หายใจให้ถูกวิธี ดีต่อกายและใจ

11

โดย ช้างศึก x Play Now Thailand

มนุษย์ทุกคนไม่ว่าจะเป็นคนทั่วไปหรือแม้กระทั่งนักกีฬามักไม่ค่อยสนใจหรือให้ความสำคัญกับการหายใจ

อาจเพราะการหายใจเป็นกลไกธรรมชาติที่ไม่ต้องฝึกฝน เมื่อครั้งแรกกำเนิดอยู่ในครรภ์มารดา เด็กทารกรู้จักหายใจผ่านทางสายสะดือ เมื่อลืมตาขึ้นดูโลกและร้องไห้จ้า สัญชาตญาณตามธรรมชาติก็ทำให้เราเริ่มหายใจเอาก๊าซออกซิเจนเข้าไปภายในปอดเป็นครั้งแรก เมื่อนั้นกระบวนการหายใจเริ่มต้นขึ้นทันที และต่อเนื่องยาวนานจนกว่าเราจะเสียชีวิต

ถ้าวันหนึ่งมีคนเดินมาบอกว่าเรา “หายใจผิด” ก็คงงุนงงสงสัย ที่ผ่านมาเราหายใจผิดอย่างไร แล้วการหายใจที่ถูกเป็นอย่างไร

เมื่อการหายใจเป็นเรื่องธรรมชาติ จะมีสักกี่คนที่หายใจได้มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง ?

โดยทั่วไปแล้วการหายใจ (breathing) หมายถึง กระบวนการนำออกซิเจนเข้าไปในปอดเพื่อให้แทรกซึมเข้าไปทั่วร่างกาย พร้อมทั้งนำคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดขึ้นภายใน ขับออกจากร่างกายผ่านทางปอด

การหายใจยังแบ่งได้เป็น 2 ตอน คือ การหายใจภายนอก (external respiration) หมายถึง การแลกเปลี่ยนระหว่างออกซิเจนของอากาศที่หายใจเข้าไปกับคาร์บอนไดออกไซด์ในหลอดเลือดฝอยของปอด และ การหายใจภายใน (internal respiration) หมายถึง การแลกเปลี่ยนก๊าซระหว่างเซลล์และสารน้ำที่อยู่รอบๆ เซลล์ ซึ่งเรียกอีกอย่างว่า การหายใจของเซลล์ (cell respiration)

อย่างไรก็ตามมีผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพกล่าวว่าการหายใจที่ดีไม่ใช่แค่เพียงการแลกเปลี่ยนก๊าซสองชนิด แต่มีส่วนในการเสริมสร้างสุขภาพและเพิ่มพลังชีวิต

การหายใจที่ถูกวิธีสามารถป้องกันและเยียวยาอาการเจ็บป่วยได้สารพัดอย่าง ยกตัวอย่างเช่น

ไมเกรน อาการที่เกิดจากการบีบตัวและคลายตัวของหลอดเลือดแดงในสมองมากกว่าปกตินี้ทำให้เกิดความรู้สึกปวดศีรษะขึ้นอย่างรุนแรงและรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็น “ปวดหัวข้างเดียว” หรือสองข้าง ผู้ที่เป็นไมเกรนสามารถบรรเทาอาการและเยียวยาให้หายได้ด้วยการฝึกหายใจ มีกรณีศึกษาที่น่าสนใจคือ ท่านโกเอ็นก้า (S. N. Goenka) อาจารย์ด้านวิปัสสนากรรมฐานที่มีชื่อเสียงระดับโลก มีอาการของไมเกรนอย่างรุนแรงชนิดที่ไม่มีแพทย์คนใดรักษาให้หายได้ แต่ท่านกลับหายจากไมเกรนด้วยการทำอาณาปานสติหรือฝึกสมาธิโดยใช้ลมหายใจ

ความดันโลหิตสูง การสูดลมหายใจสามารถช่วยลดความดันโลหิตลงได้อย่างเห็นผล หรือยกตัวอย่างเวลาที่เรามีอารมณ์พลุ่งพล่าน ลองนั่งสงบสติอารมณ์แล้วหายใจให้ลึกและยาว เพียงแค่ไม่กี่นาทีก็ช่วยทำให้หัวใจกลับมาเต้นในจังหวะปกติสม่ำเสมอได้

