ยังแชมป์กลุ่ม!หงส์โดนจุดโทษมิดทิลแลนด์ไล่เจ๊า 1-1

535

ลิเวอร์พูลเสียจุดโทษโดนตีเสมอในครึ่งหลัง ทำให้ชวดเก็บชัยส่งท้ายรอบแบ่งกลุ่ม

——–

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2020-2021 นัดสุดท้ายของกลุ่มดี เป็นการพบกันระหว่าง มิดทิลแลนด์ เปิดรังเหย้า เอ็มซีเอช อารีนา ต้อนรับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล

ไบรอัน ปริสเก้ ซึ่งตกรอบด้วยการเป็นอันดับสุดท้ายของกลุ่มแน่นอนแล้ว เลือกจัดทัพมาในระบบ 4-2-3-1 ด้วยการใช้กองหน้าตัวเป้าเป็น โซรี กาบ้า คอยประสานงานในแแผงเกมรุกร่วมกับ อันเดอร์ส เดรเยอร์, เอวานเดอร์ และ อาเวอร์ มาบิล

ด้านทีมเยือนของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ซึ่งผ่านเข้ารอบ 16 ทีมในฐานะแชมป์กลุ่มแน่นอนแล้ว จึงให้โอกาสตัวสำรองสัมผัสเกมหลายราย โดยเฉพาะการส่งกองกลางดาวรุ่งอย่าง เลห์ตัน คลาร์กสัน ลงเล่นในเกมยุโรปครั้งแรก ส่วนสามแนวรุกในแผน 4-3-3 ใช้เป็น ดิโอโก้ โชต้า, ดีว็อก โอริกี้ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์

ออกสตาร์ทเกมได้ไม่ถึงนาที เป็นฝั่งของลิเวอร์พูลมาจัดการทำประตูขึ้นนำได้อย่างรวดเร็ว จากความผิดพลาดของนักเตะมิดทิลแลนด์ที่เสียบอลบริเวณกลางสนามจนโดน โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ฉกไปลากหลุดเดี่ยวแล้วดีดด้วยขวาระยะเผาขนไม่เหลือ ส่งให้หงส์แดงบุกนำ 1-0 และก็จบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังนาทีที่ 62 มิดทิลแลนด์มาได้จุดโทษ จากจังหวะที่ อันเดอร์ส เดรเยอร์ ไปโดน ควีวีน เคลเลเฮอร์ ออกมาสกัดล้มลงไป ซึ่งผู้ตัดสินวิ่งไปดูเหตุการณ์นี้ย้อนหลังที่จอ VAR ข้างสนามด้วยตัวเองก่อนชี้ขาด และก็เป็น อเล็กซานเดอร์ โชลซ์ รับหน้าที่สังหารไม่พลาด ทำให้สกอร์ขยับมาเท่ากันที่ 1-1

จากนั้นไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่มเติมอีก ทำให้สุดท้ายจบเกมด้วยผลเสมอ 1-1 แบ่งกันไปทีมละแต้ม โดยบทสรุปในกลุ่มดี เป็นลิเวอร์พูลคว้าแชมป์กลุ่มด้วยการมี 13 แต้ม กอดคออันดับ 2 อตาลันต้า ที่มี 11 แต้ม เข้ารอบ 16 ทีม ส่วนอันดับ 3 อาแย็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ที่มี 7 แต้ม หล่นไปเล่นยูโรป้าลีก และอันดับ 4 มิดทิลแลนด์ ที่มี 2 แต้ม ตกรอบ

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม
มิดทิลแลนด์ (4-2-3-1) : เยสเปอร์ แฮนเซน; ดิออน คูลส์, เอริค สเวียตเชนโก้, อเล็กซานเดอร์ โชลซ์, เปาลินโญ; แฟรงค์ ออนเยก้า (กุสตาฟ อิซาคเซน น.63), เยนส์ คายุสเต้; อันเดอร์ส เดรเยอร์ (ปิโอเน ซิสโต้ น.76), เอวานเดอร์ (นิโคลัส มาดเซน น.90), อาเวอร์ มาบิล (มิกาเอล อันเดอร์สสัน น.64); โซรี กาบ้า

สำรอง : แดเนียล ฮูฟ์, โยเอล อันเดอร์สสัน, วัลเดมาร์ เบียร์คโซ ธอร์เซน, ลาสเซ วิเบ้, โอลิเวอร์ อ็อตเตเซน, ลูก้า ไฟฟ์เฟอร์, นิโคลัส ดีห์ร, จาเฟ็ต เซรี

ใบเหลือง – แฟรงค์ ออนเยก้า น.9, ดิออน คูลส์ น.31, มิกาเอล อันเดอร์สสัน น.81

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : ควีวีน เคลเลเฮอร์; เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, ฟาบินโญ (บิลลี คูเมติโอ น.46), รีส วิลเลียมส์, คอสตาส ซิมิคาส (แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน น.61); ทาคุมิ มินามิโนะ, เลห์ตัน คลาร์กสัน, นาบี เกอิต้า (จอร์แดน เฮนเดอร์สัน น.62); ดิโอโก้ โชต้า (ซาดิโอ มาเน น.87), ดีว็อก โอริกี้ (โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน น.71), โมฮาเหม็ด ซาลาห์

สำรองไม่ได้ใช้ : จอร์จินิโย ไวจ์นัลดุม, อาเดรียน, เคอร์ติส โจนส์, โยเอล มาติป, วิเตซสลาฟ ยารอส, เจค เคน, เนโก้ วิลเลียมส์

ใบเหลือง – ควีวีน เคลเลเฮอร์ น.61

ที่มา goal.com

แบ่งปัน