เมื่อ “มาดริด” ไม่พลาด, “บาร์ซ่า” จะยังมีโอกาสมั๊ย?

25

หลังเกมชนะ เอสปันญ่อล คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เรอัล มาดริด อยู่ในสถานการณ์ที่ได้เปรียบ บาร์เซโลน่า มากเหลือเกิน เพราะนำทั้งแต้ม ดีกว่าทั้ง เฮด ทู เฮด แถมก็ยังโปรแกรมที่เหลือก็ดูจะเบากว่า

กับ เอสปันญ่อล แม้ไม่ใช่เกมที่หวือหวา ดุดัน แต่ มาดริด เล่นด้วยความเชื่อมั่น ความพร้อม และฟุตบอลที่ดีกว่า หากแต่ก็ต้องยอมรับว่าประตูที่ได้จาก เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ นั้น ถูกที่และถูกเวลา ช่วยลดความกดดัน เสริมให้การเล่นในช่วงครึ่งหลังยิ่งมั่นใจ

45 นาทีหลัง เกมของ มาดริด จึงเดินหน้าไปเรื่อยๆ ต่อบอล หาช่อง แต่ไม่เร่งร้อน ข้อสำคัญคือเน้นการครอบครองบอล ไม่เสี่ยงเกินไป เพราะรู้ดีว่าที่ ‘นกแก้ว’ ตั้งรับอย่างอดทนนั้นพวกเขารอจังหวะอะไรอยู่ และ มาดริด จะไม่เปิดโอกาสให้เจ้าถิ่นได้เล่นแบบนั้น

เปอร์เซนต์การครองบอลร่วม 68 % ต่อ 32 % อาจไม่ได้บ่งชี้ถึงรูปเกม แต่บ่งชี้ให้เห็นว่าเกมรับของ มาดริด ที่ไม่ได้ทำงานหนักมากนัก เพราะพวกเขาใช้การครอบครองบอลเป็นการป้องกันตัว

ผู้เล่นเอสปันญ่อลถูกปลุกเร้ากันมาดี ใจสู้ พยายามสู้ทุกบอล เล่นทุกจังหวะ แต่คุณภาพของนักเตะต่างกันเกินกว่าที่จะทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

อีกทั้งประสบการณ์ของ ฟรานซิสโก้ รูเฟเต้ ก็ยังไม่มากนัก นี่คือการคุมทีมในระดับ ลา ลีกา ครั้งแรกในชีวิตของเขา โดยก่อนหน้านั้นมีประสบการณ์แค่ทีมเล็กๆอย่าง อิบิซ่า ซึ่งต่างกันมาก

เกมกับ เอสปันญ่อล เมื่อคืนวันอาทิตย์นั้น ดูเหมือนว่า เรอัล มาดริด เหนื่อยแค่ว่าจะเจาะยังไงเท่านั้น พอยิงได้ ฝ่ายเจ้าถิ่นก็หมดแต้มต่อในมือหมดสิ้น กระทั่งปลายเกมจะขยับดันสูงขึ้นมาสู้บ้างก็ยังทำไม่ได้ ยังโดนกดขึงให้วิ่งตามบอลอยู่หน้ากรอบเขตโทษตัวเอง

ชนะเท่าไหร่ก็ชนะ ยิ่งกฏเกณฑ์ของ ลา ลีกา ด้วยแล้ว ประตูได้เสียนั้นไม่สำคัญเท่า เฮด ทู เฮด ซึ่ง ‘ขุนพลชุดขาว’ ก็กุมความได้เปรียบไว้ในมืออีก

หลังเกม ซีดาน บอกว่ายังไม่รู้สึกเลยว่าทีมจะเป็นแชมป์ ฤดูกาลยังเหลือหนทาง อะไรก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้ และว่าลา ลีกา จะตัดสินกันในนัดสุดท้าย

กระนั้นเขาเองก็ยอมรับว่ามีความสุขทีเดียวกับฟอร์มการเล่นของลูกทีม ที่ยังเดินหน้าเก็บชัยชนะราวกับเครื่องจักร

นับจากรีสตาร์ทกลับมา นี่เป็นเกมที่ 5 ติดต่อกันแล้วที่ เรอัล มาดริด ชนะคู่แข่ง ถามว่าอะไรคือปัจจัยเกื้อหนุนน่ะหรือ ?

ตรงนี้หลายๆอย่างประกอบกัน ทั้งสภาพร่างกาย ความมีระเบียบวินัยของตัวนักเตะ แรงกระหาย ขุมกำลัง การวางแท็คติก การจัดการตัวผู้เล่นของ ซีดาน , ฟอร์มส่วนตัวของนักเตะ ,ความผิดพลาดของคู่ต่อสู้ และ โชค หรือที่ฝรั่งเรียกว่า ไทม์มิ้ง

ฟุตบอลไม่ใช่เรื่องของโชคอย่างเดียวก็จริง แต่ฟุตบอลมีโชคผสมอยู่ด้วยแน่ๆ บางครั้งฝีมืออย่างเดียว ไม่เพียงพอไปถึงแชมป์ก็มีให้เห็นเยอะ กระนั้น ในเกมที่ต้องใช้ฝีมือ (ฝีเท้า) เรอัล มาดริด ก็ยังทำให้เห็นว่าพวกเขาก็ยังไม่พลาด

