มองดูความจริงเรื่องเกม “บาร์ซา” เมื่อคืน

54

เอาล่ะ เรามาพูดความจริงเรื่องเกม บาร์ซา เมื่อคืนกัน

ผมคิดว่าคนที่ดูบาร์ซามาหลายปีและดูตลอดฤดูกาลนี้คงรู้ดีกันอยู่ว่าหมดเวลาแล้วที่จะหลอกตัวเองว่าทีมชุดนี้ยังดีพอ หรือเมสซียังพร้อมที่จะแบกจนทีมไปถึงถ้วยแชมป์ มันไม่มีหรอกครับ

ก่อนเกมนี้ตอนที่ บาร์ซา พบกับ นาโปลี ทุกคนเห็นกันแล้วว่าในช่วงครึ่งหลัง บาร์ซามีปัญหาในการเซ็ตอัพมากขนาดไหน และแน่นอนว่าจารฟลิกนั่งดูเกมนี้ คงมองเห็นจุดอ่อนอย่างทะลุปรุโปร่งแน่นอน

และเมื่อคืนคือจุดผสมที่ลงตัวระหว่างฝีเท้ายอดเยี่ยม กับแท็คติกที่เล่นงานทุกข้อบกพร่องของบาร์ซาจนได้สกอร์ 8-2 ออกมา

……………………………………….

เมื่อคืนนี้ เซเตียน เลือกวางแผนเกมรับเป็น 4-4-2 แบบไดมอนด์ กับ 4-4-2 แบบ flat ตอนขึ้นเกม ซึ่งผมมองว่าฟอร์เมชันในเกมนี้เป็นจุดเริ่มต้นของความเลวร้ายต่าง ๆ ในเกมเมื่อคืนมากมาย

บาเยิร์น ส่งผู้เล่นในแผน 4-2-3-1 โดยมี มึลเลอร์ เป็นตัวยืนหลัง เลวานดอฟสกี แต่ในความเป็นจริง ต้องบอกว่าทั้ง 4 คนในแผงรุกด้านหน้าของ บาเยิร์น สับเปลี่ยนพื้นที่กันได้ตลอดเวลา ซึ่งสร้างความสับสนให้แผงรับ บาร์ซา อย่างมาก

……………………………………….

ผมไม่อยากใช้คำว่าวิเคราะห์ แต่ผมคิดว่าสิ่งที่ผมพอจะมองเห็นจากเกมเมื่อคืนนี้มีดังต่อไปนี้

1) การหดปีกเข้าใน ทำให้ บาเยิร์น ชนะเกมแดนกลางได้เบ็ดเสร็จ

ผมมองว่าจุดนี้คือจุดสำคัญที่ทำให้ บาเยิร์น ชนะ เกมเมื่อคืนนี้เลยทีเดียว

ไม่ว่าจะเป็นตอนที่ บาร์ซา ได้บอล หรือ บาเยิร์น ได้บอล เกมแดนกลางของ บาร์ซา แทบไม่สามารถเอาชนะ บาเยิร์น ได้เลยเมื่อคืนนี้

บาเยิร์น เลือกขยับ เปริซิช กับ นาบรี เข้ามา ทำให้แผน 4-2-3-1 จริง ๆ เป็น 4-(5)-1 ที่แผงกลางชนะ 4-(4)-2 มากกว่า ซึ่งจุดนี้สะท้อนออกมาในเกมหลายจังหวะ

……………………………………….

การมีผู้เล่นมากกว่า 1 คนในแดนกลาง ทำให้ทุกครั้งที่ บาร์ซา จะเซ็ตเกมขึ้นมาจากเซ็นเตอร์ ผ่านทาง บุสเกตส์ ก็จะโดน มึลเลอร์ ยืนมาปิดจน บุสเกตส์ เสียการครองบอลทันทีหลายครั้ง

เช่นเดียวกับ เด ย็อง หรือ โรเบร์โต ที่ได้บอลแล้ว การผ่าน นาบรี หรือ เปริซิช ให้ได้ก็จะต้องเจอกับ ตีอาโก และ กอเรตซ์กา ที่ยืนข้างหลังมาซ้อน

