[ #ผู้หญิงตีธงที่สง่างาม ]

40

เกมพรีเมียร์ลีกที่เอติฮัต สเตเดี้ยมเมื่อคืนวันเสาร์ แทบไม่ได้มีอะไรน่าพูดถึงเท่าไรนัก หากไม่นับชัยชนะอันน่าหวาดเสียวของแมนฯซิตี้เหนืออาร์เซน่อล

แต่มีเหตุการณ์ที่อาจเชื่อได้ว่าเข้าข่ายดราม่าเกิดในช่วงท้ายครึ่งแรก เซร์คิโอ อเกวโร่ “กุน” หัวหอกซิตี้ไม่เห็นด้วยกับการตัดสินของ ไซแอน แมสซี่ย์-เอลลิส ผู้ช่วยสาวหรือไลน์วูแมน ซึ่งทำหน้าที่ข้างสนาม

เพราะมองว่าตัวเองควรได้ทุ่ม ไม่ใช่ฝั่งอาร์เซน่อล ฉะนั้นจึงไปขอคำอธิบาย ก่อนยื่นมือไปจับที่ไหล่ใกล้กับต้นคอและ แมสซี่ย์ ได้สะบัดหนีด้วยความไม่พอใจเท่าไรนัก เลยแยกย้ายกันออกมา

ในเกมฟุตบอลตามปกติหรือกฎที่เขียนไว้ ห้ามเด็ดขาดไม่ให้ผู้เล่นสัมผัสผู้ตัดสินหรือผู้ช่วยทั้งสองคน ยามเล่นอยู่ในสนามเด็ดขาด ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น เต็มที่คือการใช้คำพูดแบบสุภาพเพื่อสื่อสารทำความเข้าใจอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม คริส คาวานาห์ ผู้ตัดสินที่ 1 ไม่ได้ว่ากล่าวตักเตือนหรือกระทั้งลงโทษรูปแบบไหนทั้งสิ้น ปล่อยให้เหตุการณ์ผ่านไป

กระทั่้งเรื่องนี้ถูกหยิบมาวิจารณ์อย่างมากจากพวกกูรูวิเคราะห์เกมทั้งหลาย ที่ล้วนมองไปในทิศทางเดียวกันว่าไม่ถูกต้อง

เช่นเดียวกับในโลกโซเชี่ยลต่างก็รุมตำหนิพฤติกรรมของ กุน ขาดความเคารพไม่พอ ยังสามารถโยงถึงเคสเหยียดเพศได้อีกต่างหาก

เป็นภาพที่ออกมาดูไม่ดีอย่างมาก ร้อนถึง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เจ้านายต้องออกมาปกป้องว่าไม่ได้มีเจตนาจะทำอย่างนั้น หากเคยคบหากันหรือรู้จักมักจี่กันมาก่อน ต้องบอกว่า กุน คือคนที่ยอดเยี่ยมมาก

“เขาเป็นคนดีสุดๆคนหนึ่งเท่าที่ผมเคยเจอ” นี่คือประโยคที่ เป๊ป ใช้ยืนยันเอง

โชคดีไม่น้อยกระแสเรื่องนี้ไม่รุนแรงเท่าไรนัก เพราะดราม่าเมอร์ซี่ย์ไซด์ดาร์บี้ขโมยความน่าสนใจไปเกือบหมดสิ้น

ไหนจะการกลับของแมนฯยูไนเต็ดรัวกระสุนอย่างบ้าคลั่งแซงชนะนิวคาสเซิ่ลได้สำเร็จอีก

อย่างไรก็ตามไม่ใช่ครั้งแรกที่ แมสซี่ย์ เจอกับการปฏิบัติจากผู้ชายอกสามศอกในลักษณะดังกล่าว

บิดเข็มนาฬิกากลับไปยังปี 2011 แอนดี้ เกรย์ กับ ริชารด์ คีย์ส สองผู้ดำเนินรายการของสกาย สปอร์ตส์ เคยพูดออกสื่อดูแคลนการทำหน้าที่ของเปาสาวรายนี้มาแล้ว เกี่ยวกับเรื่องยกธงล้ำหน้า ในทำนองว่าไม่ได้มีความสามารถที่แท้จริง

ทางสถานีได้ถอดทั้งสองคนนี้ออกจากการทำหน้าที่ เพราะพิจารณาแล้วเข้าข่ายการเหยียดเพศชัดเจน ไม่มีทางเลี่ยงเลย ต่อให้ขอโทษภายหลังแล้วก็ตาม

