วิเคราะห์ 16 ทีมโตโยต้า ไทยลีก : ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

19

แข้งเทพ ผงาดนำเป็นจ่าฝูงหลังผ่าน 4 นัดแรก อะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้พวกเขาออกสตาร์ทอย่างร้อนแรง และ สิ่งไหนที่ยังเป็นจุดบกพร่อง ติดตามได้ที่นี่
ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เป็นทีมที่เสริมทัพน้อยที่สุดในปีนี้ แต่เมื่อเข้าสู่ฤดูกาลแข่งขันจริง มาโน โพลกิ้ง กุนซือใหญ่ กลับพาทีมโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงที่สุด เมื่อเก็บไป 12 คะแนนเต็มจาก 4 นัดแรก นอกจากนำเป็นจ่าฝูงของตารางแล้ว ยังนับเป็นผลงานการออกสตาร์ทดีที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร..

และในขณะที่ การแข่งขันไทยลีกทุกระดับ ถูกเลื่อนออกไปจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ระหว่างนี้ทีมงาน โกล ประเทศไทย จึงขอนำเสนอบทวิเคราะห์ผลงานทีมต่างๆ ในช่วงออกสตาร์ท โตโยต้า ไทยลีก 2020 โดยเริ่มจาก จ่าฝูงอย่าง ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

อะไรคือจุดเด่นที่ทำให้ “แข้งเทพ” ยืนหนึ่งบนตารางคะแนน และ สิ่งไหนที่ยังเป็นจุดบกพร่องของพวกเขา

– จุดแข็ง
จากการเสริมทัพที่ไม่ได้มากมายนัก กลับทำให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้นในปีนี้ เมื่อ มาโน โพลกิ้ง ยังสามารถเก็บแกนหลักส่วนใหญ่จากปีที่แล้วไว้ได้ ส่งผลให้นักเตะชุดปัจจุบัน มีความคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว ทั้งในแง่ความสัมพันธ์ส่วนตัว และ ความเข้าใจในแท็คติคการเล่น อีกทั้งยังเสริมทีมได้ถูกจุด

โดยเฉพาะดีล ฮาจิเมะ โฮโซไก ดาวเตะชาวญี่ปุ่น ที่เข้ามาตอบโจทย์ชัดเจน เมื่อมีทั้งประสบการณ์ , ภาวะผู้นำ และ ความเข้าใจในเกมสูง ไม่ว่าจะเป็นบทบาทมิดฟิลด์ตัวรับ หรือ การถอยลงไปทำหน้าที่เซนเตอร์ฮาล์ฟ และ ณัฐวุฒิ สุขสุ่ม กองหน้าดาวรุ่ง ที่กลับมาจากเอฟซี โตเกียว U23 ก็สามารถพึ่งพาได้ รวมถึง เบรนเนอร์ มาร์ลอส กองหน้าชาวบราซิล ที่เข้ามาแทน เนลสัน โบนิญา ก็ปรับตัวได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ไม่ต้องฝากความหวังไว้ที่ใครเพียงคนเดียว

ขณะเดียวกัน จากการที่ แข้งเทพ ไม่มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บเหมือนปีที่แล้ว ยังทำให้ มาโน โพลกิ้ง มีทรัพยากรให้เลือกใช้งานมากขึ้นด้วย และ ยังทดแทนกันได้ดี เห็นได้จาก 4 นัดที่ผ่านมา ที่แม้ว่าจะมีการโรเตชั่นแทบทุกนัด แต่พวกเขายังเดินหน้าคว้า 3 คะแนนเหนือคู่แข่งได้ เรียกว่า พวกเขามีขนาดทีมที่ใหญ่พอ ที่พร้อมเผชิญหน้ากับโปรแกรมการแข่งขันที่ค่อนข้างถี่ ซี่งนี่เป็นข้อได้เปรียบเหนือยักษ์ใหญ่ทีมอื่นๆ และ มาโน โพลกิ้ง ยังมีการทำงานที่ละเอียดมากขึ้น จากการที่ให้ลูกทีมศึกษาคู่แข่งก่อนซ้อม 15 นาที