การไม่พลาดในเกมที่ไม่ควรพลาด อาจดูเป็นเรื่องง่ายๆ เช่นเกมกับ เออิบาร์ หรือเกมกับ เรอัล มายอร์ก้า แต่แสดงให้เห็นถึงมาตราฐานที่คงเส้นคงวา ซึ่งเป็นหนึ่งในคุณสมบัติของแชมป์ลีก

ผิดกับฝั่ง บาร์เซโลน่า ที่พลาดไปแล้ว 2 เกม กับ เซบีย่า และ เซลต้า บีโก้

มันเป็นเรื่องรายละเอียดเล็กๆบางจุด ซึ่งบางครั้งก็คงจะต้องถามเอาจากกุนซือที่ยืนคุมเกมข้างสนามอย่างที่ หลุยส์ ซัวเรซ บอกเหมือนกัน

แปลกแต่จริง ไม่ว่าจะมีคนดูหรือไม่มีคนดู บาร์เซโลน่า ในปีนี้ก็ยังเล่นเกมนอกบ้านได้แย่ การเข้ามาของ เซเตียน ยังไม่ได้ทำให้เห็นเลยว่าดีกว่าตอนที่ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ ทำ

กับความเสียเปรียบด้วยระยะห่าง 2 แต้ม ในอีก 6 เกมข้างหน้า ถามว่า ความหวังของ บาร์ซ่า ดับลงไปแล้วหรือยัง ?

ก็อย่างที่ ซีดาน พูดหลังเกมนั่นแหละครับว่า ยังไม่รู้สึกว่าทีมตัวเองกำลังจะได้แชมป์ แม้จะดูเหมือนพูดในเชิงจิตวิทยา แต่มันก็คือความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้

อันดับแรกเลยคือนักเตะบาร์ซ่าชุดนี้ประสบการณ์การลุ้นแชมป์ หรือลงเล่นในภาวะกดดันนั้นข้นคลั่ก พวกเขารู้ดีว่าจะจัดการกับสถานการณ์เช่นนี้ยังไง ก็เช่นที่ ปีเก้ ว่าไว้ ต้องไม่พลาด ต้องชนะทุกเกม พยายามสร้างความกดดันให้ มาดริด มากที่สุด หลังจากนั้นก็ต้องหวังว่า “โชคจะเข้าข้างบ้าง”

น่าจับตามองครับว่า เซเตียน จะดึงทีมกลับมาได้หรือเปล่า ซึ่งเราไม่ต้องรอคอยนาน คืนวันนี้ ก็จะได้รู้กันแล้วว่าทำได้หรือไม่ กับภารกิจ ‘ฆ่าหมี’ ใน คัมป์ นู เกมที่ว่ากันว่าโหดและหินที่สุด

ผลออกมาอย่างไร นับว่าสำคัญ เพราะในวันรุ่งขึ้น เรอัล มาดริด มีโปรแกรมดวลกับ เคตาเฟ่ ทีมที่ยังไม่ชนะใครเลยในช่วงรีสตาร์ท ใครก็มองว่าเกมนี้ไม่น่ายาก แต่ฟุตบอลบางทีเราก็เห็นมาเยอะครับประเภทที่ทำของง่ายให้เป็นของยาก

การลุ้นแชมป์ที่ยังเข้มข้นตึงเครียด บรรยากาศภายในทีมถือว่าสำคัญไม่น้อย แต่จุดนี้กลายเป็นว่าเราสัมผัสได้ถึงความแตกต่างระหว่าง มาดริด กับ บาร์ซ่า

ขณะที่ มาดริด มุ่งหน้า เดินเป็นแนวตรง บาร์ซ่า กลับสาวะวนกับข่าวซื้อขายนักเตะออกมาไม่เว้นวัน เลยเถิดไปถึงกระทั่งปล่อยหนึ่งในนักเตะแกนหลักของทีมบินไปตรวจร่างกายกับทีมอื่นๆทั้งๆที่ฤดูกาลยังไม่จบ

ว่าไปแล้วก็แปลกดี ไปตรวจร่างกายพร้อมกับเซ็นสัญญากับ ยูเวนตุส เสร็จแล้ว อาร์ตู ก็บินกลับมาเล่นกับ บาร์เซโลน่า ต่อ ให้ความรู้สึกแปร่งยังไงไม่รู้

นักเตะที่โดนขายออกไปในช่วงที่สถานการณ์การแข่งขัน ลา ลีกา กำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม รวมถึง การแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ก็กำลังรอลงสนาม ไม่ค่อยมีใครเขาทำกัน โดยเฉพาะพวกมืออาชีพ

อาร์ตู อาจบอกกับเพื่อนๆทุกคนว่าเขาเต็มที่ แต่ เซเตียน จะใช้งานเขามั๊ย และเขายังเต็มที่กับ เซเตียน มั๊ย เพราะมันไม่มีอะไรให้ต้องพิสูจน์เพื่ออนาคตในอนาคตอีกแล้ว

นี่แหละที่ผมรู้สึกว่ามันทำให้ บาร์ซ่า ยิ่งดูเสียปรียบ

แต้มก็เป็นรอง เฮด ทู เฮด ก็เป็นรอง โปรแกรมก็ดูจะหนักกว่า แถมยังมาเกิดข่าวรบกวนจิตใจเช่นนี้ คุมสติให้สมาธิไม่กระเจิดกระเจิงนี่ ถือว่าเก่งแล้ว แต่จะเกงถึงขนาดพลิกสถานการณ์ทั้งๆที่เสียเปรียบบานเบอะได้หรือเปล่า ?

บอกว่าเลยว่า…….

รูปภาพ

livescore

แบ่งปัน