ถึงเวลาแข้ง “โต๊ะเล็กไทย” เปิดโลกกว้างย้ายไปค้าแข้งในต่างแดน

11

ถึงเวลาแข้ง ‘โต๊ะเล็กไทย’ เปิดโลกกว้าง ย้ายไปค้าแข้งในต่างแดน
#ChangsuekFutsalCorner

ศึก “ฟุตซอล ไทยลีก 2021/2022” หรือ ฟุตซอลลีกสูงสุดของประเทศไทย กลับมาเปิดฉากฟาดแข้งกันอีกครั้ง หลังหยุดยาวไปนานกว่า 10 เดือน จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ยังต้องใช้สนามกลาง ที่ อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก เป็นสังเวียนแข้ง และห้ามแฟนบอลเข้าชมเกม

ซึ่งในปีนี้แต่ละสโมสรยังคงเสริมทัพดึงตัวนักเตะต่างชาติเข้ามาเสริมแกร่งกันอย่างคับคั่ง มีทั้ง ดีกรีทีมชาติบราซิล และแชมป์ลีกสูงสุดแดนกาแฟ นักเตะอิมพอร์ตเข้ามาทั้งหมดจากประเทศบราซิล ทั้งหมดมากถึง 23 คน

ตรงกันข้ามกับนักเตะไทย มีเพียง 3 รายเท่านั้นที่ย้ายไปค้าแข้งในต่างแดน คือ “เทพอาร์ม” ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง ดาวยิงซูเปอร์สตาร์ของเมืองไทย ค้าแข้งกับ นาโงย่า โอเชียนส์ ยอดทีมแกร่งของประเทศญี่ปุ่น, “นีโน่” ธนาตุล ธาดาวิโรจน์ ดาวเตะร่างเล็กชาวไทย ค้าแข้งกับสโมสร โอซาซูน่า แมกญ่า ในลีกสูงสุดประเทศสเปน และ “ต้น” กรรชัย สุขสมกร ที่ยังเล่นในลีกรองของประเทศอิตาลี

ถือเป็นเรื่องแปลกที่ นักฟุตซอลไทย ที่ต่างชาติให้การยอมรับว่าฝีเท้าดี ไม่ค่อยย้ายไปค้าแข้งในต่างแดนมากนัก ทั้งที่การย้ายไปเล่นในต่างประเทศถือเป็นความฝันของนักเตะทั่วโลก เพื่อโอกาสพัฒนาฝีเท้า เรียนรู้ศาสตร์ลูกหนัง และได้ปะทะแข้งกับนักเตะระดับโลก เพื่อนำกลับมาปรับใช้กับวงการลูกหนังโต๊ะเล็กไทย หรือกอบโกยรายได้จำนวนมหาศาลที่ได้มากกว่าเมืองไทย

ลองเปรียบเทียบกับคู่แข่งร่วมทวีปเอเชีย ของไทย อย่าง อิหร่าน และญี่ปุ่น ที่มีลีกอาชีพที่แข็งแกร่ง ก็ส่งออกนักเตะย้ายไปค้าแข้งนอกประเทศไม่ต่ำกว่า 5-8 รายต่อปี ทั้งในลีกยุโรป สเปน, โปรตุเกส, รัสเซีย หรือแม้แต่ในทวีปเอเชีย

ทำให้ทีมชาติของพวกเขาแข็งแกร่งขึ้นทันตาเห็น หรือชาติอย่าง เวเนซุเอลา มีนักเตะเล่นในยุโรป 6 คน กับ โมร็อกโก มีนักเตะเล่นอยู่ในลีกชั้นนำถึง 5 ราย มันส่งผลชัดเจน และสามารถช่วยทีมชาติของพวกเขาไปได้ไกลในศึก ฟุตซอลเวิลด์คัพ 2021 ที่ผ่านมา

