วาน-บิสซาก้า ดีแล้วแต่ยังไม่พอ

24

[ #ดีแล้วแต่ยังไม่พอ ]

อารอน วาน-บิสซาก้า เข้ามาอยู่อะคาเดมี่ของคริสตัล พาเลซตั้งแต่อายุเพียงแค่ 11 ขวบเท่านั้น

พอปี 2016 อายุครบ 19 ปีก็ได้รับสัญญานักเตะอาชีพอย่างเต็มตัว นั่นหมายถึงเขาสอบผ่านพร้อมเลื่อนชั้น เดินตามความฝันที่วาดเอาไว้

ตำแหน่งเริ่มต้นของเขาคือปีก เพราะมีความปราดเปรียวคล่องตัว แต่พอมาปี 2017 ในช่วงปรีซีซั่น แฟร้งค์ เดอบัวร์ ซึ่งเป็นผู้จัดการทีมในเวลานั้น ลองปรับสูตรการเล่นมาเป็นหลัง 3 คน แล้วใช้วิงแบ็กทั้งสองข้าง

จึงมีโอกาสได้เห็นการเล่นเกมรับของ วาน-บิสซาก้า ว่าไม่ธรรมดาเลยจริงๆ จังหวะสกัดบอลแม่นยำใช้ได้ ไม่น่าเชื่อว่าจากตำแหน่งปีกอาชีพจะทำได้ดีขนาดนี้

แต่เมื่อคุณไร้ประสบการณ์ ต้องพยายามดิ้นรนอย่างหนักเพื่อสร้างโอกาสเลงเล่น ตอนนั้น เดอบัวร์ พอใจ ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ ตัวยืมจากแมนฯยูไนเต็ดและ มาร์ติน เคลลี่ มากกว่า

แล้วพอเปลี่ยนกุนซือมาเป็น รอย ฮ็อดจ์สัน ก็พอใจ โจเอล วอร์ด มากกว่าใคร เลยได้เป็นตัวเลือกแรกในตำแหน่งแบ็กขวาหรือวิงด้านขวา

ปี 2018 พาเลซเห็นว่าคงยาก วาน-บิสซาก้า จะแทรกมาเป็นตัวจริงได้ เลยคิดว่าหาสโมสรระดับล่างแล้วส่งไปให้ยืมตัว

เลยให้นักเตะไปทดสอบฝีเท้ากับเคมบริดจ์ ทีมในลีกทูก่อน เผื่อจะผ่านแล้วได้ลงเล่นมากขึ้น

แค่ไปโชว์ฝีเท้าช่วงสั้นๆ ปรากฏว่า ฌอน เดอร์รี่ กุนซือเคมบริดจ์ส่ายหน้า บอกว่าศักยภาพยังไม่ดีพอ

จริงๆ เคมบริดจ์ ทีมในลีกทูยืมตัวใช้งานชั่วคราว

แต่หลังจากที่เขาได้ทดสอบฝีเท้าช่วงสั้นๆ ปรากฏว่า ฌอน เดอร์รี่ กุนซือเคมบริดจ์ส่ายหน้า บอกว่าไอ้หนูคนนี้ไม่ดีพอที่จะเล่นกับทีมของตนหรอก

ระหว่างทดสอบฝีเท้า วาน-บิสซาก้า ถูกจับยืนตำแหน่งปีกขวาหรือตัวริมเส้นตามที่ถนัด แต่ไม่อาจปรับตัวให้เข้าตา เดอร์รี่ ได้เลยถูกส่งคืนกลับมา

ใครที่ต้องเจออย่างนี้เข้าแทบจะท้อเลย ขนาดเลเวลลงไปคัดตัวกับทีมลีกทูหรือดิวิชั่น 4 ยังเอาตัวไม่รอด แทบจะหมดอนาคตกันเลยทีเดียว

เขาจึงต้องโซซัดโซเซกับมาซ้อมกับพาเลซเหมือนเดิม กำลังมองหาโอกาสการย้ายทีมด้วย เพราะเริ่มเห็นแววว่าอยู่ที่นี่คงลำบาก

แล้ววันหนึ่งต้นปี 2018 ในระหว่างแบ่งข้างซ้อม วาน-บิสซาก้า อยู่ในทีมชุดสองซึ่งหมายถึงกลุ่มตัวสำรอง ได้รับบทบาทประจำการแบ็กขวาดวลกับทีมชุดใหญ่

มันเป็นการท้าทายอย่างมากเพราะวิลฟรีด ซาฮา ซูเปอร์สตาร์ของ พาเลซ ยืนอยู่ทางริมเส้นด้านซ้าย

