ชุดขาวแม่นโทษดับตราหมี 4-1 (0-0) ซิวถ้วยซูเปร์โกปา

461

ศึกซูเปร์โกปา นัดชิงชนะเลิศ ประจำฤดูกาล 2019-2020 ต้องยื้อถึงการตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ และเป็นเรอัล มาดริด ที่ยิงได้แม่นยำกว่า


ฟุตบอลถ้วยซูเปอร์คัพของสเปน หรือซูเปอร์โกปา เด เอสปันญา ประจำฤดูกาล 2019-2020 เกมรอบชิงชนะเลิศ แข่งขันที่สนามคิง อับดุลลอห์ สปอร์ต ซิตี้ ในซาอุดิอาระเบีย เป็นการพบกันระหว่าง เรอัล มาดริด ดวลกับ แอตเลติโก มาดริด

ราชันชุดขาวเอาชนะบาเลนเซียมาในรอบก่อนหน้า เกมนี้ซีเนดีน ซีดาน อัดแผงมิดฟิลด์ลงสนาม 5 ราย คือ โทนี โครส, ลูก้า โมดริช, คาเซมิโร, อิสโก้ และ เฟเดริโก บัลเบร์เด้ โดยมีลูก้า โยวิช ยืนเป็นศูนย์หน้า

ทางฝั่งตราหมีที่คว้าชัยเหนือบาร์เซโลนาในช่วงท้ายของเกมรอบรองฯ เกมนี้ดีเอโก้ ซิเมโอเน ยังคงให้เชา เฟลิกซ์ ยืนหน้าคู่ร่วมกับ อัลบาโร โมราต้า โดยมี ซาอูล นิเกซ และอังเคล คอร์เรอา

ภาพรวมของครึ่งแรกเป็นฝั่งราชันชุดขาวที่ครองบอล รวมถึงควานหาโอกาสยิงได้เหนือกว่าเล็กน้อย และมามีลุ้นหวาดเสียวช่วงท้ายครึ่งแรก 2 จังหวะ ในนาทีที่ 38 แฟร์กล็องด์ เมนดี้ แบ็คซ่้าย ฝ่าเกมรับตามหมีหลุดไปทางฝั่งซ้าย ก่อนตัดสินใจยิงแรงบอลเข้าเสาแรกแบบหวุดหวิด

รวมถึงในนาทีที่ 43 ช็อตโขกบอลจากลูกเตะมุมฝั่งขวาที่คาเซมิโรขึ้นโขกแบบไร้ตัวประกอบ แต่บอลดันหลุดข้ามคานออกไปนิดเดียว

ส่วนแอตฯ มาดริด กลายเป็นฝ่ายตั้งรับรอเล่นสวนกลับ แต่ก็ยังไม่ถนัดนัก ทำให้สกอร์ยัง 0-0 ใน 45 นาทีแรก

ครึ่งหลังนาทีที่ 50 ลูก้า โยวิช ได้โยกบอลหลบคู่กองหลังตราหมีบริเวณเขตโทษ มีพื้นที่ยิง แต่บอลดันหลุดเสาไกลออกหลัง

นาทีที่ 67 เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ แข้งเรอัล มาดริด โขกบอลกดลงต่ำไปติดหัวเข่าตัวเอง บอลเด้งออกหลังไป จากนั้น 1 นาที เกมสวนกลับไวของทัพตราหมี เป็นเรนาน โอดี้ เติมขึ้นมาเล่นเกมบุก แต่มีเซร์คิโอ รามอส ตามมากดดัน ทำให้เจ้าตัวยิงบอลออกข้างตาข่าย

นาทีที่ 79 อัลบาโร โมราต้า หลุดเข้าเขตโทษ คราวนี้ลองแปกด้วยซ้ายกะให้เข้ามุมแคบ แต่ธิโบต์ กูร์ตัวส์ ยังปัดทิ้งได้ทัน

เดินทางเข้าสู่ 5 นาทีสุดท้ายของครึ่งหลัง คราวนี้เป็น มาเรียโน สำรองของชุดขาว ขึ้นโขกเอาชนะเกมรับคู่แข่งแล้ว แต่บังคับทิศทางให้ตรงกรอบไม่ได้ ทำให้บอลหลุดออกหลังไป และมีโอกาสอีกหนจากช็อตพักอกในกรอบโทษ ก่อนหวดเต็มเท้าเข้ากลางประตู ทว่ายาน โอบลัค รับเข้าซอง

ช่วงทดเจ็บ เป็นโธมัส เลอร์มา หลอกยิงฟรีคิกบอลพุ่งฝ่ากำแพงเข้ากรอบ แต่ธิโบต์ กูร์ตัวส์ ยังออกมาปิดมุมได้ดี

จบ 90 นาทีไม่มีทีมใดทำประตูได้ ทำให้ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีกจนถึงนาทีที่ 120

นาทีที่ 109 โอกาสทองสองครั้งติดของราชันชุดขาว ช็อตแรก ลูก้า โมดริช วิ่งมากดบอลติดเซฟยาน โอบลัค ทุบทิ้งมาเข้าทางมาเรียโน คนที่ไหลให้โมดริชยิง ซัดจ่อ ๆ แต่ก็ไม่มีมีสกอร์แรกของเกม

นาทีที่ 115 อัลบาโร โมราต้า หลุดตัวประกบสปีดพาบอลเข้าเขตโทษ ก่อนที่เฟเดริโก บัลเบร์เด้ ตัดสินใจสปีดเข้ามาเสียบสกัดดาวยิงเบอร์ 9 ของคู่แข่ง สุดท้ายโดนใบแดงไป

สุดท้ายไม่มีฝ่ายใดทำประตูได้ ทำให้ต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ และเป็นโลส บลังโกส ที่แม่นยำกว่า ยิงประตูเข้าทุกคน ขณะที่แอตฯ มาดริด มีแค่คีแรน ทริปเปียร์ส ที่ยิงเข้า

ทำให้เรอัล มาดริด เอาชนะในการดวลจุดโทษแอตเลติโก้ มาดริด 4-1 หลังเสมอในเวลา 120 นาที 0-0 คว้าแชมป์ซูเปร์โกปาที่จัดแข่งในซาอุฯไปครอง

ที่มา goal.com

livescore

แบ่งปัน