แม็กไกวร์ [ #ขาดไปแทบขาดใจ ]

13

ซีไออีเอส ฟุตบอล อ็อบเซอร์เวทอรี่ (CIES Football Observatory) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เก็บสถิติเกี่ยวกับตัวเลขอย่างละเอียด ระบุเอาไว้ว่า แฮร์รี่ แม็กไกวร์ คือแข้งอาชีพที่ลงสนามมากสุดในโลกรอบปฏิทินปี 2020

4,745 นาทีหรือรวมแล้วเกือบ 80 ชั่วโมงคือตัวเลขดังกล่าวที่เหนือกว่าผู้เล่นทุกคน ไม่เว้นแต่ตำแหน่งผู้รักษาประตู

เพราะปกติแล้วนายด่านสุดท้ายมักจะลงเล่นมากกว่าผู้เล่นเอาท์ฟิลด์ ไม่ได้ใช้พลังเยอะ ยืนอยู่กับที่ส่วนใหญ่ หากใครได้เป็นมือ 1 ประจำทีมแล้ว มักได้รับความมอบหมายให้ลงเฝ้าเสาต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดีเมื่อเช็คแล้วผู้รักษาประตูที่ลงมากสุดในปี 2020 คือ มาร์เซโล่ ลอมบา ที่สังกัดอินเตอร์นาซิอองนาลสโมสรในลีกสูงสุดของบราซิล

ขนาดว่า ลอมบา ลงเล่นตามปกติครบทุกวินาทีแล้ว แต่ตัวเลขยังไม่อาจทาบ แม็กไกวร์ ได้

สถิติของ ลอมบา อยู่ที่ 4,740 นาที ยังน้อยกว่า แม็กไกวร์ อยู่ 5 นาทีด้วยกัน สะท้อนถึงความสำคัญกับแมนฯยูไนเต็ดอย่างมาก

นับตั้งแต่ย้ายมาจากเลสเตอร์ ซิตี้ในฤดูร้อน 2019 ไม่เคยพลาดลงสนามในลีกให้ปีศาจแดงเลยสักนาทีเดียว จากนั้นในฤดูกาลนี้ก่อนที่จะบาดเจ็บ เขาไม่ได้ลงโม่แข้งแค่ 2 นัดเท่านั้น เป็นเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในรอบแบ่งกลุ่มเจอปารีส แซงต์ แชร์กแมง รวมทั้งเกมลีกคัพถล่มไบรท์ตัน

ขณะเดียวกันการลงรับใช้ทีมอย่างต่อเนื่อง ยังทาบสถิติในลีกที่เล่นยาวนานตลอดกาลของแมนฯยูไนเต็ดอีกด้วย ของเดิมคือ แกรี่ พัลลิสเตอร์ เซ็นเตอร์แบ็กร่างโย่งที่ย้ายมาในปี 1989 ก่อนจะอยู่โยงยาวช่วยสร้างความสำเร็จในทศวรรษ 90

พัลลี่ เล่นในลีกติดต่อกัน 72 นัด แล้วเกมที่เจอแอสตัน วิลล่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แม็กไกวร์ เดินมาไกลหลักไมค์เดียวกันที่ 72 เกมต่อเนื่องเช่นเดียวกัน หากไม่มีอะไรผิดพลาดน่าจะโค่นลงได้

แต่แล้วเกมเข้าสู่ 20 นาทีสุดท้าย แม็กไกวร์ ซึ่งปะทะกับ อันวาร์ เอลกาซี่ จนได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อเท้า ต้องออกมาให้ทีมแพทย์มาปฐมพยาบาลและพยายามที่จะสู้ลงไปเล่นต่อแล้ว

ปรากฏว่าไม่อาจฝืนได้ไหว จำใจต้องเดินคอตกออกจากสนาม สถิติ 72 นัดเท่ากับรุ่นพี่อย่าง พัลลิสเตอร์ ยังคงยืนยงต่อไป

อย่างไรก็ดีตัวของ แม็กไกวร์ คงไม่ได้ใส่ใจเรื่องตัวเลขอะไรมากนัก แค่ต้องการลงสนามอย่างสม่ำเสมอ ช่วยทีมป้องกันประตูตามหน้าที่บทบาทที่ได้รับมอบ