พอ ซาฮา รู้ว่าต้องเจอพวกน้องใหม่ไก่อ่อน ก็พร้อมเต็มที่สำหรับเผาให้หมดสภาพ จะงัดลีลาลากเลื้อยมาโชว์ให้ชมเป็นขวัญตา

แต่มันน่าเหลือเชื่อ ซาฮา ที่ว่าแน่ๆเจอการตามประกบแบบหายใจรดไรขนที่ต้นคอของ วาน-บิสซาก้า ประกอบกับการเข้าสกัดแบบดุดันแม่นยำ ถึงกับบื้อใบ้ไร้พิษสงกันเลย

นั่นทำให้ ฮ็อดจ์สัน เห็นความสามารถที่แท้จริง จากที่อยากจะปล่อยยืมก็เปลี่ยนใจ จับมายืนแบ็กขวาซะเลย

ดูเหมือนว่าโชคชะตาฟ้าเป็นใจ เพราะหลังจากนั้นไม่นาน พาเลซประสบปัญหาแบ็กขวานัดกันบาดเจ็บ โอกาสจึงถูกเหวี่ยงมายัง วาน-บิสซาก้า แบบเต็มๆ

ใครจะไปคิดว่าแข้งโนเนมอย่าง วาน-บิสซาก้า จะได้ลงอย่างต่อเนื่องแบบผูกขาดให้คริสตัล พาเลซในฤดูกาล 2018/19 รวมแล้ว 39 นัดในทุกรายการ เฉพาะพรีเมียร์ลีก 35 ยัด พลาดไปแค่ 3 นัดเท่านั้น

เขาได้รับเสียงยกย่องมากมาย ผลงานส่วนตัวยอดเยี่ยมจริงๆ โดยเฉพาะจังหวะเข้าสกัดที่ไม่เหมือนใคร

ภายในซีซั่นเดียวพัฒนาตัวเองไปสู่แบ็กขวาเบอร์ต้นๆของพรีเมียร์ลีก จนเป็นที่หมายปองของทีมใหญ่ทั้งหลาย

ดิ อีเกิ้ลส์เลยได้ทีแขวนป้ายพร้อมขายในราคาโหดมากๆ แต่ยังมีแมนฯยูไนเต็ดที่กำลังต้องการแบ็กขวายอมควักจ่ายบ้าเลือด 50 ล้านปอนด์

เพราะว่าต้องการผู้เล่นในตำแหน่งนี้อยู่แล้ว อีกทั้งมองว่าอายุไม่มากเท่าไร คงพัฒนาฝีเท้าไปได้เรื่อยๆ

วาน-บิสซาก้า เลยขึ้นแท่นเป็นแบ็กขวาแพงสุดในอังกฤษ ซึ่งนั่นคือหนึ่งในความกดดันที่ต้องแบกไว้อย่างแท้จริง

จากการเก็บสถิติของ Opta สถาบันที่นำตัวเลขของนักกีฬาอาชีพ ยืนยันชัดเจนว่า วาน-บิสซาก้า คือผู้เล่นที่สกัดมากสุดในพรีเมียร์ลีก 3 ปีติดต่อกัน

เขาสามารถยึดตัวจริงตำแหน่งแบ็กขวาของแมนฯยูไนเต็ดได้อย่างหมดจด ผลงานดีขึ้นตามลำดับ

ฤดูกาลแรกคือ 2019/20 อาจมีปัญหาอยู่บ้างในเรื่องมาตรฐานการเล่น รวมถึงการเติมเกมรุกและบทบาทเสริมหาโอกาสทำประตู

ทว่าเขาก็ยังเอาตัวรอดได้ สะท้อนถึงศักยภาพและสภาพจิตใจแกร่งพอสำหรับการรับมือในสถานการณ์ที่กดดัน

ส่วนซีซั่นที่จบลงไป วาน-บิสซาก้า มีพัฒนาที่เห็นชัดมากยิ่งขึ้น จุดเด่นยังอยู่ที่การแท็คเกิ้ลที่แทบจะร้อยเปอร์เซนต์ รวมถึงร่างกายที่ฟิตมากๆ มาจากการฝึกซ้อมอย่างหนัก จึงถูกยอมรับมากกว่าเดิม

แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ หรือ MEN สื่อท้องถิ่นของแมนฯยูไนเต็ด ยังทำยกย่องว่านี่คือ 1 ใน 5 นักเตะของปีศาจแดงที่ทำผลงานได้ดีมาก ซึ่งน่าจะแก้ปัญหาแบ็กขวาได้อย่างชะงัด