โรคเครียด อีกหนึ่งตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพอื่นๆ ตามมา ผู้ที่รู้สึกเครียดมีโอกาสที่อาการจะดีขึ้นได้ด้วยการฝึกหายใจอย่างถูกวิธี ลองสังเกตเวลาที่เราเครียดหรือรู้สึกโกรธเรามักจะหายใจติดขัด ลองสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยผ่อนลมหายใจออกช้าๆ จะรู้สึกดีขึ้น ความเครียดหรือความโกรธทุเลาเบาบาง

การหายใจที่ถูกวิธีสามารถป้องกันและเยียวยาอาการเจ็บป่วยได้สารพัด แล้วเคล็ดลับของการหายใจที่ถูกวิธีนั้นทำอย่างไร ?

หายใจเข้าท้องป่อง หายใจออกท้องยุบ เป็นหลักง่ายๆ ของการหายใจที่เราได้ยินได้ฟังมานาน แต่ความจริงแล้วการหายใจที่ส่งผลดีต่อสุขภาพมีรายละเอียดมากกว่านั้น

มีการศึกษาทางการแพทย์ระบุว่าการหายใจที่มีประสิทธิภาพ ปอดของเราต้องขยายตัวอย่างเต็มที่

ปอดเป็นอวัยวะภายในช่องอก ขนาบอยู่ทางซ้ายและขวาของหัวใจ มีรูปร่างเป็นทรงกรวย ที่มีด้านแคบอยู่ด้านบน และมีด้านกว้างอยู่ด้านล่าง มีส่วนเว้าที่สบเข้าพอดีกับส่วนนูนของกะบังลม

นักวิชาการบางคนแบ่งปอดของคนเราออกเป็นปอดส่วนบนและปอดส่วนล่าง ทุกครั้งที่เราสูดลมหายใจเข้าปอดจะขยายตัว เมื่อปอดส่วนล่างขยายตัวจะดันกะบังลมให้เลื่อนลง ทำให้ท้องของเราป่องเวลาเราหายใจเข้า ขณะที่ปอดส่วนบนจะดันชายโครงให้กางออก นี่คือโครงสร้างของปอดเมื่อเราหายใจ

น่าเสียดายที่ส่วนใหญ่เรามักหายใจด้วยการใช้ปอดส่วนล่าง ซึ่งอาจเกิดจากการมีโครงสร้างร่างกายผิดเพี้ยน ไหล่งุ้ม หลังค้อม ทำให้ชายโครงไม่ขยายตัวเวลาสูดลมหายใจ เป็นเหตุให้อากาศเข้าไปได้น้อยกว่าปกติ นอกจากนี้ยังอาจเกี่ยวกับพฤติกรรมการหายใจที่เร็วและสั้น นานเข้าก็ติดเป็นนิสัย

ขณะที่การหายใจที่ถือว่าได้ประสิทธิภาพ ปอดทุกส่วนต้องขยายตัวได้เต็มที่ เราจึงควรปรับพฤติกรรมหรือหาโอกาสหายใจลึกๆ และยาวๆ

อาจเริ่มต้นด้วยการยืดอก ผายหัวไหล่ไปด้านหลัง แล้วสูดหายใจเข้าให้ลึกและยาวที่สุดเท่าที่จะทำได้ จินตนาการว่าตัวเรากำลังพองขึ้นเรื่อยๆ ตามอากาศที่ถูกสูดเข้าไป สักพักจึงค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกอย่างช้าๆ ยาวๆ ทำซ้ำประมาณ 3-5 รอบ ก็จะได้สัมผัสถึงความสดชื่นทันที

การสูดลมหายใจเข้าไปในร่างกายให้เต็มปอดแบบนี้ช่วยเพิ่มออกซิเจนในร่างกาย ขับของเสียในร่างกายผ่านทางลมหายใจ รวมทั้งช่วยบริหารกล้ามเนื้อ

ถ้ารู้จักต่อลมหายใจด้วยการสูดลมหายใจเข้าและออก ลึกๆ ยาวๆ ช้าๆ จะพบเคล็ดลับง่ายๆ ที่ช่วยให้เราสุขภาพดีอย่างคาดไม่ถึง

แบ่งปัน