ฤาไทยจะดีกว่าแค่เอ็กพอร์ตติ้ง แต่เวียดนามคือของจริงด้านพัฒนาการ?

15

#ช้างศึกริงไซด์ by akinson149

ถือเป็นคำถามคลาสสิคที่ชวนให้สงสัยทุกครั้งและอาจต้องสาธยายกันแบบเป็นวันๆว่าในเวลานี้ระหว่างเราและเวียดนาม “ใครดีกว่ากัน?”

บ้างก็บอกว่าเราซิ..ไม่น่าถาม! เพราะถ้าอ้างอิงด้วยหลักประวัติศาสตร์ว่าด้วยเรื่องผลงานทีมชาติแบบลากยาวมาตั้งแต่อดีตกาล ไม่ว่าจะเป็นจำนวนโทรฟี่หรือเหรียญเกียรติยศเราเองก็มีมากกว่าเขาตั้งไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า

แต่ก็มีเสียงอีกจำนวนไม่น้อยที่โต้แย้งด้วยมุมที่ว่า “ชีวิตมันต้องอยู่กับปัจจุบัน!” แล้วก็ปรบมือให้เวียดนามเป็นเบอร์ 1 ในภูมิภาคอย่างเต็มใจและยอมรับ

เนื่องด้วยผลงานอันเป็นที่ประจักษ์ที่ผ่านๆมาไม่ว่าจะเป็นการเข้ารอบได้ลึกกว่าเราในเอเชียนคัพที่ยูเออี, การได้รองแชมป์รายการยู23 ชิงแชมป์ทวีปที่จัดที่จีนในขณะที่ไทยต้องแพ็คกระเป๋ากลับบ้านในฐานะบ๊วยกลุ่มบี, การเถลิงถ้วยแชมป์ภูมิภาคหนล่าสุดด้วยสถิติเป็นทีมที่เสียประตูน้อยที่สุด หรือไม่ว่าจะเป็นบรรดาสถิติที่ทั้งคู่ต่างพบกันที่ไทยยังไม่เคยมอบความปราชัยให้แก่พวกเขาได้เลยซักกะครั้งนับตั้งแต่ที่พวกเขามีนายใหญ่ที่ชื่อ “มิสเตอร์ปาร์ค” ทั้งหมดทั้งมวลที่ว่ามาล้วนแล้วแต่มีน้ำหนัก

พิจารณากันอย่างถี่ถ้วนดูเหมือนว่าเสียงที่ดังกว่าจะหนักมาทางอย่างหลัง (เหงียนดีกว่าไทยในเวลานี้) เพราะหากมองในบริบทรอบด้านโดยวิเคราะห์กันให้ลึกลงไปอาจกล่าวได้ว่าไทยในเวลานี้อาจมีดีแค่การเอ็กพอร์ตติ้ง แต่พวกเขาคือของจริงด้านพัฒนาการ!

ที่ผมบอกแบบนี้นั่นเพราะถ้าว่ากันด้วยเรื่องของจำนวนนักเตะไทยที่ได้รับโอกาสได้ออกไปโชว์เพลงแข้งยังต่างแดนกับลีกชั้นนำระดับประเทศแถมยังทำผลงานได้ดีแบบออกนอกหน้า นักเตะไทยก็มีจำนวนมากกว่านักเตะเหงียนแบบ “เกทับ”

ไม่ว่าจะเป็นการพาทีมโยโกฮาม่า เอฟ มารินอส คว้าแชมป์ลีกของ “เจ้าอุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน, ความฟีเวอร์และเป็นที่ยอมรับในดินแดนอาทิตย์อุทัยของ “เจ้าเจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์, การได้ลงเล่นบนลีกสูงสุดของเบลเยี่ยมเป็นครั้งแรกและครั้งประวัติศาสตร์ของ “เจ้าตอง” กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, การได้เป็นนักเตะไทยคนแรกที่มีชื่อในเวทีพรีเมียร์ลีกของ “เจ้ากัน” ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร กับทีมจิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ ซิตี้, การพาทีมเอสโตริลคว้าแชมป์ฟุตบอล Liga Revelacao ของ “เจ้าเจ็ท” ชยพิพัฒน์ สุพรรณเภสัช เด็กไทยวัย 20 ปีในดินแดนโปรตุเกส หรือจะเป็นพวกดาวรุ่งอย่าง เบน เดวิส และ “เจ้าจู๊ด” ศูนย์ทรัพย์ เบลล์ สองลูกครึ่งวันเดอร์คิดที่ต่างทำผลงานได้ดีกับทีมเยาวชนของฟูแล่มและเชลซีอยู่ขณะนี้ ไทยดูจะเฉิดฉายในเรื่องการส่งออกนักเตะไปเมืองนอก ในขณะที่เวียดนาม “ไม่มีเสียงตอบรับ” กับเรื่องราวทำนองนี้เลยซักกะนิด

แต่ก็นะ..กองเชียร์ชาวเวียดนามอาจไม่ได้แคร์อะไรเท่าไหร่กับสิ่งที่นักเตะไทยทำได้ในเวทีต่างแดน และก็อาจแก้ต่างแบบเกทับด้วยประโยคสั้นๆที่ว่า “แล้วไง..พัฒนาการทีมชาติของยูล่ะ ไปถึงไหน?”

