[ #ปีร์โล่แห่งยอร์คเชียร์ ]

23

หากไปถาม มาร์เซโล่ บิเอลซ่า ว่าประทับใจนักเตะลีดส์ ยูไนเต็ดคนไหนมากสุด มันคงตอบยากอยู่เหมือนกัน

ในฐานะผู้จัดการทีมแล้ว การตอบคำถามเช่นนี้ออกสื่อย่อมไม่ใช่เรื่องเหมาะสมนัก อาจถูกมองว่าลำเอียงหรือเลือกที่รักมักที่ชัง

อย่างไรก็ดีมีอยู่ 2 แข้งที่ได้รับคำชมมากเป็นพิเศษคือ ราฟินญ่า และ คัลวิน ฟิลลิปส์

เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ทัพยูงทองเปิดบ้านถล่มวูล์ฟแฮมป์ตันเละเทะ 3-0 ราฟินญ่า ได้รับคำชมจาก บิเอลซ่า มากเป็นพิเศษในทำนองว่า ไม่รู้จะติวหรือสอนอะไรแข้งรายนี้อีกแล้ว

เพราะเก่งเกินกว่าจะมาถ่ายทอดวิทยายุทธลูกหนังให้ จากนี้เหลือแค่รักษามาตรฐานและพยายามพัฒนาด้วยตัวเองเท่านั้น

ในขณะที่ ฟิลลิปส์ ดูแตกต่างออกไปจาก ราฟินญ่า

ไม่ได้เป็นผู้เล่นในตำแหน่งตัวรุกที่หวือหวาเลย แต่นี่คือห้องเครื่อง มีคุณสมบัติเป็นผู้นำเต็มตัว ทำงานหนักอยู่เบื้องหลังเงียบๆไป

แต่เขาคือความภาคภูมิใจของแฟนบอล เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของสโมสรอย่างที่ บิเอลซ่า ว่าเอาไว้ไม่มีผิด

เพราะ ฟิลลิปส์ คือหน่อเนื้อของชาวเมืองลีดส์ทั้งแท่ง แม้แม่จะเป็นไอริช พ่อมีเชื้อสายจาเมก้า แต่เขาเกิดและเติบโตที่นี่ ถือเป็นยอร์คเชียร์เต็มขั้น ไม่มีอะไรต้องสงสัยเลย

สำหรับกองเชียร์ลีดส์แล้วนี่คือเรื่องใหญ่มาก นักเตะเกิดที่นี่ เติบโตมาจากอะคาเดมี่ ขึ้นชุดซีเนียร์ จนกระทั่งยกระดับกลายเป็นแข้งชั้นนำ จะกลายเป็นขวัญใจและไอดอลของเด็กรุ่นหลัง

ชาวยอร์คเชียร์รักมากก็เกลียดมากเช่นเดียวกัน หากถูกทรยศขึ้นมา อย่าหวังว่าจะอยู่แบบมีความสุข

ริโอ เฟอร์ดินานด์ เคยเล่าให้ฟังเมื่อครั้งเป็นนักเตะลีดส์ ยูไนเต็ดว่า ช่วงตกเป็นข่าวโยงย้ายไปแมนฯยูไนเต็ดอย่างหนัก เขาไปนั่งดื่มที่ผับแห่งหนึ่งใจกลางเมืองลีดส์

ระหว่างนั่งคุยกับเพื่อน มีชายคนหนึ่งหัวเตียนเลี่ยน เนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยสัก เจาะทั้งจมูกและหูแลดูน่ากลัวมากกว่าน่าคบหา

พอเดินมาใกล้ ริโอ ค่อยๆโน้มตัวมาบอกว่า หากย้ายไปแมนฯยูไนเต็ดเมื่อไร อย่าหวังเลยว่าจะอยู่รอดปลอดภัยอย่างที่คิด รับรองเลยว่าเจอดีแน่

นี่คือบางตัวอย่างของความรักมากเกลียดมากของชาวลีดส์

แน่นอนตอนนี้ ฟิลลิปส์ เป็นหนึ่งในนักเตะที่ได้รับความรักจากแฟนๆมากเหลือเกิน มีต้นทุนเป็นเด็กท้องถิ่น อีกทั้งอยู่ในข่ายทำงานอย่างหนัก ไม่มีภาพลักษณ์เป็นซูเปอร์สตาร์

แต่ว่าอนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอนเลย ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