“ไม่เน้นปริมาณ แต่เน้นคุณภาพ” แข้งเทพ อาจเสริมทัพไม่มาก แต่เสริมถูกจุด โดยเฉพาะ ฮาจิเมะ โฮโซไก ที่เข้ามาตอบโจทย์แท็คติค มาโน โพลกิ้ง
ส่วนอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการที่ แข้งเทพ ได้โค้ชฟิตเนสคนใหม่อย่าง โรดริโก้ สกีนัลลี่ เข้ามา โดยโค้ชฟิตเนสชาวบราซิลรายนี้ มีประสบการณ์มากมาย หนึ่งในนั้นเป็นการทำงานในเกาหลีใต้กับสโมสร เจจู ยูไนเต็ด ซึ่ง โรดริโก้ เข้ามาเปลี่ยนแปลงสภาพร่างกายนักเตะ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ให้ดีขึ้น และ สอดรับกับเหตุผลข้างต้น ที่ มาโน โพลกิ้ง ไม่ต้องปวดหัวกับเรื่องอาการบาดเจ็บของผู้เล่น เหมือนปีที่ผ่านมา..

วสพล แก้วผลึก ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนของทีม กล่าวถึง โรดริโก้ สกีนัลลี่ ว่า “เขาเป็นทั้งคนที่ยอดเยี่ยม และ โค้ชฟิตเนสที่ยอดเยี่ยม เขามีความรู้ และ ประสบการณ์มากมาย ซึ่งนำมาปรับใช้กับทีมได้ดี โดยเฉพาะรูปแบบฟิตเนสการซ้อมใหม่ๆ ที่ทำให้ผู้เล่นสนุก และ ตื่นตัวมากขึ้น แน่นอนว่า เมื่อผู้เล่นเรามีสภาพร่างกายที่ดีขึ้น ก็จะบาดเจ็บยากขึ้นด้วย และ นั่นเอื้อต่อการทำงานของเรา”

“แข้งเทพ” มีขนาดทีมที่ใหญ่พอ ที่พร้อมหมุนเวียนตลอดทั้งปี และ นี่คือข้อได้เปรียบเหนือยักษ์ใหญ่ทีมอื่นๆ
นอกจากนี้ สรรวัชญ์ เดชมิตร กองกลางคนสำคัญของทีม ยังกล่าวเสริมถึงปัจจัยข้างต้น ที่ทำให้ แข้งเทพ บินสูงว่า “เราไม่ได้เปลี่ยนแปลงทีมเยอะ เรายังมีขุมกำลังหลักชุดเดิมจากปีที่แล้ว และ มาโน ก็ยังยึดแพทเทิร์นเดิมอยู่”

“ส่วนสิ่งที่เปลี่ยนไป น่าจะเป็นเรื่องของคนที่เข้ามา ที่สามารถเติมเต็มให้ทีมมากกว่า อย่าง ฮาจิเมะ โฮโซไก หรือ เบรนเนอร์ (มาร์ลอส) ทั้งคู่ไม่ได้เข้ามาแบกอะไรเราหรอก แต่อย่างน้อย ก็สร้างความแตกต่างมากกว่าคนไทยได้”

“อีกอย่างปีนี้ ผมว่าเราใส่ใจรายละเอียดมากขึ้นครับ จากที่แต่ก่อน ก่อนซ้อมเราจะออกมาเล่นลิงกัน แต่ปีนี้ มาโน บอกเลยว่าก่อนซ้อม 15 นาที จะให้เข้ามาดูเทปคู่แข่ง และ ข้อบกพร่องของแต่ละคน”

“มาโน บอกเราว่าไม่ต้องคิดมากอะไร มันไม่ใช่การเอาเรื่องที่ไม่ดี มาว่าต่อหน้าทุกคน แต่มันคือการแก้ไขร่วมกัน เพื่อให้ทุกคน และ ทีมดีขึ้นในทุกๆ นัดครับ” สรรัชญ์ กล่าวทิ้งท้าย