พัฒนาการที่พวกเขากล่าวอ้างอาจไม่ได้มีเพียงแต่เรื่องของผลงานในสนามเท่านั้นแต่ยังนับรวมไปถึงผลงานนอกสนามซึ่งเวียดนามก็มักทำได้ดีกว่าไทย

เพราะเมื่อไม่นานมานี้เอเอฟซีได้ประกาศให้สมาคมฟุตบอลเวียดนามเป็นหนึ่งในสมาชิก AFC Elite Youth Scheme ในขณะที่ PVF Football Academy อะคาเดมี่ที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนามก็ได้รับการยกระดับให้อยู่ในเกรด 3 ดาวเทียบเท่าแอสไพร์ อะคาเดมี่ของกาตาร์ และชุนบุก ฮุนได มอเตอร์ เอฟซี อะคาเดมี่ของเกาหลีใต้ที่เคยได้ไปก่อนหน้านั้น นับเป็นอะเคเดมี่เกรด 3 ดาวแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และนับเป็นแห่งเดียวในภูมิภาคที่ถูกจัดเกรดให้เป็นท็อปคลาส

ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่เป็นตัวบ่งชี้ในด้านพัฒนาการระหว่างเราและเขาในแบบที่ปฎิเสธไม่ได้นั่นคือ “อันดับฟีฟ่า” ที่แน่นอนว่าเขาดีกว่า

ย้อนไปในปี 2015 หรือราวหกปีก่อน อันดับฟีฟ่าของเวียดนามยังนอนนิ่งๆอยู่ที่ 147 ของโลกในขณะที่ไทยเหนือกว่าพวกเขาถึง 14 อันดับ แต่พอเวลาผ่านไปและพวกเขาทำผลงานในเกมอย่างเป็นทางการได้ดีกว่าเรา สัญญาณเครื่องเทอร์โบก็เริ่มปรากฏออกมาอย่างเห็นได้ชัด เวียดนามขยับก้นขึ้นมาอยู่ที่ 92 ของโลก ในขณะที่ไทยที่แม้จะไต่ขึ้นมาสี่อันดับมาอยู่ที่ 106 จากการประกาศล่าสุดแต่เราก็ยังเป็นได้แค่ “ผู้ตาม”

การไต่ขึ้นมาหยุดอยู่ที่ 92 ของโลกของเวียดนามไม่เพียงแต่จะเป็นอันดับโลกที่ดีที่สุดในรอบ 20 ปีของพวกเขาเท่านั้น แต่ยังถือเป็นการสะท้อนด้านพัฒนาการทีมชาติที่พวกเขาดีกว่าเราเมื่อเทียบกันอย่างเห็นได้ชัด

ในเวลาแบบนี้กองเชียร์เวียดนามคงกำลังเต้นระบำรื่นเริงกับความสำเร็จที่ผ่านๆมาและคงกำลังแสยะยิ้มให้ไทยในฐานะผู้ตามที่ไม่ใช่แค่เรื่องตารางฟีฟ่าเท่านั้น หากแต่เป็นผลงานในคัดบอลโลกด้วยเช่นกัน

“ใครจะว่าไงก็ช่าง เพราะสงครามยังไม่จบ อย่าพึ่งนับศพทหาร”

แม้ไทยจะเสียสิทธิ์การได้เล่นในบ้านไปและดูเหมือนว่าเวียดนามและยูเออีจะกำลังได้เปรียบเราในหลายๆด้าน (กับการมีแต้มนำของเวียดนามและการได้เล่นในบ้านของยูเออีทุกนัด) แต่ผมยังเชื่อว่าเหล่าผู้เล่นที่เราได้เอ็กพอร์ตออกไปจะกลับมาผนึกกำลังกับนักเตะในไทยแล้วขับเคลื่อนทีมชาติให้กลับเข้าสู่เส้นทางที่มันควรจะเป็นอีกครั้ง

บอลลีกและบอลถ้วยจบลงไปแล้ว ได้เวลารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อภารกิจที่ยิ่งใหญ่ระดับชาติ!

“Changsuek Assemble!!”

แบ่งปัน