ชีวิตในวัยเด็กของ คัลวิน ฟิลลิปส์ ไม่ได้ลำบากนัก แต่ก็ไม่สบายอย่างเพื่อนรุ่นเดียวกันอีกหลายคน

แทบไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า ฟิลลิปส์ ลืมตาดูโลกพร้อมแฝดอีกสองคน เขาเป็นแฝดสามซึ่งแม่ที่คลอดออกมายังตกใจ เพราะไม่คิดว่าตั้งท้องคราวเดียวจะได้ลูกถึง 3 คน

อย่างไรก็ดีน้องสาวแฝดได้เสียชีวิตไปหนึ่งคน ทำให้เหลือแค่สองเท่านั้น แต่เขายังมีพี่น้องอีกสองคนด้วยกัน รวมแล้วเป็นสี่คนที่ต้องอยู่ร่วมกันตั้งแต่วัยเด็ก

ฟิลลิปส์ ไม่ได้ผูกพันกับพ่อเลยสักนิด ตั้งแต่จำความได้พ่อก็อยู่ในเรือนจำ อยู่กับแม่ซึ่งดูแลลูกทั้ง 4 แค่คนเดียว กลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปให้ได้

แน่นอนฐานะทางบ้านไม่ได้ดีเท่าไรนัก เขาต้องได้รับความจุนเจือช่วยเหลือจากตาและยาย ยื่นมือเข้ามาประคับประคองบ่อยๆ ดังนั้นอะไรที่ต้องประหยัดรัดเข็มขัดคือสิ่งที่ต้องทำเสมอ

ของเล่นทันสมัยหรือเสื้อผ้าดีๆ ดูจะเป็นเรื่องที่ห่างไกลตัวพอสมควร จะได้รับจริงๆก็ต่อเมื่อเทศกาล ไม่ก็วาระสำคัญพิเศษจริงๆ

นอกจากนี้ยังต้องทนกับสายตาและคำเหยียดหยามจากเพื่อนที่โรงเรียน เวลาที่ต้องไปรับอาหารฟรีที่จัดไว้ให้สำหรับพวกกลุ่มเด็กที่ขัดสนแล้วมาลงทะเบียนเอาไว้

ช่วงวัยเยาว์จึงน่าอึดอัดมากๆ ยังโชคดีเหลือเกินที่เขาเลือกฟุตบอลเป็นเครื่องมือสำหรับปลดปล่อย

เขาได้รับการสนับสนุนจากตาซึ่งคลั่งเกมลูกหนังตามประสาชาวไอริชทั่วไป จับฝึกจับเล่นตั้งแต่ยังเด็ก

ตอนอายุได้ 8 ฟิลลิปส์ ได้เข้าไปอยู่ในอะคาเดมี่ของวอร์ทลี่ย์สโมสรเล็กๆแถบที่พัก โดยตั้งเข็มทิศชีวิตเอาไว้ ต้องเติบโตเป็นแข้งอาชีพให้ได้

ไม่แปลกที่ ฟิลลิปส์ จะฉายแววเปล่งปลั่ง มันมาจากความมุ่งมั่นบากบั่นที่ท่องกับตัวเองไว้เสมอว่าต้องทำให้สำเร็จ

ช่วงอายุครบ 14 ปี ฟิลลิปส์ รับบทกองกลางของทีมวอร์ทลี่ย์เล่นในทัวร์นาเมนต์รายการหนึ่ง แล้วโชว์ผลงานได้อย่างโดดเด่นเหลือเกิน ทำให้มีข้อเสนอมาจาก 2-3 ทีมให้ไปร่วมคัดตัว

หนึ่งในนั้นคือลีดส์ ยูไนเต็ดและแน่นอนว่าเขาเลือกอย่างไม่ลังเล

ใช้เวลาเพียงแค่ 5 สัปดาห์เขาก็ผ่านการคัดเลือก ตอนทางลีดส์แจ้งมาเขาแทบตัวลอยด้วยความตื่นเต้น นำข่าวดีไปบอกแม่และตา ซึ่งคอยหนุนหลังเรื่อยมา

ในขณะเดียวกันครูที่ปรึกษาพยายามที่จะโน้มน้าวให้ ฟิลลิปส์ ตั้งใจเรียนมากขึ้น อย่ามัวแต่โฟกัสกับฟุตบอล เพราะเชื่อว่าคงยากที่เติบโตมาเป็นนักเตะอาชีพที่ประสบความสำเร็จมีเงินทองและชื่อเสียง

