“บาร์ซ่า” รอวันเมฆฝนผ่านพ้น

13

[ #รอวันเมฆฝนผ่านพ้น ]

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจกาตาลุนย่าบุกจับกุม โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว อดีตประธานสโมสรบาร์เซโลน่า สร้างความเกรียวกราวอย่างมากต่อวงการลูกหนัง

เพราะไม่ใช่แค่ บาร์โตเมว อย่างเดียวที่โดนหิ้วตัวไปสอบสวนจากคดี Barcagate แต่ยังมีอดีตผู้บริหารอีก 3 รายด้วยกันที่ติดร่างแหด้วย

3 คนดังกล่าวประกอบด้วย ออสการ์ กราอู อดีตซีอีโอหรือหัวหน้าผู้บริหาร , โรมัน โกเมซ ปอนติ หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย และ เชาเม่ มาสเฟร์เรร์ คนสนิทที่ บาร์โตเมว ไว้เนื้อเชื่อใจมากสุดคนหนึ่งล้วนแต่เจอสอบสวนทั้งสิ้น

ที่มาของ Barcagate คือ บาร์โตเมว และพรรคพวกถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังว่าจ้าง I3 Ventures บริษัทพีอาร์สัญชาติอุรุกวัยนำเสนอข่าวเท็จใส่ร้ายนักเตะที่ทรงอิทธิพลในทีม อดีตนักเตะและอดีตกุนซือ

แล้วเงินที่ใช้จ้างวานนั้นยังมาจากงบประมาณของสโมสรอีกต่างหากและยังจ่ายเกินจำนวนจริงด้วย

มันไม่ใช่เรตปกติตามตลาดทั่วไปและราคาที่ บาร์โตเมว จ่ายไปสูงกว่า 600 เปอร์เซนต์หรือ 6 เท่าด้วยกัน

จากหลักฐานที่มีใบเสร็จเรียกเก็บเงินจำนวน 6 งวดรวมมูลค่า 1,000,000 ล้านยูโร ทั้งที่ไม่น่าเกิน 200,000 ยูโร นั่นหมายความว่ายังถูกตั้งข้อกล่าวหาเจตนาคดโกงเงินของสโมสรหรือคอร์รัปชั่นเข้าไปอีก

จริงๆแล้วคดีนี้มีการสอบสวนก่อน โดยให้บริษัทชั้นนำของโลกเข้ามาตรวจสอบบัญชีรายจ่าย รวมทั้งระบบการเสียภาษีที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ในปี 2020 ปรากฏว่าไม่พบเจอข้อมูลที่มีน้ำหนักมากพอ

อย่างไรก็ดีการสอบสวนยังไม่สิ้นสุดลงง่ายๆ เพราะผู้ที่ถูกกล่าวหาให้ร้ายต่างรู้ดีว่าเบื้องหลังเกิดอะไรขึ้น จึงเดินหน้าลุยต่อลากตัวคนผิดมาชดใช้สิ่งที่ก่อไว้

หากใครยังจำกันได้มีอยู่ช่วงที่พวกสื่อสเปนบางสำนักเสนอข่าวหรือสกู๊ปโจมตี ลิโอเนล เมสซี่ และ อันโตเนล่า ผู้เป็นภรรยา

เคราร์ ปีเก้ ก็เจอเล่นงานด้วยเช่นกัน รวมไปถึง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อดีตกุนซือ , การ์เลส ปูโยล , ชาบี เอร์นานเดซ และ โจน ลาปอร์ต้า ซึ่งเคยเป็นประธานสโมสรมาก่อน ก็ไม่รอดจากการถูกใส่ไฟ

เมสซี่ เจอหนักกว่าใครทั้งเรื่องของความล่าช้าในการขยายสัญญา ทั้งที่ข้อเท็จจริงไม่ได้อยู่กับนักเตะฝั่งเดียวเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีการลากคนในครอบครัวไปเกี่ยวข้อง

ส่วน ปีเก้ ถูกป้ายสีว่าเป็นพวกเรื่องมาก เรียกร้องมากมายหลายอย่างต้องการความเป็นส่วนตัว ห้ามไม่ให้พวกสื่อเดินทางไปกับสโมสรด้วย

