วิเคราะห์ 16 ทีมโตโยต้า ไทยลีก : ราชบุรี มิตรผล เอฟซี

26

“ราชันมังกร” เปิดฤดูกาลได้ยอดเยี่ยมทะยานสู่รองจ่าฝูงโตโยต้า ไทยลีก 2020 อะไรทำให้พวกเขาออกสตาร์ทสุดเซอร์ไพรส์ และมีจุดไหนที่ยังต้องแก้ไขเพื่อต่อยอดความสำเร็จ ติดตามได้จากบทวิเคราะห์นี้…

ราชบุรี มิตรผล เอฟซี เริ่มต้นฤดูกาลใหม่ด้วยผลงานสุดร้อนแรงทั้งที่ตัวผู้เล่นตำแหน่งหลักไม่เปลี่ยนไปจากเดิมนัก แต่สามารถเก็บชัยชนะ 4 เกมรวด รั้งรองจ่าฝูงโตโยต้า ไทยลีก 2020 นี่คือการออสตาร์ทที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร…

แต่ปัจจัยใดเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ “ราชันมังกร” ตื่นขึ้นมาคำรามได้อีกครั้ง และจุดไหนที่ยังเป็นข้อบกพร่องต้องรีบเร่งแก้ไขของพวกเขา โกล ประเทศไทย จะมาวิเคราะห์กัน

ราชบุรี มิตรผล เอฟซีจะเป็นผู้เล่นหน้าเก่าหรือใหม่ ไทยหรือต่างชาติ ต่างพร้อมรวมพลังสอดประสานลงตัวพา “ราชันมังกร” บินสูง

– จุดแข็ง

“ราชันมังกร” เปลี่ยนแปลงผู้เล่นไม่เยอะ พวกเขายังคงยึดนักเตะเก่าประจำการตำแหน่งหลัก ทำให้ความสัมพันธ์ ความเข้าใจแทคติกที่ผู้เล่นทั้งใหม่เก่าต่างสอดประสานลงตัว…

โดยรวม ราชบุรีฯ ใช้นักเตะใหม่เพียง 3 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นการเสริมทัพชนิด “เกาถูกที่คัน” ผู้เล่นที่เพิ่มเข้ามาในตำแหน่งหลักคือ เกียรติศักดิ์ เจียมอุดม(แบ็คซ้าย) , จิตปัญญา ทิสุด(กองกลาง) ต่างเข้ามาช่วยให้เกมมีมิติมากขึ้น โดยเฉพาะรายของ โย ซัง แฮ ปราการหลังชาวเกาหลีใต้ ที่มาแทนโควตาเอเชียของ ยู จุง ซู

ย้อนกลับไปเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ราชบุรีฯ ออกสตาร์ 4 เกมแรก ย่ำแย่เสียไปถึง 8 ประตู ชนะเพียงเกมเดียว และแพ้ถึง 3 นัด ปีนี้พวกเขาต้องการกองหลังที่ไว้ใจได้อีกสักคนจับคู่กับ ปวีร์ ตัณฑะเตมีย์ ซึ่งกองหลังจากแดนโสมขาวก็ตอบโจทย์ความต้องการได้ชัดเจน มีทั้งความแข็งแกร่ง นิ่ง อ่านเกมดี ส่งผลให้ฤดูกาลนี้เสียเพียง 4 ประตู เท่านั้น

นอกจากนี้เกมรุกยังเป็นจุดแข็งสำคัญที่ต่อยอดให้ทีมเก็บชัย 4 นัดรวด ผู้เล่นอย่าง สตีเว่น ล็องจิล , ยานนิค โบลี , ลอสเซมี คาราบูเอ และ จักรพันธ์ พรใส ยังรักษามาตรฐานจากปีที่แล้วได้ยอดเยี่ยม คอยยืนเป็นตัวหลักในปีนี้ทำให้เชฟเกมรุกไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิม ดังนั้นความสัมพันธ์ ความเข้าขากัน ทุกอย่างจึงไม่ต้องใช้เวลาปรับตัว ส่วนนักเตะในแผงมิดฟิลด์รวมถึงกองหน้าที่เข้ามาใหม่ก็สามารถหมุนเวียนได้ตลอดเวลาทำให้ สมชาย ไม้วิลัย กุนซือของทีมมีตัวเลือกหลากหลายให้ใช้งานมากขึ้นแถมมีคุณภาพที่ทดแทนกันได้ตลอด

