บอร์นมัธงัดพลังพลิกถล่มจิ้งจอก10คน4-1

332



ทีมหนีตกชั้นอย่างบอร์นมัธ ฮึดสู้พลิกจากที่ตามหลังก่อนในครึ่งหลัง มารัวยิงถึงสี่ประตูในครึ่งหลังถล่มชนะเลสเตอร์ที่เหลือสิบคน

พรีเมียร์ลีกอังกฤษ 2019-2020 ประจำโปรแกรมสัปดาห์ที่ 35 เป็นการพบกันระหว่าง บอร์นมัธ เปิดรังเหย้า ไวทาลิตี้ สเตเดี้ยม แบบไร้คนดูตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ต้อนรับการมาเยือนของ เลสเตอร์ ซิตี้​

เอ็ดดี้ ฮาว กุนซือเจ้าบ้าน เลือกจัดทัพมาในระบบ 4-4-2 ด้วยการเลือกฝากความหวังในแนวรุกไว้ที่คู่กองหน้าอย่าง โดมินิก โซลันกี้ ซึ่งจะประสานงานร่วมกับ คัลลัม วิลสัน

ด้านทีมเยือนของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส วางหมากมาในแผน 3-4-1-2 โดยใช้ อโยเซ เปเรซ เล่นหน้าต่ำคอยทำเกมรุกร่วมกับคู่กองหน้าอย่าง เคเลชี อิเฮียนาโช และ เจมี วาร์ดี้

เริ่มเกมได้ 8 นาที เป็นฝั่งของเลสเตอร์ได้ลุ้นหวาดเสียวก่อน จากจังหวะที่ มาร์ค อัลไบรท์ตัน เปิดบอลทางริมเส้นฝั่งขวาตรงกลางสนามลึกเข้าเขตโทษให้ อิเฮียนาโช วิ่งโฉบมากระดกบอลข้ามหัว อารอน แรมส์เดล ไปแล้ว แต่ยังมี นาธาน อาเก้ มาพักอกทิ้งออกหลังได้ก่อน

ทว่าถัดมานาทีที่ 16 จิ้งจอกสยามกลับต้องมาเสีย อัลไบรท์ตัน ซึ่งบาดเจ็บจากการปะทะกับ โซลันกี้ จนฝืนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้ต้องเปลี่ยนตัวสำรองคนแรกด้วยการส่ง ไรอัน เบนเนนต์ ลงมาแทน ทำให้ต้องปรับเอา เจมส์ จัสติน มาเป็นวิงแบ็คขวา ขณะที่ เบนเนตต์ เล่นเป็นสามกองหลังร่วมกับ จอนนี อีแวนส์ และ ชาลาร์ โซยุนจู

แต่แล้วนาทีที่ 23 อดีตแชมป์เมื่อปี 2016 ก็มาจัดการทำประตูขึ้นนำ จากจังหวะที่ อิเฮียนาโช จ่ายบอลทางกราบซ้ายหักเข้ากลางไปโดน ลอยด์ เคลลี สกัดไม่ดีกลายเป็นไปตั้งให้ วาร์ดี้ ได้วิ่งมาพุ่งชาร์จระยะเผาขนหน้าปากประตูไม่เหลือ ส่งให้ทีมเยือนบุกนำ 1-0

จากนั้นนาทีที่ 37 เลสเตอร์เกือบจะบวกลูกสองเพิ่มได้อีก จากความผิดพลาดของ อาร์เนาต์ ดันจูมา ส่งคืนหลังไม่ดีกลายเป็นไปเข้าทาง วาร์ดี้ ได้แต่งหาเหลี่ยมแล้วซัดด้วยซ้าย แต่ยังแฉลบบล็อคของ นาธาน อาเก้ ข้ามคานหวุดหวิด

และการสกัดบอลครั้งนี้เองกลับทำให้ อาเก้ โชคร้ายบาดเจ็บจนฝืนเล่นต่อไม่ไหว ทำให้บอร์นมัธต้องเปลี่ยนตัวสำรองคนแรกด้วยการส่ง สตีฟ คุก ลงมาแทน ในนาทีที่ 40 ก่อนจะจบครึ่งแรกยังเป็นเลสเตอร์ที่นำอยู่ 1-0

ครึ่งหลังบอร์นมัธซึ่งตกเป็นรองอยู่ มาได้จุดโทษ นาทีที่ 66 จากจังหวะที่ แคสเปอร์ ชไมเคิล เปิดบอลหน้าปากประตูไม่ดีไปโดน วิลเฟรด เอ็นดีดี้ แล้วกระดอนไปเข้าทาง คัลลัม วิลสัน โฉบมาฉกบอลแล้วโดน เอ็นดีดี้ สกัดล้มลงไป ก่อนจะเป็น จูเนียร์ สตานิสลาส รับหน้าที่สังหารไม่พลาด ทำให้สกอร์เสมอกัน 1-1