ยังไม่นับ บิคตอร์ ฟอนต์ ผู้สมัครชิงเก้าอี้ประธานเที่ยวนี้ก็เจอดิสเครดิต จากข่าวที่ถูกนำเสนอแบบบิดเบือนข้อมูล

นอกจากนี้เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมายังมีการปล่อยข่าวเกี่ยวกับตัวเลขรายได้อันมหาศาลของ เมสซี่ จากการต่อสัญญาฉบับล่าสุดซึ่งมีมูลค่า 555 ล้านยูโร อีกทั้งแจกแจงรายละเอียดยิบย่อยอย่างน่าเหลือเชื่อ

คนที่มีเอกสารและรู้ข้อมูลนี้ รวมทั้งเป็นพยานในวัน เมสซี่ จรดปากกาเซ็นมีอยู่ไม่กี่ราย ซึ่งล้วนแต่เป็นกลุ่มก้อนของ บาร์โตเมว ทั้งสิ้น

ว่ากันว่าสาเหตุที่ บาร์เตโมว ไม่ยอมลาออกจากตำแหน่งง่ายๆ แม้จะเจอกับแรงกดดันอย่างหนักทั้งจากภายในและภายนอก เพราะยังสะสางเคลียร์เรื่องเหล่านี้ไม่จบสิ้น

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไม เมสซี่ ถึงหมดความอดทนเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ยื่นคำขาดเทหมดหน้าตักขอขึ้นบัญชีย้ายทีม เหมือนประกาศสงครามเลยว่าหากมีประธานคนนี้อยู่ ตัวเขาก็จะไม่ขออยู่อีกต่อไป

อย่างที่เรารู้กัน เมสซี่ แทบไม่มีความคิดจะย้ายออกจากสโมสรที่ผูกพันมายาวนานตั้งแต่ปี 2000 เลยสักนิด ต้องการจะรีไทร์ที่นี่เท่านั้น

แต่จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนบีบให้ต้องย้ายออกไป เจอวิธีการสกปรกของคนเป็นหัวหน้าผู้บริหารต่างๆนานา เลยต้องใช้ไม้แข็งนั่นแหล่ะ จากนั้นเรื่องจึงค่อยแดงขึ้นมา

เขายอมโดนแฟนบอลบางส่วนกล่าวหาว่าเป็นพวกหน้าเงิน แลกกับการที่เบื้องหลังได้ถูกเปิดเผย ฉีกหน้ากากของบางคนที่ทำให้บาร์เซโลน่าต้องตกอยู่ในสถานภาพอย่างนี้

ทุกข้อกล่าวหาหรือคดที่ถูกจับโยงด้วย บาร์โตเมว ล้วนแต่ปฏิเสธ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย

แต่ในขณะเดียวกันมีข่าวว่าบรรดาผู้เล่นบาร์ซ่าชุดนี้ต่างก็ไม่แปลกใจอะไรเลยที่อดีตประธานโดนตำรวจรวบตัว

ต้องยอมรับว่านับตั้งแต่ บาร์โตเมว ขึ้นมาบริหารอย่างเป็นทางการในปี 2014 แทนที่ ซานโดร โรเซลล์ ซึ่งลาออกไป หลายอย่างก็เริ่มแย่ลงเรื่อยๆ

5 ปีที่ผ่านมาภาพแห่งความตกต่ำถูกฉายชัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความเละเทะจากการบริหารภายใน จนทำให้สโมสรเป็นหนี้สินเยอะสุดเป็นประวัติการณ์

หรือเป็นต้นตอทำให้เกิดความแตกแยกในทีม แฟนบอลเริ่มเอือมระอาความศรัทธาลดน้อยลง

มูลค่าและแบรนด์ของทีมต่ำลง แต่หนี้สินพุ่งทะยาน ถ้าไม่โทษผู้บริหารแล้วจะโยนความผิดไปให้ใครกัน

