วาร์ดี้แฮตทริก!จิ้งจอกพลิกถล่มเรือใบ5-2นำจ่าฝูง

810



เจมี วาร์ดี้ กดแฮตทริกพาจิ้งจอกสยามบุกเก็บชัยถึงถิ่นเรือใบสีฟ้า พร้อมผงาดขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูง

เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือเจ้าบ้าน วางหมากมาในแผน 4-2-3-1 โดยเลือกใช้ ราฮีม สเตอร์ลิง เล่นหน้าเป้าคอยทำเกมรุกร่วมกับ ฟิล โฟเด้น, เควิน เดอ บรอยน์ และ ริยาด มาห์เรซ

ด้านทีมเยือนของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เลือกจัดทัพมาในระบบ 5-4-1 โดยใช้ เจมี วาร์ดี้ ค้ำหน้าเป้าคอยทำเกมรุกร่วมกับตัวริมเส้นอย่าง เดนนิส ปราต และ ฮาร์วีย์ บาร์นส์

ออกสตาร์ทเกมเพียงแค่ 4 นาที เป็นฝั่งของแมนฯ ซิตี้มาจัดการพังประตูขึ้นนำได้อย่างรวดเร็ว จากลูกเตะมุมฝั่งซ้ายที่ เดอ บรอยน์ เปิดไปโดน เจมส์ จัสติน โหม่งสกัดมาเข้าทาง มาห์เรซ หวดด้วยขวาตามน้ำแบบไม่ต้องจับเสียบสามเหลี่ยมเสาไกลอย่างสวยงาม ส่งให้เรือใบสีฟ้าออกนำ 1-0

ทว่านาทีที่ 37 กลายเป็นเลสเตอร์มาได้จุดโทษ จากจังหวะที่ วาร์ดี้ ไปโดน ไคล์ วอล์คเกอร์ เหนี่ยวตัวจนล้มลงไป และก็เป็น วาร์ดี้ ลุกขึ้นมาสังหารด้วยตัวเองเข้าไปไม่พลาด ทำให้สกอร์ขยับมาเท่ากันที่ 1-1 ก่อนจะจบครึ่งแรกด้วยผลนี้

ครึ่งหลังเลสเตอร์เป็นฝ่ายพลิกขึ้นนำ ในนาทีที่ 54 จากจังหวะที่ ทิโมธี กาสตาญ เปิดบอลทางกราบขวาเข้าเขตโทษให้ วาร์ดี้ โฉบมายิงไขว์ด้วยขวาข้ามตัว เอแดร์ซอน ตุงตาข่าย เป็นลูกสองของเจ้าตัวในเกมนี้ด้วย ช่วยให้จิ้งจอกสยามแซงนำ 2-1

ถัดมานาทีที่ 58 อดีตแชมป์เมื่อปี 2016 มาได้จุดโทษอีกครั้ง จากจังหวะที่ วาร์ดี้ ไปโดน เอริค การ์เซีย สกัดทางด้านหลังจนล้มลงไป และก็เป็น วาร์ดี้ ลุกขึ้นมาสังหารเองไม่พลาดเช่นเคย เป็นแฮตทริกของเจ้าตัวในเกมนี้ด้วย ส่งให้ทีมเยือนในชุดเยือนสีมารูนนำห่าง 3-1

ยังไม่หมดแค่นี้ เมื่อในนาทีที่ 77 เลสเตอร์มาบวกลูกสี่ฉีกหนีไปอีก จากจังหวะที่ เจมส์ แม็ดดิสัน ซึ่งลงมาเป็นตัวสำรองแทน เดนนิส ปราต ตั้งแต่นาทีที่ 69 ลากบอลไปบรรจงปั่นด้วยขวาโค้งเสียบใต้คานอย่างสวยงาม ช่วยให้จิ้งจอกสยามทิ้งห่าง 4-1

แต่แมนฯ ซิตี้ยังไม่ถอดใจ เมื่อมาได้ประตูตีตึ้น ในนาทีที่ 84 จากลูกเตะมุมฝั่งขวาที่ มาห์เรซ เปิดให้ นาธาน อาเก้ เทกตัวโขกตุงตาข่าย ทำให้เจ้าบ้านไล่มาเป็น 2-4

ทว่าถัดมานาทีที่ 88 เลสเตอร์ก็มาจุดโทษเป็นครั้งที่สาม จากจังหวะที่ แม็ดดิสัน ไปโดน แบ็งฌาแม็ง เมนดี้ ตัดฟาวล์จนล้มลงไป แต่คราวนี้ผู้สังหารเปลี่ยนมาเป็น ยูริ ตีเลอมันส์ รับหน้าที่ซึ่งก็ยิงไม่พลาด ส่งให้จิ้งจอกสยามนำ 5-2

จากนั้นไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่มเติมอีก ทำให้สุดท้ายจบเกมเป็นเลสเตอร์ ซิตี้ชนะไป 5-2 เก็บ 9 แต้มเต็มจากการชนะรวด 3 นัด ผงาดขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูง ส่วนแมนเชสเตอร์ ซิตี้แพ้เป็นนัดแรก อยู่อันดับ 13 ยังมี 3 แต้มเท่าเดิม

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

แมนฯ ซิตี้  (4-2-3-1) : เอแดร์ซอน; ไคล์ วอล์คเกอร์, เอริค การ์เซีย, อาธาน อาเก้, แบ็งฌาแม็ง เมนดี้; แฟร์นานดินโญ (เลียม ดีแลป น.51), โรดรี้ เอร์นานเดซ; ฟิล โฟเด้น (เฟร์ราน ตอร์เรส น.64), เควิน เดอ บรอยน์, ริยาด มาห์เรซ; ราฮีม สเตอร์ลิง

สำรองไม่ได้ใช้ – โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้, แซ็ค สเตฟเฟน, อายเมอริค ลาปอร์กต์, ทอมมี ดอยล์, โคล พาลเมอร์

ใบเหลือง : นาธาน อาเก้ น.60

เลสเตอร์ ซิตี้ (5-4-1) : แคสเปอร์ ชไมเคิล; ทิโมธี กาสตาญ, ดาเนียล อมาร์ตีย์, จอนนี อีแวนส์ (คริสเตียน ฟุคส์ น.80), ชาลาร์ โซยุนจู, เจมส์ จัสติน; เดนนิส ปราต (เจมส์ แม็ดดิสัน น.69), น็อมปาลิส เมนดี้, ยูริ ตีเลอมันส์, ฮาร์วีย์ บาร์นส์; เจมี วาร์ดี้ (เคเลชี อิเฮนาโช น.85)

สำรองไม่ได้ใช้ – มาร์ค อัลไบรท์ตัน, แดนนี วอร์ด, อโยเซ เปเรซ, ฮัมซา เชาฮ์ดรี้

ใบเหลือง : ยูริ ตีเลอมันส์ น.22, ชาลาร์ โซยุนจู น.47, ดาเนียล อมาร์ตีย์ น.51

บรรยายเกมจาก: Goal

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

livescore

แบ่งปัน