ชำแหละฟอร์มโต๊ะเล็กไทย จุดดี-จุดด้อย

17

ชำแหละฟอร์ม “โต๊ะเล็กไทย” จุดดี-จุดด้อย ก่อนลุยฟุตซอลโลก 2021
#ChangsuekFutsalCorner

รูดม่านปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อยกับการแข่งขันฟุตซอลปรีเวิล์ดคัพ “CONTINENTAL FUTSAL CHAMPIONSHIP THAILAND 2021” โดยรอบชิงชนะเลิศ ทีมชาติอิหร่าน ยอดทีมแกร่งของโลก เอาชนะ ทีมชาติไทย ไปแบบเด็ดขาด 5-1 เถลิงแชมป์ไปครองได้ตามคาด

ซึ่งวันนี้เราจะมา ชำแหละฟอร์มของทัพ “โต๊ะเล็กช้างศึก” ทีมชาติไทย ว่ามีจุดเด่น จุดด้อย อะไรบ้าง ภายใต้การคุมทีมของ “โค้ชหมี” รักษ์พล สายเนตรงาม กุนซือชาวไทย ที่ประเปิดคุมทีมอย่างเป็นทางการเป็นทัวร์นาเมนต์แรก กับผลงานลงสนามไป 5 เกม ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1 เข้าป้ายรองแชมป์ฟุตซอลปรีเวิล์ดคัพ

ชนะ โมซัมบิก 6-4, เสมอ โคโซโว 6-6, ชนะ อุซเบกิสถาน 4-3, ชนะ อียิปต์ 3-2, แพ้ อิหร่าน 1-5

ผู้รักษาประตู

เริ่มกันที่ตำแหน่ง ผู้รักษาประตู ที่ในทัวร์นาเมนต์นี้ใช้งานจริงๆ แค่ 2 ราย คือ คณิศร ภู่พันธ์(ตัวจริง 4 เกม) กับ อรุษ เส็นบัตร(ตัวจริง 1 เกม) เนื่องจาก คฑาวุธ หาญคำภา ได้รับบาดเจ็บระหว่างการฝึกซ้อม และได้ลงอยู่บ้างในเกมที่สอง

จากผลงาน 5 นัด เสียไปถึง 20 ประตู ถือเป็นอีกหนึ่งจุดใหญ่ที่ทัพโต๊ะเล็กช้างศึก ในส่วนของ คณิศร ภู่พันธ์ ยังทำผลงานได้ตามมาตรฐานประตูที่เสียไปถือว่าสุดจะป้องกันจริงๆ ส่วน อรุษ เส็นบัตร ที่กลับมาติดทีมชาติไทย อีกครั้ง ยังต้องปรับในหลายจุดทั้งการยืนตำแหน่ง และการออกบอลให้เพื่อนร่วมทีม ที่ยังทำได้ไม่ดีนัก

เกมรับ

แน่นอนการเสียไปถึง 20 ประตู จาก 5 เกม เฉลี่ยโดนยิงอย่างน้อย 4 ประตูต่อเกม คงไม่ใช่เรื่องดีนักของทีมชาติไทย ซึ่งจาก 5 เกม ที่ได้เจอกับทีมจากหลายทวีป หลายรูปแบบ เรายังมีจุดด้อยที่ต้องไปปรับอีกเยอะพอสมควร

โดยเฉพาะเกมที่เจอกันคู่แข่งที่รูปร่างสูงใหญ่ ไปกับบอลได้ดี นักเตะไทย แรงปะทะเรามักจะสู้ไม่ได้ โดยเบียดโดนกระแทกจนยุบ เป็นจุดเริ่มต้นทำให้ทีมเสียประตู รวมถึงจังหวะขึ้นเกมรุกแล้วโดนตัดเกมกลางทางจนโดนสวนกลับเร็ว ส่วนการป้องกันลูกนิ่งต่างๆ ถือว่าเกมรับฟุตซอลไทย ทำได้ดี และยังมีเวลาปรับจูนกันให้ลงตัวก่อนลุย ฟุตซอลโลก 2021

เกมรุก

เกมรุก ของทีมชาติไทย เหมือนจะดีแต่ยังมีแผลในตัวเอง แม้จะยิงประตูได้ 17 ประตู แต่มาจาก ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง กับ มูฮัมหมัด อุสมานมูซา และ จิรวัฒน์ สอนวิเชียร ยิงรวมกันถึง 12 ประตู ซึ่งทั้ง 3 คนเป็นผู้เล่นแกนหลักในชุดแรก