สำหรับ แมสซี่ย์ ก้าวขึ้นมาทำหน้าที่ไลน์วูแมนตั้งแต่ปี 2009 ทำหน้าที่ในฟุตบอลหญิงก่อน ไม่ว่าจะเป็นเอฟเอวีเมนส์ คัพหรือเกมลีกแม่เนื้อนิ่ม

แล้วก็ไต่ระดับขึ้นมาด้วยความสามารถอย่างแท้จริง รับมือกับแรงกดดันและความตึงเครียดต่างๆในการทำหน้าที่ได้สบาย จนเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมา

หลังจากที่โดนสองพิธีกรดังกล่าววิจารณ์แบบไม่เหมาะสม แมสซี่ย์ ยิ่งถูกโฟกัสมากกว่าเดิม เพราะไม่ใช่แค่เรื่องบทบาทการเป็นผู้ช่วยผู้ตัดสิน ซึ่งเป็นเหมือนตัวแทนสาวๆทั้งหลายที่หลงใหลเกมลูกหนังเท่านั้น

แต่รูปร่างหน้าตายังดูดีมากๆ จนพวกสื่อเริ่มไปขุดคุ้ยหาข้อมูลว่าเป็นใครมาจากไหน

อย่างเดอะ ซันที่ถนัดงานแนวนี้ ไปหารูปที่ แมสซี่ย์ กำลังปาร์ตี้สนุกสนานในไนท์คลับ ด้วยชุดเดรสที่เซ็กซี่ เพื่อกระตุ้นความน่าสนใจให้มากยิ่งขึ้น

หลังจากนั้นไม่นานเธอได้ลงทำหน้าที่เป็นผู้กำกับเส้นหรือไลน์วูแมน ในเกมเดอะ แชมเปี้ยนชิพระหว่างคาร์ดิฟฟ์กับมิดเดิลโบรช์

จังหวะสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ เควิน แม็คนาฟตัน กองหลังของคาร์ดิฟฟ์ กำลังจะวิ่งมาเล่นบอลก่อนกระแทก แมสซี่ย์ ล้มกระเด็นไปกองกับพื้นหญ้า

ต่อให้ตั้งใจหรือไม่ โดยมารยาทและสปิริต รวมทั้งความเป็นลูกผู้ชาย แม็คนาฟตัน ควรเข้าไปขอโทษ แต่กลับเพิกเฉยเดินผละไปเหมือนไม่มีอะไรเลยสักนิด

ส่วน แมสซี่ย์ คุมอารมณ์ได้อย่างดีเยี่ยม ลุกขึ้นมาทำหน้าที่ต่อโดยไม่บ่นสักคำ แถมมีรอยยิ้มอีกต่างหาก

อย่าได้แปลกใจที่ทัวร์จะลง แม็คนาฟตัน ซึ่งโดนพิพากษาไปเรียบร้อยแล้วว่าเจตนาตั้งใจชน ไม่มีทางเลยที่จะบังเอิญ

แน่นอนเรื่องของการเหยียดถูกหยิบมาพูดถึงอีก กองหลังคนดังกล่าวโดนมองว่าดูถูกการทำหน้าที่ของ แมสซี่ย์ เพราะท่าทีและปฏิกิริยาหลังจากชนแล้ว มันชัดเจนมากๆ

แม้ทางคาร์ดิฟฟ์จะออกมาแถลงปกป้องนักเตะตัวเองว่าไม่ได้เจตนาเลย เพียงแค่มุ่งมั่นกับการทำหน้าที่ในสนาม จนอาจจะหลงลืมเอ่ยปากขอโทษ แต่ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น

เพราะ แม็คนาฟตัน ควรออกมาพูดก่อนใคร เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจอย่างแท้จริง ไม่ใช่ปล่อยให้ทางต้นสังกัดต้องออกมาจัดการ

หลายๆเหตุการณ์ที่เธอต้องประสบมา กลับทำให้มีชื่อเสียงมากกว่าเดิม ผู้คนอยากรู้จักตัวตนหรือแม้กระทั่งข้อมูลส่วนตัว

แฟนบอลบางคนอยากเห็นผู้ช่วยผู้ตัดสินแสนสวยเซ็กซี่คนนี้แบบตัวเป็นๆ เลยแห่กันเข้ามาชมเกม ผิดจุดประสงค์ที่ต้องมาดูความเร้าใจในสนาม แต่นี่กลับทะลักมาส่องไลน์วูแมน