ซึ่ง เด ย็อง ยังมีบางจังหวะที่สลัดหลุดได้บ้าง แต่ โรเบร์โต นี่อย่าว่าแต่สลัดเลย แทบจะเสียตลอดเป็นเหตุให้ นาบรี กับ เปริซิช แย่งบอลไปทำประตูที่ 2

ส่วน วีดัล ที่เกมนี้เหมือนถูกวางเป็นตัวฟรีที่จะเชื่อมกลางไปหน้า ก็ไม่ได้ทำอะไร เพราะตันตายตั้งแต่ตรงนี้ ให้ เมสซี มาล้วงก็ขึ้นเองไม่ไหว

จริง ๆ การแก้ปัญหานี้ ควรจะเริ่มต้นจากการขึ้นเกมทางแบ็คที่จะทำให้สามารถคลายปัญหาแดนกลางได้ โดยใช้พื้นที่ริมเส้น แต่ว่า …

……………………………………….

2) บาร์ซา ไม่มีปีกธรรมชาติในเกมเมื่อคืนนี้

เรื่องนี้ทำให้ บาร์ซา ประสบปัญหา 2 ด้าน ด้านแรกคือ “เอาชนะพื้นที่ริมเส้นไม่ได้”

เมื่อคืนทูท็อปของ บาร์ซา สลับระหว่าง ซัวเรซ กับ วีดัล และ เมสซี กับ ซัวเรซ แต่เรารู้ดีว่าทั้ง 2 คนนี้ในวัยนี้แล้วไม่ได้มีสปีดต้นที่ฉีกแผงหลังของอีกฝ่ายมานาน

นอกจากนี้ การเล่นแบบ diamond ยังทำให้การเผชิญหน้าในเกมริมเส้นของ บาร์ซา จะต้องเป็น แบ็คสู้แบ็ค เสมอไป คือ อัลบา ก็ต้องไปสู้กับ คิมมิช และ เซเมโด สู้กับ เดวีส์

……………………………………….

อัลบา สามารถเล่นงาน คิมมิช จากจังหวะที่แอสซิสต์ให้ ซัวเรซ ได้ ซึ่งนั่นเป็นจุดเดียวที่สะท้อนให้เห็นว่าเกมริมเส้นของ บาเยิร์น ก็อ่อนแอลงจากการเล่นโอเวอร์โหลดในแดนกลาง

แต่นอกจากประตูนี้ การขึ้นเกมทางริมเส้นของ บาร์ซา ก็หายไป ไม่ว่าจะเพราะไม่คิดจะเอา หรือให้บอลไม่ได้ก็ตาม คือมีหลายจังหวะมาก ๆ ที่แบ็คขึ้นได้ก็ไม่ได้ให้ แต่พอจังหวะที่ให้แบบไม่ได้เปรียบ ก็ไม่มีปีกต่อแบ็ค แบ็คต่อปีก เกมริมเส้นเลยช็อตสนิท

ต่างจากทาง บาเยิร์น ที่เล่นโอเวอร์โหลดกลางแล้ว ปีกหดเข้าใน แบ็คเลยขึ้นมารองปีกได้เต็มที่ เกิดสถานการณ์ผู้เล่นมากกว่าในทุกพื้นที่อยู่ตลอดเวลา เป็นเหตุให้ บาเยิร์น ได้ชำเราเกมรับ บาร์ซา อย่างสนุกเท้าครึ่งหลัง

เหตุการณ์นี้เห็นได้ชัดในประตูที่ 5 6 7 8 ทุกประตูเกิดจากการแพ้เกมริมเส้นก่อน และโอเวอร์โหลดในกรอบเขตโทษ บวกกับบาร์ซาสภาพจิตใจไม่ปกติแล้ว ต้านทานไม่ไหวจริง ๆ

คำถามคือ ทำไม บาเยิร์น ถึงส่งผู้เล่นมาโอเวอร์โหลดเท่าไหร่ก็ไม่มีทีท่าจะสวนกลับแล้วเอาชนะได้เลย

นำพามาสู่อีกปัญหาคือ “บาร์ซา ไม่มีความเร็วในเกมรุก”

……………………………………….