เพียงแต่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เคยยอมรับว่าทีมจะขาด แม็กไกวร์ ไม่ได้เป็นอันขาด เพราะไม่ได้หมายถึงไร้ผู้นำทีมเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อแผงหลังอีกต่างหาก มีโอกาสเสียประตูได้ทุกเมื่อ

นี่คือนักเตะเพียงคนเดียวที่ต้องหาทางเข็นลงสนามในทุกสถานการณ์ สำคัญกว่า บรูโน่ แฟร์นันด์ส ผู้แบกภาระในเกมรุกอีก เพราะกองกลางโปรตุกีสยังได้พักบ้างในบางเกม ไม่ได้ตะบี้ตะบันส่งเล่นตลอด

แล้วมันชัดเจนแล้วว่าเมื่อปราศจาก แม็กไกวร์ ไปคนเดียว สองนัดที่เจอกับทั้งเลสเตอร์และลิเวอร์พูล มีรอยรั่วช่องโหว่เยอะแยะไปหมด

แมนฯยูไนเต็ดเสียไปถึง 6 ประตูจาก 2 เกมดังกล่าว แม้นัดเจอจิ้งจอกสยามจะเน้นส่งสำรองกับดาวรุ่งลงทั้งกระบิ แต่เห็นได้ชัดเลยว่า เอริก ไบยี่ กับ อักเซล ทวนเซเบ้ ยังไม่อาจทดแทนได้หรือแม้กระทั่งทำผลงานใกล้เคียง

4 นัดสุดท้ายในพรีเมียร์ลีก แม็กไกวร์ น่าจะชวดลงทั้งสิ้น รวมถึงอีก 2 เกมที่เหลือคือเจอฟูแล่มและไปเยือนเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยนในเกมปิดฉากฤดูกาล

แต่เกมสำคัญชิงยูฟ่า ยูโรปาลีก เป็นครั้งที่ โซลชา สามารถนำทัพปีศาจแดงฝ่าฟันมาถึงรอบนี้ได้ ต้องลุ้นอย่างหนักว่า แม็กไกวร์ จะไหวแค่ไหน มีโอกาสพลาดลงช่วยทีม เพราะอาการบาดเจ็บต้องใช้เวลาเยียวยา

จากเกมแดงเดือดที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แม็กไกวร์ เข้ามาเป็นหนึ่งในผู้ชมบนอัฒจันทร์ ยังคงมีเฝือกอ่อนหุ้มอยู่ ต้องประคบประหงมดูแลอย่างใกล้ชิด พยายามไม่ลงน้ำหนักในเวลานี้ ไม่อย่างนั้นอาจจะหายช้าลงอีก

กระนั้นกว่าจะผ่านมาจนถึงขั้นถูกยอมรับมากขึ้นและเป็นวงกว้าง แม็กไกวร์ ต้องก้มหน้าทำงานอย่างหนัก เพื่อพิสูจน์ตัวเองให้ได้

ไม่ใช่แค่ในสนามเท่านั้นต้องเผชิญปัญหา นอกสนามก็ผ่านมาเช่นกัน กว่าจะเอาตัวรอดด้วยเรียกว่าอ่วมเลยทีเดียว

ก่อนฤดูกาลจะเปิดฉาก แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เจอกับมรสุมใหญ่กระหน่ำใส่จนซวนเซ

เขาโดนเจ้าหน้าที่ตำรวจของกรีซจับระหว่างไปพักผ่อนเกาะไมโกนอส เจอตั้งข้อกล่าวหาสามกระทงด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการทำร้ายร่างกาย ขัดขืนการจับกุมและให้การเท็จ

ทริปดังกล่าวไม่ใช่แค่ตัวเขาคนเดียวที่โดนเท่านั้น แต่น้องสาวยังติดร่างแหตามไปด้วย

สภาพจิตใจจึงย่ำแย่มากๆ พอเปิดใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ดูเหมือนว่าไม่ค่อยมีคนเชื่อสักเท่าไรนัก หลักฐานมายืนยันเพื่อแสดงถึงความบริสุทธิ์แทบไม่มี