ขณะเดียวกันยังใส่ใจรายละเอียดเกมรุกแบบลงลึกทุกจังหวะ จะเห็นได้ว่า 4 เกมที่ผ่านมา ยามเปิดเกมรุกเข้าใส่คู่แข่งก็ไม่ได้อาศัยความสามารถเฉพาะตัวของสองแข้งต่างชาติอย่าง ล็องจิล หรือ โบลี มากเท่ากับเมื่อปีก่อน แต่พยายามให้ผู้เล่นในทีมบุกทุกทิศทุกทางช่วยกันเติมขึ้นไปเล่นเกมรุก รวมทั้งการช่วงชิงเล่นเร็วทุกครั้งที่มีโอกาสเพื่อไม่ให้คู่แข่งตั้งตัวทัน คอยเพรซซิงตั้งแต่แดนบนจนวินาทีสุดท้าย

แน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้พวกเขาวิ่งไม่รู้จักเหนื่อยได้ขนาดนี้คือเรื่องของฟิตเนสที่ดีขึ้นต่างจากซีซั่นที่ผ่านมาโดยสิ้นเชิง เนื่องจาก ราชบุรีฯ ได้ตัว จอห์น โกบีรา โค้ชฟิตเนสคนใหม่ที่ดึงมาจาก ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด มาช่วยเทรนเพิ่มประสิทธิภาพร่างกายนักเตะจนสามารถบดบี้คู่แข่งได้ตลอด 90 นาที จนถึงท้ายเกมก็ไม่มียวบให้เห็น ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญที่ได้เปรียบสโมสรอื่นๆ

ราชบุรี มิตรผล เอฟซีใส่ใจรายละเอียดเกมรุก พร้อมเติมเกมบุกทุกทิศทาง ไล่เพรซซิงตั้งแต่แดนบนไม่ให้คู่แข่งตั้งตัวทันคือ จุดแข็งของ ราชบุรีฯ ที่แสดงออกชัดเจนใน 4 เกมที่ผ่านมา

– จุดบกพร่อง

ราชบุรี มิตรผล เอฟซีการยืนระยะ และความสม่ำเสมอ คือโจทย์ใหญ่ที่ ราชบุรีฯ ต้องแก้ไขให้ได้

เป้าหมายของ “ราชันมังกร” คือการจบอันดับโซนบนของตารางเพื่อลุ้นไปเล่นถ้วยเอเชีย ซึ่งที่ผ่านมากพวกเขาก็เคยเกือบทำได้โฉบเฉี่ยวหลายครั้ง แต่ก็ไปไม่ถึงเสียที ขณะที่ซีซั่นก่อนเกือบฝันเป็นจริงเมื่อไต่ไปถึงรอบชิงชนะเลิศช้างเอฟเอ คัพ ก่อนพ่าย การท่าเรือ เอฟซี และต้องกลับมาลุ้นกันใหม่ในปีนี้ ดังนั้นจึงเห็นข้อบกพร่องในสิ่งที่ทีมยังขาดจึงเดินหน้าเสริมทัพอุดรอยรั่วเพื่อสานต่อเป้าหมายตามต้องการ

อย่างไรก็ตามการเสริมทัพเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ทำให้ทีมแข็งแกร่ง ทว่าความต่อเนื่อง และการยืนระยะให้ได้ตลอดรอดฝั่งคือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ฝันเป็นจริง ช่วงที่ผ่านมา ราชบุรีฯ ยังทำได้ไม่ดีนักเมื่อความสม่ำเสมอยังเป็นสิ่งที่ขาด หลายครั้งพวกเขาได้ประตูขึ้นนำไปก่อน แต่กลับจบลงด้วยความพ่ายแพ้ทำแต้มหล่นหายง่ายๆ

สมาธิ ความมุ่งมั่น สภาพความฟิตร่างกาย ทุกอย่างล้วนเป็นองค์ประกอบหลักสำคัญที่พยายามเร่งแก้ไขในฤดูกาลนี้ ซึ่ง 4 เกมแรก พวกเขาแสดงให้เห็นแล้วว่าทำได้จริง แต่จะทำให้สม่ำเสมอได้หรือไม่นั้นเป็นโจทย์ที่ ราชบุรีฯ ต้องตอบตัวเองให้ได้

ซึ่งหากแก้ไขในจุดนี้ได้ เป้าหมายที่ตั้งไว้ก็อาจไม่ยากเกินจะทำสำเร็จ…

สำหรับ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี จะเปิด มิตรผล สเตเดียม รับการมาเยือนจ่าฝูง ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ในวันเสาร์ ที่ 18 เมษายน 2563 เวลา 17.45 น.

ที่มา goal.com

livescore

แบ่งปัน