ความเร็วของ บาร์ซา ในทีมชุดนี้ ถ้าพูดกันตามจริงก็เหลือแค่ จอร์ดี อัลบา เท่านั้น ที่พูดถึงไปแล้วก่อนหน้านี้

แต่ในเมื่อ บาเยิร์น เล่นโหลดขนาดนี้ แบ็คก็ขึ้นหมดแล้ว แต่ทำไมเซ็นเตอร์ของพวกเขายังยืนไลน์สูงได้อย่างนิ่งนอนใจ ก็เพราะทั้ง ซัวเรซ และ เมสซี ไม่สามารถสร้างปัญหาโดยใช้พื้นที่ว่างด้านหลังเกมรับของ บาเยิร์น ได้เลย

ทุกครั้งที่เปิดยาว หรือเล่นลูกวางเผื่อ ซัวเรซ ก็ช้าอยู่แล้ว เมสซี ก็ตัวเล็ก เล่นลูกโพสต์เพลย์ไม่ได้ และจุดตายจริง ๆ คือไม่มีปีกตัวเร็วที่ไว้เป็นตัวตั้งเกมสวนกลับเลย

เรื่องนี้เป็นสิ่งที่แฟนบาร์ซาน่าจะทนเห็นมาหลายปีแล้วว่าเกมสวนไม่มีความเด็ดขาด ต้องรอให้ เมสซี ได้บอลแล้วเลี้ยงลุยขึ้นไปเอง ซึ่งการเลี้ยงผ่านทีละคนจนได้พื้นที่ เทียบกับการมีความเร็วไปชิงพื้นที่ อย่างหลังมันเกิดขึ้นง่ายกว่าเห็น ๆ

ซึ่งผมแปลกใจพอสมควรที่สุดท้ายเราก็ไม่เห็น อุสมาน เดมเบเล ลงเล่นในเกมเมื่อคืนนี้ทั้งที่น่าจะเป็นคนสร้างปัญหาให้เกมรับของ บาเยิร์น ได้มากที่สุด

……………………………………….

จริง ๆ แค่ 2 ประเด็นนี้ก็มากพอที่จะทำให้ บาร์ซา เละเทะไปหมดแล้ว

ถ้าถามว่า บาร์ซา ต้องเปลี่ยนเลือด ถ่ายเลือดใหม่หมดเลยไหม นักเตะเดิมที่มีส่วนใหญ่ก็ไม่สด และฝีเท้าอยู่ในช่วงชีวิตที่กำลังดร็อปลงหมดแล้ว

อีกทั้ง เมสซี เองก็แสดงให้เห็นว่าเขายังห่างไกลกับคำว่า “กัปตันทีม” อยู่มากนัก ทุกครั้งที่สกอร์ตามหลัง เราเห็น เมสซี เสียบอลแล้วก็เดิน พอทีมเสียประตูก็ไม่มีการกระตุ้นใด ๆ ให้เราได้เห็น มีเพียงภาพของเขาเดินคอตกที่เราคุ้นตา

……………………………………….

ถ้าถามว่า บาร์ซา ต้องเปลี่ยนเลือด ถ่ายเลือดใหม่หมดเลยไหม ก็อาจจะจริง เพราะสิ่งที่ผมพูดเสมอมาคือตอนนี้นักเตะที่ยังเป็นเกรด A ในทีมเหลือแค่ แทร์ ชเตเกน, เด ย็อง และ เมสซี เท่านั้นเอง

ความพ่ายแพ้ระดับนี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องเซอร์ไพรซ์สำหรับคนที่ตาสว่างว่า บาร์ซา ไม่ใช่ทีมที่ดีนักมาหลายปี แต่น่าจะเหมือนการตบหน้าใส่คนที่หลอกตัวเองว่าทีมยังดีอยู่ โดยเฉพาะบรรดาบอร์ดบริหารสโมสร

จะยอมรับความจริงได้แค่ไหน ก็อยู่ที่สามัญสำนึกและสติชอบของแต่ละคนแล้ว

#เสพติดบอลสเปน

รูปภาพ

livescore

แบ่งปัน