“สัปดาห์ที่ 3” ช่วงเวลาสำคัญที่ “กิเลนยอง” ต้องรีบกลับมาให้ได้ !!!

20

#แบกเป้ดูบอลไทย by “เก้น นิติพงษ์”
“สัปดาห์ที่ 3”
ช่วงเวลาสำคัญที่ “กิเลนยอง” ต้องรีบกลับมาให้ได้ !!!

สองนัด
ศูนย์แต้ม
ยิงได้นัดละลูก
เสียนัดละสองประตู

ความพ่ายแพ้ในการออกสตาร์ทสองนัดแรก ทั้ง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด และทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ด้วยผลสกอร์ที่เท่ากัน ถือเป็นผลงานที่ “น่าผิดหวัง” ของเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เพราะนี่คือสถานการณ์ที่ไม่แตกต่างไปจากช่วงต้นฤดูกาล 2019 เลยแม้แต่น้อย

จะดีหน่อยก็ตรงที่สองเกมแรกในซีซั่น 2019 พวกเขาไม่สามารถเจาะตาข่ายคู่แข่งได้เลย…

ปัญหาคือเราคงต้องกลับมาคุยกันว่า “เกิดอะไรขึ้น” กับทัพ “กิเลนผยอง” อีกแล้ว…

แน่นอนว่าก่อนเปิดฉากเริ่มฤดูกาล 2020 เอสซีจี เมืองทองฯ ตกเป็นข่าวอย่างหนักถึงการเตรียมปล่อยแข้งตัวหลักของทีมมากมาย ชื่อของ ธีรศิลป์ แดงดา, เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดส, อดิศักดิ์ ไกรษร หรือแม้แต่ สารัช อยู่เย็น ก็ยังมีชื่ออยู่บนสื่อออนไลน์มากมาย ก่อนที่สุดท้าย จะมีแค่มิดฟิลด์ทีมชาติไทยคนเดียวเท่านั้นที่ยังอยู่กับทีมต่อ

เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดส – อดิศักดิ์ ไกรษร – ชาริล ชัปปุยส์ จับมือกันไป การท่าเรือ เอฟซี
ตัวต่างชาติอย่าง โอ บัน ซอค – บรูโน่ กัลโล่ – อ่อง ธู ถูกปล่อยออกจากทีม
ศนุกรานต์ ถิ่นจอม โยกไปวาดลวดลายให้แชมป์อย่าง สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

และที่สำคัญ ธีราทร บุญมาทัน ก็ตัดสินใจเซ็นสัญญากับ โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ที่เพิ่งได้ถาดแชมป์เจลีกสดๆ ร้อนๆ

การเสียผู้เล่นระดับคีย์แมนมากมายขนาดนี้ ทำให้พวกเขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องตัดสินใจดันแข้งดาวรุ่งขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่มากมาย

แม้ว่าจะมี สหรัฐ กันยะโรจน์, ซาร์ดอร์ มีร์ซาเยฟ, วิลเลียน ป็อปป์, ลูคัส โฮช่า และสรวิทย์ พานทอง มาผนึกกำลังร่วมกับ สารัช อยู่เย็น, แดร์เลย์ หรือกระทั่ง ดัง วัน ลัม นายด่านมือหนึ่งทีมชาติเวียดนาม แต่ดูเหมือนว่า “กิเลนผยอง” ยังไม่สามารถกลับไปอยู่ในจุดที่ควรจะเป็นได้ เพราะวงการลูกหนังบ้านเรายุคปัจจุบัน หากไม่นับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แล้ว ก็มีแค่ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทีมนี้นี่แหละที่มีเกียรติประวัติเกรียงไกร

ถือเป็นอีกหนึ่งโจทย์ที่ท้าทายความสามารถของ อเล็กซานเดร กาม่า มากที่สุดอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่านี่คือการทำทีมตั้งแต่ต้นซีซั่นของเจ้าตัว ต่างจากฤดูกาลก่อนที่ กาม่า เดินทางมารับเผือกร้อนช่วงกลางซีซั่น ทำให้แฟนบอลหลายคนตั้งเป้าหมายว่า ในเมื่อกุนซือแซมบ้ารายนี้มีเวลาได้เซ็ตทีม ได้ปรับจูนแทคติก ดังนั้น ผลงานของทีมก็น่าจะดีกว่าฤดูกาลที่ผ่านมา

แต่อย่าลืมว่าฟุตบอลหาใช่บัญญัติไตรยางค์ ฟุตบอลไม่มีสูตรสำเร็จที่ตายตัว ดังนั้นเราคงต้องมาดูกันว่า พ่อมดมือฉมังอย่าง กาม่า นั้น จะนำพา เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด รอดพ้นจากช่วงเวลาที่ยากลำบากแบบนี้ได้หรือไม่

“อย่างที่รู้กันเกมฟุตบอลต่อให้คุณเล่นดีขนาดไหนหากคุณไม่ชนะ ไม่สามารถทำประตูเพิ่มได้ คุณก็ไม่ได้สามแต้ม อันนี้เป็นจุดที่เราต้องกลับมาพัฒนา ตอนนี้เราไม่มีเวลามานั่งเสียใจ นักเตะทุกคนต้องทำงานให้หนักมากขึ้น”

“มานั่งคิดว่าเราแพ้เกมนี้เราต้องทำอย่างไร เรายังมีเกมวันพุธอีกเกมที่จะไปเล่นเกมเยือนและเป็นเกมที่มีความยากเราต้องกลับมาทำงานหนักและก็โฟกัสในเกมต่อไป” นี่คือประโยคที่ กาม่า ให้สัมภาษณ์หลังจากความพ่ายแพ้นัดที่สอง ซึ่งดูแล้ว เจ้าตัวเองยังไม่มีทางยกธงขาวยอมแพ้อย่างแน่นอน เพราะหากพูดไป นี่เพิ่งจะเป็นเพียงการเริ่มต้นของฤดูกาลเท่านั้น

มีสิ่งที่น่าสนใจอยู่เรื่องหนึ่งก็คือ เมื่อซีซั่นที่แล้ว ชัยชนะเกมแรกของทัพ “กิเลนผยอง” นั้นก็เกิดขึ้นในวีคที่สามของการแข่งขัน ฉะนั้นสัปดาห์ที่สามของฤดูกาล 2020 จึงเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญที่ “กิเลนผยอง” จะต้องรีบกลับมาผงาดด้วยสามคะแนนให้ได้

“ระยอง เอฟซี” จะเป็นผู้ให้คำตอบครับ…

“เก้น” นิติพงษ์ ยวนตระกูล ผู้จัดการสื่อสารการตลาด & มีเดีย หนุ่มไฟแรง : ผู้บรรยายฟุตบอล – ฟุตซอล ที่คลั่งไคล้มนต์เสน่ห์ลูกหนังอย่างจริงจังตั้งแต่อายุ 6 ขวบ โดยเฉพาะฟุตบอลไทย จนตัดสินใจยกหัวใจให้ “เกมลูกหนัง” เป็นตัวนำทางชีวิต

#TogetherAsOne #เชียร์ไทยใจเดียวกัน #Thaileague #T1 #ToyotaThaileague #Thaileague2020 #ไทยลีก #บอลไทย #ฟุตบอลไทย #โตโยต้าไทยลีก #โตโยต้าไทยลีก2020 #SCGMuangthongUnited #เอสซีจีเมืองทองยูไนเต็ด #เมืองทองยูไนเต็ด #กิเลนผยอง

แบ่งปัน