สุดท้ายเพื่อตัดปัญหาในเบื้องต้นทางเอฟเอเลยถอดชื่อ แมสซี่ย์ ออกจากการทำหน้าที่หลังจากทางคอร์บี ทาวน์ร้องเรียนมาในเกมคอนเฟเรนซ์ นอร์ธหรือลีกระดับสมัครเล่นที่จะเจอกับฟลีตวู้ด ทาวน์

อย่างไรก็ตามภายหลัง แมสซี่ย์ ได้รับไฟเขียว หวนคืนสู่วงการอีกครั้ง เพราะเท่าที่ผ่านมาเธอไม่เคยทำอะไรผิดเลย ปราศจากข้อครหาต่างๆ ซึ่งคงไม่เป็นธรรมเกินไปนัก หากจะขับพ้นอย่างถาวร

เมื่อ 2 ปีที่แล้วในเกมพรีเมียร์ลีกระหว่างอาร์เซน่อลกับเลสเตอร์ แมสซี่ย์ ลงทำหน้าที่ผู้ช่วยผู้ตัดสินอีกครั้ง กระทั่งกล้องที่ถ่ายทอดสดได้โฟกัสมายังเธอ จนเห็นแฟนบอลรายหนึ่งที่หน้าตาคล้าย เจมี่ วาร์ดี้ ทำสายตากรุ้มกริ่มใส่

อีกทั้งยังทำปากจู๋อีกด้วย แต่เปาสาวเองไม่ได้หันกลับมามองอะไร มุ่งมั่นกับการทำงานอย่างมีสมาธิ

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าแฟนบอลคนนั้น จะโดนตำหนิในเรื่องความไม่เหมาะสม ควรเคารพให้เกียรติกันมากกว่านี้ ไม่ใช่เห็นเป็นผู้หญิงแล้วจะลวนลามทางสายตาหรือท่าทางได้

เห็นกันอยู่แล้วว่ากว่า แมสซี่ย์ จะมาไกลขนาดนี้ ได้ทำงานที่ตัวเองรักและอยากจะพิสูจน์ตัวเอง ต้องผ่านวิบากกรรมหรืออุปสรรคมากมาย เพื่อทำให้พวกผู้ชายทั้งหลายยอมรับ

เธอก้มหน้าทำหน้าที่ให้ดีที่สุดมาตลอด แทบไม่เคยออกมากล่าวตอบโต้อะไรเลย แม้จะเป็นฝ่ายต้องถูกกระทำเสมอมาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

เพราะเอาเข้าจริงๆ แม้จะมีการรณรงค์เรื่องความเท่าเทียมกันของเพศ ต้องให้เกียรติและเคารพ แต่ความรู้สึกเหยียดไม่ยอมรับยังเกาะกินข้างในของผู้ชายอีกไม่น้อย

ราวกับว่าบางบทบาทในเกมลูกหนังต้องถูกจำกัดไว้ให้เพศชายเท่านั้น พร้อมกับคำพูดในทำนอง ผู้หญิงจะไปรู้เรื่องเข้าใจกฎกติกาได้อย่างไรกัน

บางคนเย้ยหยันอีกว่าที่สนใจหรือดูทุกวันนี้ เพราะนักฟุตบอลหล่อเท่านั้นเอง ไม่ได้หลงใหลในเกมอะไรหรอก

เรื่องแบบนี้เราได้ยินจนเป็นปกติ แต่ในความจริงแล้วไม่ควรไปตัดสินใครด้วยความรู้สึกเลยด้วยซ้ำ

ตรงกันข้ามเคสของ แมสซี่ย์ เราควรยกย่องชื่นชม เพราะเธอมุ่งมั่นกับการทำหน้าที่ในสนามและไม่หวั่นไหวไปกับหลายเหตุการณ์ที่ต้องประสบอย่างไม่แฟร์

ล่าสุด เซร์คิโอ อเกวโร่ ก็ควรโดนลงโทษ ไม่ใช่ปล่อยให้ลอยนวลเช่นนี้ ทั้งที่เห็นกันอยู่แล้วว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไร

ไม่อย่างนั้นเหตุการณ์ลักษณะนี้คงต้องมีให้เห็น ยากนักที่จะหมดไปง่ายๆ

.
ทุกท่านสามารถติดตามอ่านบทความย้อนหลังได้ที่ ..

livescore

แบ่งปัน