2 ปี 12 วัน กับแข้งช้างศึกคนสำคัญในยุค อากิระ นิชิโนะ

12

ช่วงเวลาของทัพช้างศึกภายใต้การคุมทีมของ อากิระ นิชิโนะ ได้สร้างโอกาสและความเปลี่ยนแปลงต่อแข้งช้างศึกหลายๆคน ทั้งให้โอกาสแข้งหน้าใหม่ได้ประเดิมสนามกับทีมชาติชุดใหญ่ หรือบางคนที่เคยได้เล่นให้ทีมชาติไปแล้ว ก็ได้ขยับขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีม รวมถึงการให้นักเตะบางคนได้กลับมารีดฟอร์มเก่งในเสื้อทีมชาติอีกครั้ง ไปดูกันว่ามี “ใครบ้าง” ที่ได้รับโอกาสขึ้นมาเป็นกำลังหลักในทีมชาติ และทำผลงานได้น่าประทับใจ ทั้ง “แจ้งเกิด” และ “เกิดใหม่” ในยุคของ อากิระ นิชิโนะ

ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน
เริ่มต้นที่ “แชมป์” ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน มือกาวมากประสบการณ์วัย 37 ปี ที่ได้รับความไว้วางใจ ให้ลงเฝ้าเสาเป็นตัวจริงถึง 6 จาก 8 นัด ในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชีย แม้ว่าเจ้าแชมป์จะได้ประเดิมทีมชาติตั้งแต่ปี 2007 แต่เขาก็เพิ่งมาได้ลงเป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่องในยุคของ โค้ชโต่ย ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย และได้รับการแต่งตั้งเป็น “กัปตันทีมชาติ” ในยุคของ อากิระ นิชิโนะ

สารัช อยู่เย็น
คนต่อไปกับ สารัช อยู่เย็น มิดฟิลด์เชือกวิเศษ กลับมาคืนฟอร์มเก่งอีกครั้งในยุคของนิชิโนะ ทั้งการยึดตัวจริงในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง คุมจังหวะของเกมได้อย่างดี เขาได้ลงสนามครบทุกเกมในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก มีเพียงเกมเดียวเท่านั้นที่เขาไม่ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง คือเกมสุดท้ายที่เจอกับ มาเลเซีย

พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล
พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล คือมิดฟิลด์ตัวรับที่ไม่เคยติดทีมชาติชุดใหญ่มาก่อน จนถึงยุคของอากิระ นิชิโนะ ที่เรียกพิธิวัตในวัย 24 ปีขึ้นมา จากฟอร์มที่ดีของเขากับเชียงราย ยูไนเต็ด “เจ้าเต้” ได้ลงเล่นจับคู่กับ สารัช อยู่เย็น สร้างพาร์ทเนอร์ชิพที่ลงตัวในแดนกลางของทีมชาติไทย โดยมีเพียงเกมเดียวเท่านั้นในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ที่เขาไม่ได้ลงสนาม คือเกมที่พ่ายให้กับยูเออีไป 3-1 ซึ่งการขาดกองกลางตัวรับคนนี้ ถือว่าส่งผลอย่างชัดเจน

เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์
เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ ปีกขวาตีนจรวด สร้างความประทับใจให้กับเฮดโค้ชชาวญี่ปุ่นตั้งแต่ในทัวร์นาเมนต์ AFC U23 Championship 2020 ที่เขาซัดไปถึง 3 ประตู จนถูกนิชิโนะ เรียกตัวไปในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกที่ยูเออี และมอบโอกาสในการประเดิมสนามกับทีมชาติชุดใหญ่ให้กับเขา ในเกมสุดท้ายที่พบกับมาเลเซีย

สุพรรณ ทองสงค์
สุพรรณ ทองสงค์ เซ็นเตอร์แบควัย 26 ปี ต้องเจอกับอาการบาดเจ็บจนทำให้เขาไม่ได้ลงสนามเลยในช่วงครึ่งหลังของปี 2019 พ่วงไปถึงฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 5 นัดแรก แต่การกลับมาอีกครั้งของเขาในฐานะกัปตันของสุพรรณบุรี เอฟซี ที่ได้ลงสนามอย่างต่อเนื่องในไทยลีกฤดูกาล 2020 ทำให้นิชิโนะได้เรียกตัวเขาไปยูเออีด้วย พร้อมได้โอกาสลงสนามเป็นตัวจริงในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกทั้ง 3 นัด