ต่อให้จะหลุดจากทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ไปลุยศึกยูโร 2020 แต่ วาน-บิสซาก้า อายุยังน้อย โอกาสจะได้ติดธงอย่างเป็นทางการยังเปิดกว้างอยู่ เพราะแข้งรุ่นพี่บางคนน่าจะเริ่มโรยลง

อย่างไรก็ดีแมนฯยูไนเต็ดกลับตกเป็นข่าวเชื่อมโยง คีแรน ทริปเปียร์ มาตั้งแต่มกราคมที่ผ่านมาและมาแบบต่อเนื่อง ไม่ใช่ข่าวลือแบบไร้มูล

พอจะเป็นการยืนยันได้ในระดับหนึ่งว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ต้องการแบ็กขวารายนี้จริง พร้อมดึงจากแอตเลติโก้ มาดริดมาในซัมเมอร์นี้

สื่อหลายสำนักต่างระบุด้วยว่ายื่นซื้อไปแล้ว แต่ตัวเลขยังห่างจากที่ตราหมีต้องการมากๆ เลยต้องถอยกลับมาแล้วค่อยว่ากันใหม่

ทริปเปียร์ อายุใกล้จะครบ 31 แล้วก็จริง ทว่าสภาพร่างกายยังดีมาก ลงเล่นแทบไม่ขาดเลย ถ้าไม่นับช่วงติดโทษแบน เพราะไปพัวพันเกี่ยวกับการพนันโดยไม่ได้ตั้งใจ

แมนฯยูไนเต็ดต้องยอมจ่ายไม่น้อยกว่า 30 ล้านปอนด์ หากอยากได้ตัว คาดว่าคงต้องคุยกันอีกพอสมควร

ทริปเปียร์ แสดงให้เห็นคุณภาพในสนาม ไม่ใช่แค่ในระดับสโมสรอย่างเดียว แต่ในทีมชาติก็ทำหน้าที่ได้ดีเช่นกัน อีกทั้งสลับไปยืนแบ็กซ้ายก็ได้ไม่มีปัญหา

ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ กุนซือแอตเลติโก้ มาดริด เปรียบแบ็กขวาอังกฤษว่าเป็นดั่งนักรบ ซึ่งสู้เต็สสูบไม่มีถอย พร้อมทำงานหนักเพื่อทีม

ขณะเดียวกันเชื่อกันว่า โซลชา อยากได้ประโยชน์จากเกมรุกของ ทริปเปียร์ เพราะนี่คือแบ็กที่เติมเกมรุกได้สะเด่า ครอสบอลแม่น เปิดเรียดก็ดี รวมถึงมีอ็อปชั่นตรงฟรีคิกอีก

แน่นอนตำแหน่งของ วาน-บิสซาก้า จึงสั่นคลอนอย่างไม่น่าเชื่อ หากดีลย้ายมาแมนฯยูไนเต็ดของ ทริปเปียร์ เกิดขึ้นจริง จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งแบ็กขวาอย่างไม่ต้องสงสัย

แล้วในเกมอุ่นเครื่องล่าสุดที่พ่ายควีนส์พาร์ค เรนเจอร์สยับ 2-4 ฟอร์มของเขายังไม่เข้าที่ โดนโจมตีจนเป๋ไปมา รวมทั้งเจอ ชาร์ลี ออสติน กองหน้าฝั่งตรงข้าม เล่นเกมรับหละหลวมมากทั้งที่เป็นจุดแข็งมาตลอด

พร้อมทั้งยังสำทับว่าไม่แปลกใจเลยว่าทำไมแมนฯยูไนเต็ดจึงต้องการ ทริปเปียร์

น่าเห็นใจ วาน-บิสซาก้า เหลือเกิน นอกจากสะท้อนว่ายังไม่อาจเอาชนะใจ โซลชา ได้ทั้งที่ฟอร์มดีมีพัฒนาการชัดเจน ยังมีสิทธิ์หลุดไปนั่งสำรองอีกต่างหาก

เชื่อกันว่าแข้งใหม่รายที่ 3 ในซัมเมอร์นี้ของแมนฯยูไนเต็ดต่อจาก เจดอน ซานโช่ และ ราฟาแอล วาราน จะเป็นใครไม่ได้นอกจาก ทริปเปียร์

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง วาน-บิสซาก้า คงต้องต่อสู้อย่างหนักอีกครั้งเพื่อพิสูจน์ตัวเอง เหมือนที่เคยผ่านมาแล้ว

และครั้งนี้อาจจะหนักกว่าเดิมด้วยซ้ำ