ถัดมาเพียงแค่นาทีที่ 67 เดอะ เชอร์รีส์มาได้ประตูพลิกขึ้นนำ จากจังหวะที่ ดีเอโก้ ริโก้ วางบอลยาวทางกราบซ้ายตั้งแต่แดนตัวเองลึกไปถึง โซลันกี้ ลากหลุดเดี่ยวไปยิงด้วยขวาติดปลายมือของ ชไมเคิล แล้วไหลเข้าประตูไป ช่วยให้เจ้าบ้านแซงนำ 2-1

และนอกจากสถานการณ์จะพลิกเป็นฝ่ายตามหลังแล้ว เลสเตอร์ยังต้องมาเหลือ 10 คนด้วย จากจังหวะต่อเนื่องหลังเสียประตูที่ โซยุนจู ไปเจตนาหวดขาของ วิลสัน ระหว่างยื้อแย่งบอลกันในตาข่ายประตู ทำให้โดนผู้ตัดสินให้ใบแดงโดยตรงไล่ออกไป

ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 83 บอร์นมัธมาบวกลูกสามเพิ่มได้อีก จากจังหวะที่ สตานิสลาส กึ่งยิงกึ่งผ่านด้วยซ้ายในเขตโทษไปแฉลบเท้าขวาของ จอนนี อีแวนส์ ปลิ้นเข้าประตูตัวเองไป ส่งให้เดอะ เชอร์รีส์หนีห่างเป็น 3-1

ยังไม่หมดแค่นั้น เมื่อถัดมานาทีที่ 87 บอร์นมัธมาได้ประตูที่ฉีกหนีไปอีก จากจังหวะที่ คริสเตียน ฟุคส์ จ่ายบอลเข้าเขตโทษตัวเองพลาดไปเข้าทาง โซลันกี้ ได้เลี้ยงไปยิงลอดขาด ชไมเคิล ไม่เหลือ เป็นลูกสองของเจ้าตัวในเกมนี้ด้วย ช่วยให้ทีมเยือนนำห่างถึง 4-1

จากนั้นไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่มเติมอีก ทำให้สุดท้ายจบเกมเป็นบอร์นมัธถล่มเอาชนะขาดลอยเหลือเชื่อถึง 4-1 เก็บเพิ่มเป็น 31 คะแนน ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 18 ห่างจากวัตฟอร์ดอันดับ 17 โซนปลอดภัย 3 แต้มเท่านั้น ส่วนเลสเตอร์ยังอยู่อันดับ 4 ด้วยการมี 59 คะแนนเท่าเดิม แต่หากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดชนะในคืนวันจันทร์ พวกเขาจะหล่นมาที่ 5 ทันที

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม
บอร์นมัธ (4-4-2) : อารอน แรมส์เดล; แจ็ค สเตซีย์, นาธาน อาเก้ (สตีฟ คุก น.40), ลอยด์ เคลลี, ดีเอโก้ ริโก้; เดวิด บรูคส์ (ลูอิส คุก น.81), แดน กอสลิง (ฟิลิป บิลลิง น.46), เจฟเฟอร์สัน เลอร์มา, อาร์เนาต์ ดันจูมา (จูเนียร์ สตานิสลาส น.46); โดมินิก โซลันกี้, คัลลัม วิลสัน (แซม เซอร์ริดจ์ น.90)

สำรองไม่ได้ใช้ – อาร์เทอร์ โบรุค, แอนดรูว์ เซอร์แมน, แฮร์รี วิลสัน, แจ็ค ซิมพ์สัน

ใบเหลือง – แดน กอสลิง น.32, จูเนียร์ สตานิสลาส น.86

เลสเตอร์ ซิตี้ (3-4-1-2) : แคสเปอร์ ชไมเคิล; เจมส์ จัสติน, จอนนี อีแวนส์, ชาลาร์ โซยุนจู; มาร์ค อัลไบรท์ตัน (ไรอัน เบนเนตต์ น.16), วิลเฟรด เอ็นดีดี้, ยูริ ตีเลอมันส์, คริสเตียน ฟุคส์; อโยเซ เปเรซ (ฮาร์วีย์ บาร์นส์ น.71); เคเลชี อิเฮียนาโช (เดนนิส ปราต น.46), เจมี วาร์ดี้

สำรองไม่ได้ใช้ – เวส มอร์แกน, เดมาไร เกรย์, แดนนี วอร์ด, ฮัมซา เชาฮ์ดรี้, แม็ตตี้ เจมส์, น็อมปาลิส เมนดี้

ใบเหลือง – วิลเฟรด เอ็นดีดี้ น.64
ใบแดง – ชาลาร์ โซยุนจู น.67

บรรยายเกมจาก: Goal

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

livescore

แบ่งปัน