สุภโชค สารชาติ และ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา
คู่พี่-น้อง สุภโชค สารชาติ และ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา มีบทบาทสุดเด่นในทีมของอากิระ นิชิโนะ ทั้งในชุด U23 ศึกชิงแชมป์เอเชีย ที่ทั้งสองได้เป็นผู้เล่นตัวหลักของทีม และในทีมชาติชุดใหญ่ ที่ เจ้าเช็ค ได้ออกสตาร์ทตั้งแต่เกมแรกในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ทำประตูแรกและประตูที่สองของเขาในนามทีมชาติได้ในเกมเจอกับอินโดนีเซีย ส่วนทางเจ้าแบงค์ ก็ได้ประเดิมสองประตูแรกของเขากับทีมชาติในเกมเจอกับทาจิกิสถาน ทำอีกหนึ่งประตูใส่ยูเออี กลายเป็นสองผู้เล่นตัวหลักที่แจ้งเกิดกับทีมชาติอย่างเป็นทางการในยุคของกุนซือเลือดซามูไร

ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร
ทางด้านของ ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร เพลย์เมคเกอร์จากเลสเตอร์ ซิตี้ เขาไม่เคยติดทีมชาติไทยมาก่อน จากผลงานที่เล่นให้กับชุดเยาวชนของทีมชาติฝรั่งเศสและเลสเตอร์ ซิตี้ ทำให้มีแฟนบอลจำนวนมากที่อยากจะเห็นเขาลงสนามให้ทีมชาติไทยชุดใหญ่ ซึ่งโอกาสนั้นก็มาถึงจริงๆ “เจ้ากัน” เป็นอีกหนึ่งคนที่ได้สร้างชื่อกับทีมชาติไทยในยุคของนิชิโนะ จากการสร้างความแตกต่างที่ชัดเจนในเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 2 จาก 3 นัดสุดท้าย แม้จะยังไม่มีชื่อในการทำประตูหรือแอสซิสต์ แต่แน่นอนเลยว่าเขาจะเป็นแข้งตัวความหวังในระยะยาวของทีมชาติไทยอย่างแน่นอน

เอกนิษฐ์ ปัญญา
เช่นเดียวกับกัน “เจ้าบุ๊ค” เอกนิษฐ์ ปัญญา ก็เป็นอีกหนึ่งแข้งตัวรุกที่ได้ประเดิมสนามกับทีมชาติชุดใหญ่ ในยุคของนิชิโนะ ปีก/เพลย์เมคเกอร์จากเชียงราย ยูไนเต็ด แจ้งเกิดกับทัพช้างศึกอย่างเต็มตัวในเกมกับอินโดนีเซีย และเปิดสกอร์แรกให้กับตนเองในเกมสุดประทับใจ ที่ทีมชาติไทยเปิดบ้านเชือดยูเออีไป 2-1 ด้วยอายุเพียง 21 ปีในตอนนี้ เจ้าบุ๊คก็จะเป็นอีกหนึ่งในตัวรุกแห่งทัพช้างศึก ที่มีอนาคตแสนสดใสรออยู่

มานูเอล ทอม เบียห์
เซนเตอร์แบคร่างสูงใหญ่ลูกครึ่งไทย-เยอรมัน อย่าง มานูเอล ทอม เบียห์ เคยได้ชิมลางในเสื้อทีมชาติไทยชุดใหญ่มาบ้างแล้วในยุคของ มิโลวาน ราเยวัช แต่ก็หายหน้าหายตาไปจากทีมชาติ จนมาถึงยุคของนิชิโนะ ที่ไว้ใจให้เซนเตอร์จาก ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ลงคุมแผงหลังตั้งแต่เกมแรกที่เจอกับเวียดนาม ซึ่งความแข็งแกร่งของเขาก็ช่วยทัพช้างศึกได้ไม่น้อย จนทำให้เขาได้ลงเป็นตัวจริงแบบครบ 90 นาที ในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชียอีกแทบทุกนัด ยกเว้นเพียงนัดสุดท้ายที่เจอกับมาเลเซีย

อนาคตหลังจากนี้ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นไม่มากก็น้อย ตามวิถีของโลกฟุตบอล ไม่แน่ว่าเราอาจจะได้เห็นแข้งช้างศึกหน้าใหม่ แจ้งเกิดขึ้นมา หรือแข้งช้างศึกหน้าเดิม ที่กลับมาแจ้งเกิดใหม่อีกครั้ง ที่สำคัญอยู่ตลอดก็คือกำลังใจจากพี่น้องแฟนบอลไทย คือสิ่งล้ำค่าที่หวังว่าจะไม่เลือนหายไป

#Blockdit #ช้างศึก #Thailand #บอลไทย #ฟุตบอลไทย #Changsuek