แต่เขาไม่แคร์อะไรทั้งสิ้น มาดมั่นไว้แล้วว่าจะต้องเดินเส้นทางสายนี้ ไม่มีอะไรมาขัดขวางได้

ฟิลลิปส์ ฟอร์มดีเรื่อยมาพัฒนาตามลำดับ จนได้รับมอบหมายให้เป็นกัปตันทีมชุดยู-18 ปี จากนั้นเป็นผู้นำชุดสำรองอีกด้วย

เขาถูกโปรโมตขึ้นชุดใหญ่ในปี 2014 ช่วงลีดส์อยู่ในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ แต่มันไม่ง่ายอยู่แล้วสำหรับการสอดแทรกเป็นตัวจริง ต้องใช้เวลาและโอกาสเพื่อพิสูจน์ให้เห็นคุณค่า

ฟิลลิปส์ มาแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในฤดูกาล 2016/17 ลงเล่นอย่างต่อเนื่อง ก้าวมาเป็นกระดูกสันหลังในแดนกลาง ด้วยสไตล์การเล่นในแบบฉบับมิดฟิลด์บ็อกซ์ ทู บ็อกซ์

ไฮไลต์สำคัญของชีวิตคือซีซั่น 2019/20 ที่กลายเป็นคีย์แมนนำลีดส์เลื่อนสู่พรีเมียร์ลีกสำเร็จ หลังจากจมปลักอยู่ในลีกรองมานานถึง 16 ปีเต็ม

แต่แทบไม่มีใครรู้จัก ฟิลลิปส์ หรอกไม่ว่าอย่างไรก็โนเนมอยู่ดี กระทั่งถูก แกเร็ธ เซาธ์เกต เรียกเข้าทำเนียบทีมชาติอังกฤษในเดือนสิงหาคม 2020 จึงถูกจับตามองมากขึ้น

เพราะ ฟิลลิปส์ ไม่เคยผ่านการเล่นให้สิงโตคำรามชุดไหนเลย พรวดขึ้นชุดใหญ่เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าทำเนียบ

แน่นอนเขาต้องเจอคำถามไม่น้อย รวมทั้งสายตาไม่เชื่อว่าจะเก่งพอที่จะเป็นห้องเครื่องให้ทีมชาติอังกฤษ

เขาใช้ผลงานในสนามเป็นคำตอบเหมือนตอนยังเด็ก เพราะรู้ว่ามันคือวิธีดีสุดแล้ว ไม่จำเป็นต้องพูดให้เหนื่อย

เพียงแค่ซีซั่นเดียวในลีกสูงสุด ฟิลลิปส์ ถูกยกย่องเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางดีสุดคนหนึ่งในพรีเมียร์ลีกและถูกจัดให้เป็น 1 ใน 10 นักเตะดีสุดตลอดกาลของยูงทองอีกต่างหาก

มันอาจดูโอเวอร์บ้าง แต่สิ่งที่ต้องยอมรับอยู่ตรงที่เขาเป็นเด็กท้องถิ่น อีกทั้งเป็นส่วนสำคัญผลักดันลีดส์จนเลื่อนชั้น แล้วกลายเป็นตัวแทนหนึ่งเดียวได้ติดทีมชาติอังกฤษชุดลุยยูโร 2020

ไม่ใช่แค่ติดมาให้เต็มครบจำนวน แต่ติดมาเพื่อเป็นตัวหลัก เหมือนอย่างเช่นเพิ่งผ่านตาในเกมแรกที่เชือดโครเอเชีย

นอกจากทำงานหนักคุมจังหวะในแดนกลาง ยังแอสซิสต์ให้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ยิงประตูชัย แม้ไม่ได้แมนออฟเดอะแมตช์อย่างเป็นทางการ

แต่สำหรับแฟนบอลส่วนใหญ่เทใจให้ ฟิลลิปส์ ไปเรียบร้อย และไม่ได้ประหลาดใจที่จะถูกเรียกว่า “ปีร์โล่แห่งยอร์คเชียร์” นำไปเปรียบกับมิดฟิลด์ระดับตำนานอย่าง อันเดรีย ปีร์โล่

และหากรู้ปูมหลังแล้วจะไม่ลังเลเลยที่เลือกกองกลางเลือดยอร์คเชียร์รายนี้

แบ่งปัน