“3 ประเด็น ไทยลีก แมตช์เดย์ 8”

7

“3 ประเด็น ไทยลีก แมตช์เดย์ 8” (วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม 2564)

คอลัมน์ที่จะหยิบยก ‘ประเด็น’ ของฟุตบอลไทย มาเป็นข้อๆ โดย ‘ส่างปา’ เด็กหนุ่มผู้ชื่นชอบกีฬาลูกหนังเป็นชีวิตจิตใจที่จะชำแหละเรื่องต่างๆ ให้คุณผู้อ่านได้ร่วมแสดงความคิดเห็นกัน!!

[ 1 ] แคแรกเตอร์แชมเปี้ยนของ บุรีรัมย์
เกมที่ ช้าง อารีน่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จ่าฝูง ไทยลีก ต้อนรับการมาเยือนของ นครราชสีมา เอฟซี ที่ผลงานไม่ดีนัก 5 นัดหลังสุด ชนะเพียงหนเดียว

อย่างไรก็ตาม มีสถิติที่น่าสนใจคือการที่ทีมแมวพิฆาตเพิ่งบุกมาเอาชนะอดีตแชมป์ลีก 7 สมัย ถึงที่นี่เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมานี้เอง ทำให้พวกเขามีความฮึกเหิมไม่น้อยที่จะย้ำแค้นอีกครั้ง

เริ่มเกมมาได้แค่ 12 นาที เหมือนว่าทุกอย่างจะเข้าทางโคราช เพราะว่า รัตนากร ใหม่คามิ ถูกไล่ออกจากสนาม ทำให้ บุรีรัมย์ ต้องเหลือผู้เล่นในสนามเพียง 10 คน

พอผู้เล่นมากกว่า แน่นอนว่า นครราชสีมา ต้องเป็นฝ่ายเดินเกมเข้าใส่เจ้าบ้าน แต่เหมือนไอเดียการเจาะแนวรับของแมวพิฆาตจะมีไม่มากนัก ทำให้จบครึ่งแรกสกอร์ยังอยู่ที่ 0-0

ครึ่งหลังก็ยังเหมือนเดิม อาคันตุกะบุกมากกว่า แต่ก็ไม่มีจังหวะหวาดเสียวเท่าไรนัก กระทั่งมาความผิดพลาดในแนวรับสองหน ถูกลงโทษโดย ปิยะพล ผานิชกุล และ ซามูเอล โรซา บุรีรัมย์ 10 คน ขึ้นนำ 2-0 ก่อนจะปิดเกมไปแบบสบายๆ

ถือว่าน่าผิดหวังสำหรับ นครราชสีมา ที่มีผู้เล่นในสนามมากกว่าตั้งเกือบ 90 นาที แต่กลับไม่สามารถฉกฉวยความได้เปรียบตรงจุดนี้ได้ ทว่าก็ต้องชื่นชมทีมปราสาทสายฟ้าเช่นกันที่พวกเขาแสดงให้เห็นถึงแคแรกเตอร์ของ ‘แชมเปี้ยน’

เล่นไม่ดี แต่ชนะ, เล่นแย่ แต่มีแต้ม, เล่นประคองตัว แต่ไม่แพ้และกับการเหลือ 10 คน พร้อมกับได้ 3 คะแนน นี่แหละคือคุณสมบัติที่ บุรีรัมย์ พิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขาพร้อมที่จะกลับมาทวงบัลลังก์แล้ว

[ 2 ] กิเลน 10 คน จำเป็นต้องเล่นรับแต่คว่ำกว่างโซ้งได้
อีกคู่ที่ผู้ชนะเหลือ 10 คน ตั้งแต่ต้นเกม (นาทีที่ 14) เพราะว่า มาร์โก บัลลินี่ เซนเตอร์ฮาล์ฟ เมืองทอง ยูไนเต็ด ไปเสียเหลี่ยม บิลล์ จนนำมาซึ่งใบแดงของกองหลังเชื้อสายอิตาลี

การเจอกับกว่างโซ้งมหาภัยที่เขี้ยวลากดินเช่นนี้ ใครและใครต่างก็คิดว่าโอกาสที่กิเลนผยองจะรอดจาก ลีโอ เชียงราย สเตเดี้ยม คงเป็นไปได้ยากยิ่ง

ทว่าตลอดทั้ง 90 นาที (ก่อนทดเวลาบาดเจ็บ) เจ้าถิ่นแทบไม่ได้สร้างความหนักใจให้ทีมเยือนเลย มีเพียงจังหวะเซฟติดๆ กัน 2 หน ของ พีระพงษ์ เรือนนินทร์ เท่านั้นที่ดูจะเข้าเค้าหน่อย

