มาห์เรซเบิ้ล!เรือย้ำแค้นเปเแอสเช 2-0 (4-1) ทะลุชิงUCLครั้งแรก

768

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ UCL ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังจัดการเขี่ยเปแอสเชตกรอบตัดเชือก

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2020-2021 รอบรอบชนะเลิศนัดสอง เป็นการพบกันระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดรังเหย้า เอติฮัด สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือเจ้าบ้าน กุมความได้เปรียบจากการบุกชนะมาได้ก่อนในนัดแรก 2-1 เลือกจัดทัพมาในระบบ 4-3-3 ด้วยการใช้สามประสานแนวรุกเป็น ริยาด มาห์เรซ, เควิน เดอ บรอยน์ และ ฟิล โฟเด้น

ด้านทีมเยือนของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน ต้องบุกชนะด้วยผลต่างเกิน 2 ประตูขึ้นไปเท่านั้น ถึงจะพลิกเข้ารอบ วางหมากมาในแผน 4-3-3 เช่นกัน ใช้สามแนวรุกเป็น อังเคล ดิ มาเรีย, เมาโร อิคาร์ดี้ และ เนย์มาร์

เริ่มเกมมาทั้งสองทีมต้องลงเล่นท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น จากการที่สนามขาวโพลนไปด้วยหิมะ ซึ่งตกลงมาในช่วงประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนเริ่มเกม

กระทั่งนาทีที่ 11 เป็นฝั่งของซิตี้มาได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะที่ เดอ บรอยน์ ยิงด้วยขวาหน้าเขตโทษไปติดบล็อกแนวรับเปแอสเชมาเข้าทาง มาห์เรซ แปซ้ำดาบสองด้วยขวาไม่เหลือ ส่งให้เรือใบสีฟ้าออกนำ 1-0 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังแชมป์คาราบาว คัพมาบวกลูกสองเพิ่มได้อีก ในนาทีที่ 63 จากจังหวะที่ เดอ บรอยน์ ไหลบอลไปทางริมกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายให้ โฟเด้น ตบเข้ากลางต่อให้ มาห์เรซ ตวัดยิงด้วยซ้ายตุงตาข่าย เป็นลูกสองของเจ้าตัวในเกมนี้ด้วย ช่วยให้เจ้าบ้านหนีห่างเป็น 2-0

ถัดมานาทีที่ 69 เปแอสเชที่สถานการณ์เป็นรอง ยังต้องมาเหลือ 10 คนด้วย จากจังหวะที่ ดิ มาเรีย ไปเจตนาเล่นนอกเกมใส่ แฟร์นานดินโญ ทำให้โดนใบแดงโดยตรงไล่ออกไปเลย

จากนั้นไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่มเติมอีก ทำให้สุดท้ายจบเกมเป็นแมนเชสเตอร์ ซิตี้ชนะไป 2-0 รวมผลสองนัดชนะไปขาดลอย 4-1 ตีตั๋วผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร ไปรอพบผู้ชนะคู่ระหว่างเชลซีกับเรอัล มาดริด

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน; ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, รูเบน ดิอาส, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้; แบร์นาร์โด้ ซิลวา (ราฮีม สเตอร์ลิง น.82), แฟร์นานดินโญ, อิลคาย กุนโดกัน; ริยาด มาห์เรซ, เควิน เดอ บรอยน์ (กาเบรียล เชซุส น.82), ฟิล โฟเด้น (เซร์คิโอ อเกวโร น.85)

สำรองไม่ได้ใช้ : นาธาน อาเก้, แซ็ค สเตฟเฟน, อายเมอริค ลาปอร์กต์, โรดรี้ เอร์นานเดซ, เฟร์ราน ตอร์เรส, แบ็งฌาแม็ง เมนดี้, เชา คันเซโล, สกอตต์ คาร์สัน

ใบเหลือง – โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ น.71, เควิน เดอ บรอยน์ น.74

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (4-3-3) : เกย์ลอร์ นาวาส; อเลสซานโดร ฟลอเรนซี (โกแล็ง ดักบา น.75), มาร์ควินญอส, เพรสเนล คิมเพมเบ้, อับดู ดิยัลโล (มิตเชล บัคเกอร์ น.82); อันเดร์ เอร์เรรา (ยูเลียน ดรักซ์เลอร์ น.62), เลอันโดร ปาเรเดส (ดานิโล เปเรรา น.75), มาร์โก แวร์รัตติ; อังเคล ดิ มาเรีย, เมาโร อิคาร์ดี้ (มอยเซ คีน น.62), เนย์มาร์

สำรองไม่ได้ใช้ : ธิโล เคห์เรอร์, คีลิยัน เอ็มบัปเป้, ราฟินญา, เซร์คิโอ ริโก้, ปาโบล ซาราเบีย, เลย์แว็ง กูร์กซาวา, มาธีอาส รานเดรียมามี

ใบเหลือง – อันเดร์ เอร์เรรา น.22, มาร์โก แวร์รัตติ น.71, เพรสเนล คิมเพมเบ้ น.87, ดานิโล เปเรรา น.89

ขอบคุณที่มา goal.com

แบ่งปัน