“ฟิตเนส-เพรสซิ่ง” คำตอบสุดท้ายพาแข้งไทยโกอินเตอร์

22

#ChangsuekFocus

“ทีมชาติไทยทำให้เราประหลาดใจ นัดนี้เป็นเกมที่ยากกว่าที่คิดไว้ ทีมชาติไทยมีการเพรสซิ่งบอลที่ไวมาก”

คำกล่าวชื่นชมจาก วัลโด ฟิลโญ กุนซือทีมชาติคองโก หลังจบเกมอุ่นเครื่องระหว่างทีมชาติไทยและทีมชาติคองโกช่วงปลายปี 2019 ซึ่งผลในวันนั้นจบลงด้วยการเสมอกัน 1-1 ก่อนที่ทัพช้างศึกจะต่อยอดด้วยการกำราบยูเออีต่อในอีก 4 วันถัดมา

นั่นทำให้เห็นว่าระบบการเล่นเพรสซิ่งคือส่วนสำคัญของการคว้าผลการแข่งขันที่น่าพอใจจากทีมที่ระดับเหนือกว่า และเป็นเทรนด์ฟุตบอลยุคใหม่ในช่วง 10-15 ปีหลังที่เราได้เห็นกันอย่างแพร่หลายในวงการฟุตบอลทั่วโลก

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และ เจอร์เก้น คล็อปป์ ต่างเป็นกุนซือรุ่นใหม่ที่ใช้ระบบเพรสซิ่งจนพาทีมประสบความสำเร็จอย่างมากมายในช่วง 10 หลัง โดยตัดเรื่องสรีระของนักเตะออกไป แต่เสริมจุดสำคัญคือเรื่องของฟิตเนส และความเข้าใจในระบบการเล่น ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาในการสร้างความเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงจะนำไปสู่ความสำเร็จได้

เช่นเดียวกันกับความเห็นของ พล.ต.อ. ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ประมุขลูกหนังไทย ก็เคยพูดถึงความสำคัญของการเล่นเพรสซิ่งไว้เช่นกันว่าทีมชาติไทยในทุกชุดจำเป็นต้องเล่นแบบเพรสซิ่งตามแบบฉบับฟุตบอลสมัยใหม่ และต้องฝังรากตั้งแต่ในระดับเยาวชนรวมไปถึงอะคาเดมี่ต่างๆของแต่ละสโมสรทั่วประเทศก็ต้องปรับตัวให้ได้กับระบบนี้

หากนักเตะไทยสามารถเข้าใจในการเล่นเพรสซิ่งและฟิตเนสของร่างกายอยู่ในระดับที่สามารถทำได้ตลอด 90 นาทีก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะต่อยอดไปสู่ระดับที่เหนือกว่าในเอเชียรวมถึงในยุโรป

เจลีก ญี่ปุ่น จะกลายเป็นลีกแรกๆที่เราจะได้เห็นนักเตะไทยมากขึ้นหากนักเตะไทยสามารถเล่นในระบบเพรสซิ่งได้อย่างเป็นธรรมชาติ เพราะเสน่ห์ลำดับต้นๆของเจลีกคือการวิ่งเข้าใส่กันตลอดตั้งแต่นาทีแรก บีบพื้นที่กันตั้งแต่หน้าปากประตูคู่แข่ง นำไปสู่การเล่นที่รวดเร็วจนถึงนาทีสุดท้าย

ผลพลอยได้ต่อมาจากการเล่นเพรสซิ่งคือพละกำลังที่จะมากขึ้นจากการฝึกซ้อม ซึ่งนี่คือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้นักเตะไทยสามารถไปได้ไกลในเวทีระดับโลกตามแบบฉบับของเกาหลีใต้และญี่ปุ่นที่ก้าวผ่านเรื่องของพละกำลังและส่งออกนักเตะมากหน้าหลายตาสู่ยุโรปได้แบบสบายๆ

หรือจะมองใกล้ๆอย่างแค่เวียดนามที่ต้องยอมรับว่าพัฒนาในเรื่องของการเล่นเพรสซิ่งและฟิตเนสของนักเตะจนอยู่ในระดับที่น่ากลัวในยุคของปาร์ค ฮัง ซอ ก็ได้ผลดีจนน่าพอใจ ซึ่งไทยเราคงต้องฝากความหวังไว้กับอากิระ นิชิโนะ ที่เชื่อว่าสามารถทำได้เช่นกันตามแบบฉบับฟุตบอลญี่ปุ่นขนานแท้และได้เริ่มทำให้ได้เห็นกันบ้างแล้วจากผลงานที่ผ่านมา

ฉะนั้นถ้าจะพูดกันถึงเรื่องที่ว่านักเตะไทยจะโกอินเตอร์ได้หรือไม่ คงต้องมาปรับกันก่อนว่าจะไปได้อย่างไร และถ้าไปแล้วจะอยู่อย่างไรให้เหมือนกับชนาธิปหรือธีราทรที่เป็นตัวหลักของทีมอย่างต่อเนื่อง

ทั้งหมดทั้งมวลการเล่นเพรสซิ่งคงจะเป็นคำตอบสุดท้ายที่ดีที่สุดในขณะนี้ เราอาจจะไม่ต้องการนักเตะที่มีพรสวรรค์มากนัก แต่ต้องใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เหมาะสมและมีระเบียบวินัย ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่ในอนาคตอันใกล้เราจะได้เห็นการส่งออกนักเตะไทยเป็นว่าเล่นในเวทีระดับเอเชีย

และบางทีการใช้ทีมชาติไทยเป็นพรีเซ็นท์เทชั่นให้ชาวเอเชียหรือชาวโลกได้เห็นถึงการเล่นเพรสซิ่งที่วางระบบโดยอากิระ นิชิโนะ ก็อาจเป็นทางลัดที่ดีอีกทางกับการไปยุโรป ซึ่งไม่ใช่เรื่องเกินฝันแต่อย่างใด

‘Ice Assist’

#ช้างศึก #เชียร์ไทยใจเดียวกัน #TogetherAsOne #บอลไทย #ฟุตบอลไทย #นักฟุตบอลทีมชาติไทย #Thailand #Football

livescore

แบ่งปัน