 10 สัปดาห์ กว่าตลาดรอบสองจะเปิดทำการ ซึ่งก็มีแต่ข่าวเช่นเดียวกัน ไม่มีใครเข้าใกล้ความเป็นจริงเลย

ด้วยความที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่รวมติดท็อปเทนของโลก บวกกับนโยบายของผู้บริหารที่แจกแจงไว้ว่าเป้าหมายคือแชมป์พรีเมียร์ลีกในอนาคตอันใกล้ รวมทั้งเข้าร่วมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีกครั้ง จึงคาดการณ์กันว่าต้องมีการทุ่มทุนครั้งใหญ่เป็นประวัติการณ์

มันจะต้องสั่นสะเทือนแรงยิ่งกว่า โรมัน อบราโมวิช เทคโอเวอร์เชลซี กลุ่มทุนอาบูดาบีมาฮุบกิจการแมนฯซิตี้หรือนายทุนใหญ่กาตาร์รวบปารีส แซงต์ แชร์กแมงอย่างแน่นอน

จากที่มีข่าวว่าจะทุบคลัง 200-250 ล้านปอนด์ เพื่อจัดแต่งกำลังพลล็อตแรก ก่อนไปซ้ำอีกรอบในซัมเมอร์หน้า ก็มีข่าวตามมาว่าอาจไม่ใช่อย่างนั้น

บางข้อมูลอ้างแค่ 50 ล้านปอนด์เป็นการนำร่องก่อนในเดือนมกราคม แล้วที่เหลือค่อยไปว่ากันอีกทีตามแผนงานระยะยาว

นี่อีกเช่นกันที่สร้างความกังวลให้กับทูน อาร์มี่ ซึ่งจินตนาการไปไกลแล้วว่า ต้องได้แข้งชั้นนำมาร่วมทีมอีกไม่ช้า

แต่ในอีกด้านผู้บริหารชุดใหม่ก็ต้องระวังทุกฝีก้าว การจะใช้เงินแต่ละครั้งควรรอบคอบอย่างมาก เพราะถูกโฟกัสแบบไม่คลาดสายตา มีคนคอยจับผิดอยู่

การเข้ามาเทคโอเวอร์คราวนี้ ถูกหลายทีมในพรีเมียร์ลีกต่อต้านหนัก หากทำอะไรบุ่มบ่ามการ์ดตกขึ้นมา คงไม่เป็นผลดีแน่นอน อาจถูกตรวจสอบหรือแทรกแซงได้ตลอดเวลา

สรุปแล้วเหล่าผู้บริหารชุดใหม่นิวคาสเซิ่ล ทำงานไม่ง่ายอย่างที่คาดไว้ แม้จะมีเงินปูทางมาอย่างสวยงามแล้วก็ตาม

ผู้จัดการทีมใหม่ ผู้เล่นใหม่และการใช้เงิน ล้วนแต่เป็นโจทย์ใหญ่ทั้งสิ้น นี่อาจเป็นบางส่วนของคำตอบว่าทำไมจึงยังไม่ชัดเจน

ภาพของนิวคาสเซิ่ลเวลานี้เบลอมากเลยทีเดียว