จากที่โดนโจมตีอย่างหนักเรื่องผลงานในสนามว่าไม่เป็นไปตามที่หวังในซีซั่นแรกกับแมนฯยูไนเต็ด แล้วต้องมาเจอซ้ำเรื่องคดีอีก มันบอบช้ำไม่ใช่น้อย

อย่างที่เรารับรู้กัน แม็กไกวร์ ย้ายจากเลสเตอร์มาแมนฯยูไนเต็ดในซัมเมอร์ 2019 ด้วยค่าตัวเหยียบ 80 ล้านปอนด์ ครองสถิติกองหลังแพงสุดในโลก

ดังนั้นความคาดหวังจึงสูงมากๆ แต่พอลงไปเล่นกลับไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก โดนเสียงวิจารณ์ถล่มหนัก ยามที่เกมรับหละหลวมพลาดทีไร มักจะต้องตกเป็นเหยื่ออยู่ร่ำไป

นอกจากนี้ยังโดนเคสไม่เหมาะเป็นกัปตันทีมด้วย หลังย้ายมาครึ่งปีแล้วได้รับมอบหมายแทน แอชลี่ย์ ยัง ซึ่งโยกไปอินเตอร์ มิลาน

อยู่กับทีมไม่นานส่วนหนึ่ง แต่คุณสมบัติการเป็นผู้นำของ แม็กไกวร์ ถูกตั้งคำถามเสมอ เขาพูดน้อยเกินไป ไม่ค่อยตะโกนสั่งหรือกระตุ้นตามบทบาท ไม่ควรรีบแต่งตั้งเลย

อย่างไรก็ดี แม็กไกวร์ เลือกที่จะนิ่งเงียบและพยายามรับมือด้วยผลงานในสนาม ให้ตรงนั้นเป็นคำตอบดีกว่า

จริงๆมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยหากคุณยืนคู่กับเซ็นเตอร์แบ็กซึ่งศักยภาพไม่ถึงพอและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยๆ

วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ , เอริก ไบยี่ หรือ อักเซล ทวนเซเบ้ ยังไม่ใช่พาร์ทเนอร์ที่เหมาะสม นั่นหมายความว่า แม็กไกวร์ เองจะต้องแบกรับหนักมากขึ้นในหลายจังหวะ

นอกจากความมุ่งมั่นที่พร้อมลงเล่นอย่างไม่อิดออด แม็กไกวร์ ยังพิสูจน์ให้รู้ด้วยว่าที่ว่าเจ๋งพอที่จะยืนอยู่ในสถานะปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นกองหลังค่าตัวแพงสุดในโลกหรือเจ้าของปลอกแขนกัปตันทีม

อาจเพราะเราเห็นเขาลงเล่นอย่างสม่ำเสมอไม่เคยหายไปไหน มารู้อีกทีตอนไม่มีนั่นแหล่ะว่านี่คือคนสำคัญมากๆ

กว่าจะผ่านมาถึงจุดที่พิสูจน์ได้อย่างที่เห็น ต้องฝ่าอุปสรรคมามากมาย ทั้งเรื่องส่วนตัวและผลงานในสนาม ใครเจออย่างนี้เข้าอาจยอมแพ้ไปแล้วหรือไม่ก็ยังจมอยู่อย่างนั้นถอนตัวไม่ขึ้น

ต้องยอมรับจิตใจ แม็กไกวร์ แข็งแกร่งจริง ยืนหยัดต่อสู้จนกระทั่งปัจจุบันเสียงวิจารณ์เริ่มหายไป การยอมรับเริ่มมากขึ้น แม้จะยังมาไม่สุดก็ตาม

มันชัดเจนแล้วว่า แม็กไกวร์ มีคุณค่ากับแมนฯยูไนเต็ดมากแค่ไหน แต่กว่าจะได้รู้ก็ตอนไม่มีอยู่ในทีมแล้ว

แฟนผีจึงต้องช่วยกันภาวนาให้หายทันนัดชิงยูฟ่า ยูโรปาลีกในวันที่ 26 พฤษภาคมนี้ ไม่อย่างนั้น โซลชา อาจต้องรอแชมป์แรกต่อไป

แบ่งปัน