กู้ในรอบ 104 ปีกับวลี “เป็นหนี้หนแรก!”

16

#คุยเฟื่องเรื่องบอลไทย

“เพื่อให้วงการฟุตบอลไทยเดินหน้าต่อไปได้ สมาคมต้องหาเงินเข้ามาเป็นทุนหมุนเวียน ในการจัดให้มีการแข่งขันเกิดขึ้นให้ได้ก่อนจะไปขอรับการสนับสนุน หรือ เก็บค่าลิขสิทธิ์เมื่อการแข่งขันผ่านไประยะหนึ่ง ในช่วงเวลาที่ยังไม่สามารถหาเงินมาได้ในช่วงเวลาอันสั้นนี้ สภากรรมการอนุมัติให้หาแหล่งเงินทุนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อกู้เงินระยะสั้น 6 เดือน – 1 ปี แบบปลอดดอกเบี้ย เพื่อนำเงินเหล่านั้นมาหมุนเวียน หรือ สร้างสภาพคล่องให้วงการกีฬาฟุตบอล โดยเฉพาะการจัดการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพไทยลีก 1-3 และเตรียมพร้อมสำหรับเกมระดับนานาชาติที่อาจจะเกิดขึ้นแม้ว่าตอนนี้จะไม่ทราบว่าจะเกิดขึ้นได้ตามปฏิทินหรือไม่ แต่ทีมชาติไทยก็ต้องพร้อมอยู่ในทุกสถานการณ์ ซึ่งสมาคมฯต้องมีเงินทุนที่เพียงพอในการเตรียมความพร้อมและเดินทางไปแข่งขัน คือสิ่งที่ได้ประชุมในวันนี้”

ส่วนหนึ่งของคำชี้แจงของประมุขฟุตบอลไทย ท่านพล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ที่ได้ให้ไว้หลังจากที่ได้มีการประชุมสภากรรมการประจำเดือนสิงหาคมสะท้อนให้เห็นถึงความชัดเจนในสถานะทางการเงินของสมาคมฯที่ถ้าจะว่ากันตรงๆมันก็คือกำลังตกอยู่ในช่วง “ถังแตก!”

อย่างที่เรารู้กันนั่นแหละว่าบรรดาสปอนเซอร์รายใหญ่ๆและเจ้าของลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดต่างได้รับผลกระทบจากพิษโควิด-19 กันถ้วนหน้าและเป็นที่มาของการ “ลด-ละ-เลิก” การให้เงินสนับสนุนการแข่งขันฟุตบอลรายการต่างๆภายในประเทศ (ตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือเงินสนับสนุนในลีกพระรองอย่างไทยลีก3 และบอลถ้วยอย่างลีกคัพที่คราวนี้บางทีอาจจำเป็นต้องเว้นว่าง)

เคยมีคนเฒ่าคนแก่สอนเราเอาไว้ว่า “การไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ” เพราะด้วยคำว่า “หนี้” ที่ฟังกีทีก็ให้ความรู้สึกไม่น่าอภิรมย์เอาเสียเลย แถมยังเป็นที่มาของปัญหามากมายทั้งในเรื่องปัญหาสุขภาพ, อาชญากรรม, สังคม และรวมไปถึงความมั่นคงระดับชาติ

เครียด, ปล้น, ฆ่า, ชิงทรัพย์, คอร์รัปชั่น คือผลผลิตสุดท้ายที่มีต้นตอมาจากการเป็นหนี้(ที่ไม่สามารถจ่ายคืนได้) ฟังๆดูก็ไม่ใช่เรื่องใหม่และห้าพฤติกรรมที่ว่าก็มีให้เห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์อยู่ร่ำไปแทบจะทุกวัน

ยิ่งพอมาฟังนักวิชาการ, กูรูบอลไทย และผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการฟุตบอลบ้านเราที่ต่างพูดว่าการที่สมาคมฯจะขอกู้จากภาครัฐหรือภาคเอกชนในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะมันคือครั้งแรกในรอบ 104 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งสมาคมฯและก็ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลไทย พอฟังกันแบบนี้ก็ชวนให้รู้สึกหนาวๆร้อนๆนอนไม่หลับกระสับกระส่ายขึ้นมาทันทีเพราะอย่างที่บอกนั่นแหละว่าคำว่า “หนี้ครั้งแรก” ฟังยังไงมันก็ไม่แฮปปี้

เพียงแต่หากเอาเรื่องของการเป็นหนี้นี้ไปพูดกับนักเศรษฐศาสตร์และการธนาคารซึ่งคนเหล่านั้นมักจะมีความเห็นคล้ายๆกันว่าการมีหนี้อาจไม่ใช่เรื่องความผิดอะไรร้ายแรงหากคนที่คิดจะเป็นหนี้ไม่สร้างหนี้ที่จะนำไปสู่เอ็นพีแอลหรือที่เรามักเรียกกันคุ้นหูว่า “หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้” นั่นแหละ

กู้เพื่อพาเด็กเที่ยว, กู้เพื่อช็อปของแบรนด์เนม, กู้เพื่อเอาไปเล่น ฯลฯ นั่นเป็นตัวอย่างของเอ็นพีแอลที่ว่า แต่ถ้าเป็นการกู้เพื่อนำไปเพิ่มสภาพคล่องของธุรกิจ, กู้เพื่อการศึกษา หรือเป็นการกู้เพื่อนำไปใช้ในการลงทุนเพื่อให้เกิดรายได้เข้ามา นั่นก็เท่ากับว่ามันคือการตัดสินใจเป็นหนี้ที่พอจะมีอนาคตให้เห็นอยู่

เฉกเช่นเดียวกับสิ่งที่สมาคมฯเขากำลังคิดกันอยู่นั่นแหละว่าถ้าหากไม่มีสปอนเซอร์รายใดขี่ม้าขาวยื่นมือเข้ามาช่วยพยุงโอบอุ้มวงการฟุตบอลไทยภายใต้สถานการณ์ที่ยากลำบากนี้จริงๆ มันก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเป็นหนี้!

แต่ถ้าหนี้นี้เพื่อให้ฟุตบอลไทยได้ไปต่อ, เพื่อให้การแข่งขันมันยังรันของมันต่อไปได้, เพื่อให้หลายๆสโมสรไม่ต้องยุบ-พักทีมกันไป และก็เพื่อให้นักฟุตบอล, โค้ช และเจ้าหน้าที่ยังมีงานให้ตนเองมีรายได้ แม้การตัดสินใจกู้ในครั้งนี้อาจเป็นที่มาของการตราหน้าว่า “หนี้ครั้งแรก” แต่หากมันทำให้ฟุตบอลไทยไปต่อได้มันก็คุ้มอยู่มิใช่หรือ?

กู้ในรอบ 104 ปีกับวลี “เป็นหนี้หนแรก” ท่านผู้อ่านคิดเห็นเป็นอย่างไรกันบ้าง..?

akinson149
…………………………………………..
“akinson149” พงศ์รัตน์ วินัยวัฒนวงศ์
Moderator เพจ thailandsusu (Section: บทความ-แปลข่าวบอลไทย) และคอลัมนิสต์ฟุตบอลไทย

#ช้างศึก #เชียร์ไทยใจเดียวกัน #TogetherAsOne #บอลไทย #ฟุตบอลไทย #นักฟุตบอลทีมชาติไทย #Thailand #Football #FAThailand #ฟุตบอลทีมชาติไทย #Thaileague2020 #ไทยลีก #บอลไทย #ฟุตบอลไทย #โตโยต้าไทยลีก #โตโยต้าไทยลีก2020

livescore

แบ่งปัน