หากลองวิเคราะห์กันต่อเรายังมีปัญหาในเกมรุกทั้ง ชุดสอง และสาม โดยเฉพาะการขึ้นเกมรุกที่ยังทำได้ไม่ไหลลื่น และพาบอลเข้าไปในแดนอันตรายได้ไม่มากเท่าที่ควร ถ้าผู้เล่นในชุดแรกเกิดเจ็บ หรือติดโทษแบน ขึ้นมา จะส่งผลกระทบกับเกมรุกของทีมชาติไทย ทันที ซึ่งในจุดนี้ต้องแก้ไขโดยด่วนเพราะเกมระดับโลก โอกาสมีไม่มากและต้องทำให้ได้

รูปแบบการเล่น

มาต่อกันที่ รูปแบบการเล่น และแทคติกของ “โค้ชหมี” รักษ์พล สายเนตรงาม ถือว่าในช่วง 2 เกมแรกที่ ชนะ โมซัมบิก 6-4, เสมอ โคโซโว 6-6 ยังเก็บแผนอยู่พอสมควร สลับปรับเปลี่ยนทดลองตัวผู้เล่นให้ลงไปสัมผัสเกมกันเกือบครบทุกคน

แต่หลังจากนั้นที่ต้องเจอกับ 3 ชาติที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตซอลโลก ทั้ง อุซเบกิสถาน, อียิปต์ และอิหร่าน ก็จัดผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดลงเล่นด้วยกันมาตลอด คือชุดของ คณิศร ภู่พันธ์(GK), “กัปตันช้าง” กฤษดา วงษ์แก้ว, จิรวัฒน์ สอนวิเชียร, มูฮัมหมัด อุสมานมูซา, ศุภวุฒิ เถื่อนกลาง ส่วนในชุดที่สอง และสาม ยังถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ “โค้ชหมี” ยังต้องกลับไปทำการบ้านกันต่อ โดยมี ณัฐวุฒิ หมัดยะลาน กับ อภิวัฒน์ แจ่มเจริญ เป็นตัวยืน

ส่วนรูปแบบการเล่นยังคงต้องปรับกันต่อไป การขึ้นเกมรุกรับยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากจากยุคของ ปูลปิส เพราะมีเวลาซ้อมกันไม่มาก ซึ่ง ไทย ชุดนี้ยังมีทีเด็ดจากลูกลูกเซ็ตพีช ที่ทำได้หลากหลายและเฉียบคม เช่นเดียวกับการเล่นพาวเวอร์เพลย์ที่ดุดันมากขึ้น และหวังผลได้เสมอ

ประกาศผลสอบ

จากผลงานของ ทีมชาติไทย ที่ลงสนาม 5 นัด ในศึกฟุตซอลปรีเวิล์ดคัพ “CONTINENTAL FUTSAL CHAMPIONSHIP THAILAND 2021” ชนะ โมซัมบิก 6-4, เสมอ โคโซโว 6-6, ชนะ อุซเบกิสถาน 4-3, ชนะ อียิปต์ 3-2, แพ้ อิหร่าน 1-5

ถือว่า “สอบผ่านแบบเฉียดฉิว” แม้จะไม่ใช่ฟอร์มที่ดีที่สุด แต่ในเกมที่ยากลำบาก แข้งโต๊ะเล็กไทย ยังสามารถเอาตัวรอดได้เสมอ ซึ่งมองในแง่ดี การที่เราเห็นผิดพลาดของตัวเองในเกมอุ่นเครื่อง จะได้มีเวลาปรับจูนแก้ไข ให้มีข้อผิดพลาดน้อยที่สุดในช่วงเวลาที่เหลือ 1 เดือนกว่า ก่อนไปลุยศึก  “ฟีฟ่า ฟุตซอล เวิลด์คัพ 2021” ที่ต้องเจอกับทีมระดับชั้นนำของโลก

โปรแกรม “ฟีฟ่า ฟุตซอล เวิลด์คัพ 2021” กลุ่มซี ที่ซัลกิริส อารีน่า ณ เมืองเคานาส ประเทศลิทัวเนีย ของ ทีมชาติไทย (ตามเวลาประเทศไทย)

วันที่ 13 กันยายน 2564 เวลา 00:00 น. ไทย พบ โปรตุเกส  
วันที่ 16 กันยายน 2564 เวลา 00:00 น. ไทย พบ โมร็อกโก
วันที่ 19 กันยายน 2564 เวลา 00:00 น. หมู่เกาะโซโลมอน พบ ไทย