– จุดบกพร่อง
ความสำเร็จของทีมฟุตบอลนั้น ขึ้นอยู่กับว่าใครจะบริหารความผิดพลาดได้น้อยที่สุด โดยที่ผ่านมา มาโน โพลกิ้ง และ บอร์ดบริหาร ถือว่าสวมบมท “นักแก้ปัญหา” ได้ดีขึ้นแล้ว เริ่มจากการดึง ไมเคิล ฟาลเคสการ์ด เข้ามาแก้ปัญหาในตำแหน่งผู้รักษาประตู หรือ อย่างเช่นปีนี้ ที่มีการเปลี่ยนแปลงตัวโค้ชฟิตเนส เพื่อแก้ไขปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บล้นทีม จากปีที่แล้ว ซึ่งนับเป็นการ “เกาถูกที่คัน”

แต่ปัญหาที่แข้งเทพ เผชิญมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา และ ยังเอาชนะตัวเองไม่ได้ คือการรักษาความต่อเนื่องของฟอร์มการเล่น โดยที่ผ่านมา แข้งเทพ มักออกสตาร์ทได้ดีในช่วงแรก ทว่ากลับดร็อปลงไปในช่วงหลัง อย่างเช่นสถานการณ์ในฤดูกาล 2018 ที่ทีมของ มาโน โพลกิ้ง นำเป็นจ่าฝูงของตาาง ก่อนถูก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แซงคว้าแชมป์ในบั้นปลาย รวมถึง ปัญหาการเจอกับทีมใหญ่ด้วยกันเอง ที่พวกเขาต้องทำให้ดีขึ้นกว่านี้ ซึ่งฤดูกาลที่ผ่านมา ทรู แบงค็อก เอาชนะได้เพียง 2 นัดเท่านั้น จาก 6 นัด ที่เจอกับทีมในกลุ่มท็อปทรี (สิงห์ เชียงรายฯ , บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ การท่าเรือ เอฟซี) ทั้งไปและกลับ

ฟุตบอลคือการบริหารความผิดพลาดให้น้อยที่สุด ถ้า “แข้งเทพ” รักษาความต่อเนื่องได้ เชื่อว่าปีนี้พวกเขา “มาแน่”
และ อีกหนึ่งจุดบกพร่องในปัจจุบัน ที่กำลังเผชิญ คือในเรื่องของเกมรับ จริงอยู่ที่ แข้งเทพ เสียไปเพียง 3 ประตู น้อยที่สุดเป็นอันดับ 2 ในลีก แต่หากมองในแง่รายละเอียดแล้วนั้น พวกเขายังไม่นิ่งพอ เห็นได้จากการเสียประตูไปถึง 3 นัด จาก 4 นัดแรก และ เก็บคลีนชีตได้เพียง 1 นัดเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีจังหวะผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ เกิดขึ้น โดยเฉพาะในเกมบุกชนะ เอสซีจี เมืองทองฯ 2-1 ที่เกือบจะทำให้ทีมพลาดคว้า 3 คะแนนสำคัญกลับออกมา

ดังนั้นหากว่าระหว่างนี้ มาโน โพลกิ้ง ปรับจูนปัญหา ก่อนที่จะเกิดปัญหาขึ้นจริงๆ ได้สำเร็จ.. ไม่แน่ว่า “แชมป์” ที่พวกเขารอคอย อาจสิ้นสุดลงในฤดูกาล 2020

สำหรับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด จะกลับมาลงเล่นโตโยต้า ไทยลีก อีกครั้ง ด้วยการบุกเยือน ราชบุรี มิตรผล เอฟซี วันที่ 18 เมษายน 2563 ที่มิตรผล สเตเดียม เวลา 17.45 น.

ที่มา goal.com

แบ่งปัน