แล้วเมื่อ บาร์โตเมว ลาออกไปแล้ว ใช่ว่ามันดีขึ้นปุบปับเลย ตรงกันข้ามเหมือนเป็นการทิ้งปัญหารอให้ผู้บริหารใหม่เข้ามาสะสางล้างไพ่มากกว่า

ขยะซ่อนอยู่ใต้พรมที่คัมป์นูมีเยอะมาก ต้องทำความสะอาดกันยกใหญ่กว่าจะเกลี้ยงเกลาเหมือนเดิม

ส่วนจะเป็นเมื่อไรนั้น ไม่มีใครให้คำตอบได้เลย

หากไม่มีเหตุคลาดเคลื่อนการเลือกตั้งประธานสโมสรและคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ในวันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคมนี้ จะเป็นการหวนคืนสู่เก้าอี้ของ โจน ลาปอร์ต้า ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงแน่นอน

ลาปอร์ต้า มีความสัมพันธ์ที่ดีกับ ลิโอเนล เมสซี่ รวมถึงอดีตแข้งชั้นนำที่มีอิทธิพลอย่าง การ์เลส ปูโยล , ชาบี เอร์นานเดซ หรือ อันเดรียส อีเนียสต้า

แน่นอนบรรยากาศภายในต่างๆน่าจะดีขึ้น ไม่ตึงเครียดเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ไม่ได้หมายถึง ลาปอร์ต้า จะเสกทุกอย่างได้ดั่งใจนึก

ก่อนหน้านี้ไม่นานเพิ่งมีการเปิดเผยตัวเลขหนี้สินของบาร์เซโลน่ามูลค่า 1.2 พันล้านยูโร แบ่งเป็นที่ต้องจ่ายระยะสั้น 730 ล้านและต้องเคลียร์ให้เรียบร้อยก่อนเส้นตาย 30 มิถุนายนนี้อีก 266 ล้าน

จากสถานการณ์ปัจจุบันที่ยังไม่รู้ว่าจะปกติเมื่อไร แฟนบอลจะเข้าสนามได้วันไหน ล้วนแต่เป็นปัญหาใหญ่ของบาร์ซ่าทั้งสิ้น

ทุกวันนี้แทบไม่เหลืองบประมาณสำหรับซื้อผู้เล่นมาเสริมเลย แม้จะจ่ายเพียงแค่ก้อนเล็กๆก็ยังลำบาก ขยับเขยื้อนอะไรไม่ได้เลย

ลำพังต้องแบกรับค่าจ้างของผู้เล่นตกเกือบ 300 ล้านยูโรต่อปีก็แทบเอาตัวไม่รอดแล้ว แม้จะมีการลดลงมาบางส่วนเพื่อช่วยพยุงสโมสรบ้างแล้วก็ตาม

ประธานคนใหม่จะต้องมาจัดการให้สภาพคล่องการการเงินดีขึ้นกว่าที่เคย บางทีอาจต้องยอมเฉือนเนื้อบ้างอย่างเช่นขายชื่อสนามให้กับพวกสปอนเซอร์ รวมถึงใช้โซเชี่ยลมีเดียที่มีอยู่หาผลประโยชน์มากกว่าที่เคย

อย่างที่บอกบาร์ซ่าไม่ถึงขั้นล่อแหลมต่อการล้มละลายอย่างที่ลือกัน ยังสามารถหาทางแก้ไขกันได้ แต่ต้องใช้เวลาพอสมควรเลยเพื่อจะกลับมาสมฉายา “เจ้าบุญทุ่ม” อีกครั้ง

แล้วต้องเผื่อใจไว้ด้วยว่าจบฤดูกาลนี้ อาจไม่มี เมสซี่ อยู่ในทีมอีกต่อไป จำต้องปรับเปลี่ยนแผนกันใหม่ เพื่อให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง

บาร์เซโลน่าคือสโมสรฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลก คือสถาบันลูกหนังที่แข็งแกร่งมากๆ สามารถยืนหยัดได้ด้วยความร่วมแรงร่วมใจจากทุกคนที่ช่วยกัน

หวังว่าพวกเขาจะฝ่าวิกฤตที่หนักหนาครั้งนี้ไปได้โดยเร็วที่สุด

แบ่งปัน