ต่างจากนักเตะไทย ที่เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ปักหลักอยู่ในไทย ไม่ย้ายไปค้าแข้งในต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าเป็นห่วงไม่มากก็น้อย ที่มีนักเตะไทย เพียง 3 รายเท่านั้น ย้ายไปค้าแข้งในต่างประเทศ อย่าลืมว่าในปัจจุบัน หลายๆ ประเทศทั่วโลก หันมาพัฒนาฟุตซอลอย่างจริงจัง พร้อมส่งออกนักเตะย้ายไปค้าแข้งในลีกชั้นนำของโลก เพื่อพัฒนาฝีเท้าต่อยอดมาช่วยทีมชาติในอนาคต

แต่ว่ากันตามจริงแบบไม่โลกสวย “ฟุตซอล ไทยลีก” ของเมืองไทย ยังไม่ใช่ลีกอาชีพจริงๆ ไม่ต้องมองไกล รอยต่อระหว่างลีกปี 2020 กับ 2021 เว้นระยะยาวถึง 10 เดือน และ นักเตะส่วนใหญ่ ก็เป็นนักเตะแบบกึ่งอาชีพ เล่นฟุตซอลควบคู่ไปกับทำงานประจำ ทั้ง ข้าราชการ, ค้าขาย และอีกหลายอาชีพ บวกกับค่าเหนื่อยก็ไม่ได้สูงเหมือนฟุตบอลอาชีพ

และการย้ายไปเล่นในต่างประเทศ ใจต้องแกร่ง พร้อมที่จะออกไปเรียนรู้ พร้อมสู้ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไร และไม่กลัวที่จะล้มเหลว เพราะค่าตอบแทนของฟุตซอลในต่างประเทศ ไม่ได้เยอะเหมือนกับที่ฟุตบอลได้

ยกตัวอย่างทีมลีกสเปน ถ้าไม่ใช่สโมสรใหญ่จริงๆ ก็มีกำลังจ่ายค่าแรงเพียงหลักหมื่น หรือหลักแสนต้นๆ เท่านั้น ยิ่งไม่มีดีกรีทีมชาติ หรือฝีเท้าไม่ได้ดีกว่านักเตะท้องถิ่น ก็ไม่มีโอกาสเลยที่จะถูกดึงตัวไปร่วมทีม

แต่หากมองในเรื่องของการพัฒนาฝีเท้า นักเตะไทย ต้องกล้าเปิดใจให้มากกว่าที่เป็นอยู่ อย่าลืมว่าการมีนักเตะออกไปค้าแข้งต่างแดน มันเป็นกระจกสะท้อนชั้นดีที่จะชี้วัดว่า ทีมชาติไทย อยู่ระดับไหนของโลก ปัจจุบันเราต้องยอมรับว่า ทีมชาติไทย เแม้จะเข้ารอบสุดท้าย ฟุตซอลโลก 6 สมัยติด แต่ยังมีนักเตะคุณภาพเกรดเอไม่เพียงพอที่ก้าวข้ามไปสู่ที่ระดับท็อปของโลก ในระยะเวลาอันใกล้นี้

มันถึงเวลา นักเตะฟุตซอลไทย ต้องออกไปเปิดโลกกว้าง ย้ายไปค้าแข้งในต่างแดนกันให้มากกว่าที่เป็นอยู่เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของตังเอง ออกไปโชว์ฝีเท้าต่างประเทศว่านักเตะไทย เก่งแค่ไหน จะได้พัฒนาฝีเท้า เรียนรู้ความเป็นมืออาชีพ และเป็นแรงบันดาลใจแก่รุ่นน้องต่อๆ ไป

หากในอนาคต นักเตะไทย ย้ายไปเล่นในต่างประเทศกันมากขึ้น อย่างน้อย 5-10 ราย จะช่วยพัฒนาศักยภาพ ทีมชาติไทย ได้ดีขึ้นอย่างแน่นอน และมีโอกาสทำผลงานได้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ทั้งต่อยอดเข้ารอบลึกๆ ในเวิลด์คัพ หรือการคว้าแชมป์ทวีปเอเชีย ก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินฝัน

#ช้างศึก #บอลไทย #ฟุตซอลไทย #Thailand #FutsalThailand #ฟุตซอลทีมชาติไทย