จริงๆ เชียงราย ต้องโทษตัวเองที่ไม่สามารถจบสกอร์ได้เฉียบขาด โดยเฉพาะจังหวะยิงเหน่งๆ ของ โชติภัทร พุ่มแก้ว ที่ได้ซัดจ่อๆ แต่ดันเลือกกดเต็มข้อซะอย่างนั้น

ส่วน เมืองทอง เองก็มีโชคเล็กๆ เนื่องจาก วิเลียน พ็อพพ์ เกือบจะโดนเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงไปอีกคน แต่พอผู้ตัดสินไปเช็ค VAR แล้วก็กลับคำตัดสิน จนทำให้แนวรุกบราซิล ยังได้อยู่ในสนาม ก่อนจะเป็นผู้โหม่งประตูชัยในช่วงทดเวลาการแข่งขันให้ทีมบุกมาคว่ำอดีตแชมป์ ไทยลีก 2019 ได้ถึงถิ่น 1-0

จริงๆ ก็ต้องชื่นชมความอดทนของกิเลนผยองเช่นกัน เพราะมันผิดธรรมชาติของพวกเขาที่จะนิยมชมชอบในเกมรุกมากกว่า แต่พอมาเล่นรับ ก็ทำได้ดีไม่หยอกทีเดียว กระทั่งได้ 3 คะแนน

[ 3 ] โค้ชแบนพังรถบัสชลบุรี
แบงค็อก ยูไนเต็ด เป็นทีมที่มาแบบเงียบๆ เชียบๆ แต่อันตรายชะมัดยาด พวกเขาค่อยเก็บคะแนนเรื่อยๆ แบบไม่กระโตกกระตาก แต่ก็ขึ้นมาอยู่ในอันดับ 2 ของตาราง แถมยังแข่งน้อยกว่า บุรีรัมย์ จ่าฝูงอีก 1 เกม

ชัยชนะเหนือ ชลบุรี เอฟซี อีกทีมที่ฟอร์มเยี่ยมในปีนี้นั้นได้มายากยิ่งนัก เพราะอดีตแชมป์ ไทยลีก 2007 มาพร้อมกับเกมรับเต็มรูปแบบ

ทว่าเป็นอีกครั้งที่ ‘กึ๋น’ ของ ‘โค้ชแบน’ ธชตวัน ศรีปาน สามารถนำทัพ บียู ผ่านพ้นจากช่วงเวลาที่ยากลำบากได้สำเร็จ

เป็นที่รู้ในวงกว้างว่า สะสม พบประเสิรฐ กุนซือ ชลบุรี เองก็คือหนึ่งในจอมแท็กติก และด้วยผู้เล่นในฤดูกาลปัจจุบัน เขาจึงสามารถเลือกใช้แผนการได้หลายหลาก ซึ่งในการบุก ทรู สเตเดี้ยม ‘โค้ชเตี้ย’ ก็เลือกที่จะเล่นเกมรับเพื่อหวังจะมีแต้มกลับไปเป็นอย่างน้อย

รูปเกมเป็นไปอย่างอึดอัด ผู้มาเยือนรับเต็มตัว รอสวนกลับ แต่ก็แทบไม่มีโอกาสเลย เพราะว่า แบงค็อก เก็บตกจังหวะสองได้หมด

เหมือนว่า บียู จะเริ่มท้อ เพราะไม่ว่าจะเจาะทางไหน ก็ไม่สามารถตีเกมรับของอาคันตุกะให้แตกพ่ายได้เลย กระทั่งความสามารถเฉพาะตัวของ เฮแบร์ตี้ ที่ลากผ่าน 3 ผู้เล่น ชลบุรี แล้วไหลให้ ทริสต็อง โด ตวัดกลับมา วานแดร์ ลุยซ์ ที่อยู่กลางประตู แต่งหนึ่งจังหวะแล้วซัดเปรี้ยงเดียวตุงตาข่าย

สกอร์ 1-0 อาจจะหยุมหยิม แต่มันคือ 3 คะแนนสุดสำคัญที่ทำให้ทีมแข้งเทพชนะรวด 4 นัด ขยับเข้าใกล้ บุรีรัมย์ แบบไม่ลดละ

หากฟอร์มการเล่นของพวกเขายังเป็นเช่นนี้ต่อ แท็กติกของ ‘โค้ชแบน’ สัมฤทธิ์ผล รับรองเลยว่าฤดูกาล 2021-22 อาจจะเป็นซีซั่นประวัติศาสตร์ของ แบงค็อก ก็เป็นได้