กรีซมันน์โดนแดง! หงส์แซงดับแอตฯมาดริด 3-2

831

กรีซมันน์ยิง 2 ประตูให้แอตฯ มาดริด และมาโดนใบแดงในครึ่งหลัง ก่อนโดนซาลาห์ซัดจุดโทษพาลิเวอร์พูลเก็บ 9 คะแนนเต็มจาก 3 เกม


ฟุลบอลแชมเปี้ยนส์ลีก กลุ่มบี เป็นการพบกันระหว่าง แอตฯ มาดริด ที่เปิดสนามว่านต๋า เมโทรโปลิตาโน ต้อนรับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล

ฝั่งตราหมี เจ้าบ้านจัดทีมในระบบ 3-5-2 วาง ชูเอา เฟลิกซ์ และ อองตวน กรีซมันน์ เป็นคู่หัวหอก

ทางด้านหงส์แดง ผู้มาเยือนเลือกใช้แผน 4-3-3 แดนหน้าเป็นสามประสาน ซาดิโอ มาเน, โรแบร์โต ฟีร์มิโน และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์

เริ่มเกมได้เพียง 7 นาที ทีมเยือนออกนำ จากจังหวะที่โรเบิร์ตสันเปิดข้ามฟากมาให้ซาลาห์เลี้ยงตัดเข้ากลางแล้วซัดเต็มข้อ บอลแฉลบมิลเนอร์เปลี่ยนทางเข้าประตู ส่งให้ลิเวอร์พูลขึ้นนำ 1-0

ถัดมานาทีที่ 13 ลิเวอร์พูลมาบวกลูกสอง จากจังหวะที่แนวรับตราหมีสกัดไม่ขาด ก่อนโดนเกอิต้าวอลเลย์สวนเข้าประตูแบบงามหยด ทำให้สกอร์ขยับเป็น 2-0

ในนาทีที่ 20 ตราหมีตีไข่แตก จากจังหวะที่โกเก้ตั้งป้อมยิง และกรีซมันน์จิ้มเปลี่ยนทางบอลเข้าประตู ทำให้แอตฯ มาดริดไล่มา 1-2

ในนาทีที่ 34 เจ้าบ้านตีเสมอได้สำเร็จ จากจังหวะที่เฟลิกซ์แทงให้กรีซมันน์พลิกหาช่องแล้วทิ้งตัวยิงตุงตาข่าย ส่งให้สกอร์เท่ากันที่ 2-2

ในนาทีที่ 52 แอตฯ มาดริดต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คน เมื่อกรีซมันน์ยกเท้าสูงโดนหัวของฟีร์มิโน ผู้ตัดสินควักใบแดงโดยตรงไล่ออกจากสนามไป

ต่อมานาทีที่ 78 เอร์โมโซกระแทกโชต้าล้มในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที และเป็นซาลาห์ที่รับหน้าที่สังหารไม่พลาด พาลิเวอร์พูลแซงนำ 3-2

ในนาทีที่ 81 เจ้าบ้านเกือบได้จุดโทษ จากจังหวะเล่นลูกฟรีคิก ก่อนที่โชต้าชนด้านหลังฆิเมเนซในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินเช็ค VAR และปฏิเสธการให้จุดโทษ เพราะมองว่าทิ้งตัวล้มไปเอง

หลังจากนั้นไม่มีประตูเพิ่มเติม ทำให้จบเกม ลิเวอร์พูล บุกมาเอาชนะ แอตเลติโก้ มาดริด 3-2 เก็บ 9 คะแนนเต็มจาก 3 เกม รั้งจ่าฝูง ในขณะที่ตราหมีมี 4 คะแนนเท่าเดิม อยู่อันดับสอง

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม
แอตฯ มาดริด (3-5-2) : ยาน โอบลัค; เฟลิเป้, เจฟเฟรย์ กงด็อกเบีย, มาริโอ เอร์โมโซ; ยานนิค การ์ราสโก, โตมาส์ เลอมาร์, โกเก้, โรดริโก้ เด ปอล, คีแรน ทริปเปียร์; ชูเอา เฟลิกซ์, อองตวน กรีซมันน์

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลิสซอน; เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจเอล มาติป, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน; นาบี้ เกอิต้า, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เจมส์ มิลเนอร์; ซาดิโอ มาเน, โรแบร์โต ฟีร์มิโน, โมฮาเหม็ด ซาลาห์