เรือใบเปิดบ้านเฉือนบอร์นมัธ2-1

82

ห้องเครื่องจอมเก๋าชาวสเปนยิง 1 จ่าย 1 ช่วยเรือใบสีฟ้าเก็บชัยเหนือเดอะ เชอร์รีส์หวุดหวิด

พรีเมียร์ลีกอังกฤษ 2019-2020 ประจำโปรแกรมสัปดาห์ที่ 36 เป็นการพบกันระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดรังเหย้า เอติฮัด สเตเดี้ยม แบบไร้คนดูตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ต้อนรับการมาเยือนของ บอร์นมัธ

เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือเจ้าบ้าน วางหมากมาในแผน 4-3-3 ด้วยการจัดสามประสานแนวรุกในแดนหน้าเป็น แบร์นาร์โด้ ซิลวา, กาเบรียล เชซุส และ ฟิล โฟเด้น

ด้านทีมเยือนของ เอ็ดดี้ ฮาว เลือกจัดทัพมาในระบบ 4-3-3 เช่นกัน โดยใช้สามประสานในแนวรุกเป็น จูเนียร์ สตานิสลาส, โดมินิก โซลันกี้ และ โจชัว คิง

ออกสตาร์ทเกมเพียงแค่ 6 นาทีเท่านั้น เป็นฝั่งของซิตี้มาจัดการพังประตูขึ้นนำได้อย่างรวดเร็ว จากลูกฟรีคิกหน้าเขตโทษเยื้องมาทางกราบขวาเล็กน้อยที่ ดาบิด ซิลบา บรรจงปั่นด้วยซ้ายเช็ดคานเข้าไปอย่างสวยงาม ส่งให้เรือใบสีฟ้าออกนำ 1-0

จากนั้นแม้ว่าเจ้าบ้านจะครองบอลบุกได้เหนือกว่า แต่กลับเป็นทีมเยือนที่มีโอกาสใกล้เคียงในการตีเสมอมากสุด ในนาทีที่ 34 จากลูกฟรีคิกหน้าเขตโทษเยื้องมาทางกราบขวาเล็กน้อยที่ สตานิสลาส ปั่นด้วยขวาไปโดน เอแดร์ซอน พุ่งเซฟออกหลังหวุดหวิด

ทว่าถัดมานาทีที่ 39 แชมป์เก่ามาบวกลูกสองเพิ่มได้อีก จากจังหวะที่ ดาบิด ซิลบา จ่ายบอลเข้าเขตโทษให้ เชซุส แต่งเข้าขวาก่อนจะได้เหลี่ยมซัดเสียบตาข่ายอย่างเฉียบคม ช่วยให้ซิตี้หนีห่างเป็น 2-0 ก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

ก่อนเริ่มครึ่งหลังเรือใบสีฟ้าตัดสินใจปรับทัพเปลี่ยนตัวสำรองสองคนรวด ด้วยการส่ง เอริค การ์เซีย กับ ราฮีม สเตอร์ลิง ลงมาแทน ไคล์ วอล์คเกอร์ และ แบร์นาร์โด้ ซิลวา

ต่อมานาทีที่ 59 บอร์นมัธส่งบอลตุงตาข่ายแต่ไม่ได้ประตูตีไข่แตก จากจังหวะที่ สตานิสลาส ล็อคบอลหลอกแนวรับแชมป์เก่า ก่อนจะกึ่งยิงกึ่งผ่านด้วยซ้ายไปเสาไกลถึง โจชัว คิง โฉบมาแปด้วยขวาจ่อ ๆ เข้าไป ทว่าเมื่อทีมงาน VAR ตีเส้นเช็คตำแหน่ง ก็พบว่า คิง นั้นล้ำหน้าแค่ปลายเท้าเพียงนิดเดียวเท่านั้น

จากนั้นนาทีที่ 73 ผู้ตัดสินเป่าให้เจ้าบ้านได้จุดโทษ จากจังหวะที่ เชซุส โดน สตีฟ คุก เสียบสกัดล้มลงไป ทว่าเมื่อเช็คกับทีมงาน VAR ก็พบว่าเท้าของ เชซุส นั้นไปเหยียบใส่เท้าของ สตีฟ คุก เสียก่อน ทำให้ผู้ตัดสินกลับลำให้เป็นเดอะ เชอร์รีส์ได้ฟาวล์แทน

กระทั่งช่วงท้ายเกมนาทีที่ 89 กลายเป็นบอร์นมัธมาได้ประตูตีไข่แตก จากการประสานงานของสองนักเตะที่ลงมาเป็นตัวสำรอง โดยเป็น คัลลัม วิลสัน ไหลบอลทางกราบซ้ายเข้ากลางให้ เดวิด บรูคส์ ตวัดแปด้วยซ้ายระยะเผาขนไม่เหลือ ทำให้ทีมเยือนไล่มาเป็น 1-2

ทว่าจากนั้นก็ไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่มเติมอีกแต่อย่างใด ทำให้สุดท้ายจบเกมเป็นแมนเชสเตอร์ ซิตี้เฉือนชนะหวุดหวิด 2-1 เก็บเพิ่มเป็น 75 แต้ม รั้งอันดับ 2 เป็นรองแชมป์แน่นอนแล้ว ส่วนบอร์นมัธจมอยู่ในโซนตกชั้นอันดับ 18 ยังมี 31 คะแนนเท่าเดิม

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน; ไคล์ วอล์คเกอร์ (เอริค การ์เซีย น.46), จอห์น สโตนส์, นิโคลัส โอตาเมนดี้, แบ็งฌาแม็ง เมนดี้ (โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ น.77); อิลคาย กุนโดกัน (โรดรี้ เอร์นานเดซ น.68), แฟร์นานดินโญ, ดาบิด ซิลบา; แบร์นาร์โด้ ซิลวา (ราฮีม สเตอร์ลิง น.46), กาเบรียล เชซุส (ริยาด มาห์เรซ น.77), ฟิล โฟเด้น

สำรองไม่ได้ใช้ – สก็อตต์ คาร์สัน, อายเมอริค ลาปอร์กต์, เควิน เดอ บรอยน์, ทอมมี ดอยล์

ใบเหลือง – เอริค การ์เซีย น.90+4

บอร์นมัธ (4-3-3) : อารอน แรมส์เดล; แจ็ค สเตซีย์, สตีฟ คุก, ลอยด์ เคลลี, ดีเอโก้ ริโก้; แดน กอสลิง (ลูอิส คุก น.71), เจฟเฟอร์สัน เลอร์มา, ฟิลิป บิลลิง (แซม เซอร์ริดจ์ น.90); จูเนียร์ สตานิสลาส (เดวิด บรูคส์ น.70), โดมินิก โซลันกี้ (คัลลัม วิลสัน น.70), โจชัว คิง (แฮร์รี วิลสัน น.77)

สำรอง – อาร์เทอร์ โบรุค, แอนดรูว์ เซอร์แมน, แจ็ค ซิมพ์สัน, อาร์เนาต์ ดันจูมา

ใบเหลือง – ลอยด์ เคลลี น.17

บรรยายเกมจาก: Goal

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

livescore

แบ่งปัน