“ก้าวทีละก้าว มองทีละแมตช์”

31

#แบกเป้ดูบอลไทย by “เก้น นิติพงษ์”
“ก้าวทีละก้าว มองทีละแมตช์”
บันไดสู่ฝันของแข้ง “ช้างศึก U23”

สถานการณ์ก่อนที่ ทัพ “ช้างศึก” จะฟาดแข้งกับ ทีมชาติบาห์เรน ในศึก ยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย 2020 คงไม่มีใครปฏิเสธว่า ทีมชาติไทยชุดนี้ โชว์ฟอร์มได้สุดตํ่าตมเกินมาตรฐานที่จะรับได้ ทั้งการกระเด็นตกรอบในศึกชิงแชมป์เอเชีย 2020 รอบคัดเลือก ด้วยนํ้ามือของ ทีมชาติเวียดนาม ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับ ทีมชาติไทย มานาน รวมถึงการร่วงรอบแบ่งกลุ่มจากศึกซีเกมส์ 2019 ครั้งแรกในรอบ 8 ปี…

แน่นอนครับ แฟนบอลทีมชาติไทยทุกคนล้วนเสียใจที่ ทัพ “ช้างศึกยู-23” โชว์ผลงานได้ไม่ดีในรอบคัดเลือกของรายการนี้ รวมถึงตกรอบแรกซีเกมส์ แต่อย่าลืม อากิระ นิชิโนะ กุนซือของทีม ยังไม่ได้เข้ามาคุมทีมในรอบคัดเลือก ส่วนในศึก ซีเกมส์ 2019 เขาก็ไม่เคยบอกว่าอยากเห็นทีมเป็นแชมป์แบบชัดเจน มีเพียงให้สัมภาษณ์ว่า “ผมขอพานักเตะในทีมกลับประเทศไทยแบบไม่มีอาการบาดเจ็บ” เท่านั้น

ทว่าอย่างที่รู้กัน ไม่มีใครยิ่งใหญ่ได้ตลอดกาล จากอยู่บนฟ้าก็อาจร่วงสู่พสุธาได้ กลับกัน หากอยู่บนพื้นดินก็สามารถทะยานสู่เหนือเมฆได้เช่นกัน… ซึ่งฟุตบอลก็เป็นแบบนั้น

สำหรับแมตช์ที่ ทีมชาติไทย ฟาดแข้งกับ ทีมชาติบาห์เรน คงเป็นนัดที่จะถูกเก็บไว้ในความทรงจำของแฟนบอลไทยไปตลอดกาล เพราะก่อนเริ่มเกม น้อยคนนักที่จะบอกว่า “ไทยเหนือกว่าบาห์เรน”

แต่ในเกมนี้กลับกลายเป็นว่า “ช้างศึก” เชือกนี้ดัน “ตกมัน” ถูกเวลา ไม่ว่าจะเป็น “เด็กระเบิด” คนใหม่แห่งวงการฟุตบอลไทย อย่าง ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ที่ซัลโวได้ถึง 2 ประตู พร้อมจารึกสถิติใหม่เป็นนักฟุตบอลอายุน้อยที่สุดที่ทำประตูได้ในศึกชิงแชมป์เอเชียรอบสุดท้าย แน่นอนครับ ฝีเท้าที่จัดจ้านเช่นนี้ ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย เพราะเจ้า “แบงค์” คือนักเตะที่มีความมุ่งมั่น เยือกเย็น และพร้อมจะกระตุ้นรุ่นพี่อยู่เสมอแม้ตนเองจะแบกอายุติดทีมชุดนี้ถึง 5 ปี

ส่วนนักเตะตัวความหวังอย่าง “เช็ค” สุภโชค สารชาติ ก็ลงร่ายฝีเท้าด้วยฟอร์มที่เก่งเกินวัยเช่นเคย หลังดวล 1 ต่อ 1 ขยี้แนวรับ บาห์เรน แบบกระจุย ก่อนยิงอัดเสาแรกเข้าไปให้ไทยนำ 2-0 เช่นเดียวกับ “เท่ห์” เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ ที่ทำผลงานในการเป็นตัวสำรองได้ดี ดีมากพอที่จะซัลโว ประตูที่ 4 และ 5 ปิดกล่องให้ทีมชาติไทย ขยํ้า บาห์เรน แบบขาดลอย ขณะที่ ศุภชัย ใจเด็ด แม้จะไม่มีชื่ออยู่บนสกอร์บอร์ดในเกมนี้ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ประสบการณ์ของ “อาร์ม” ทั้งการเก็บบอล, วิ่งทำทาง และฉีกตัวประกบ จะเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองเล็กๆ ที่ช่วยให้ ทีมชาติไทย อาจเรียกศรัทธาแฟนบอลกลับมาในนัดพบ ทีมชาติออสเตรเลีย ได้เป็นแน่

ขณะอีกหนึ่งคนที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ คือ “โชแปง” ทิตาธร อักษรศรี …

เขานี่แหละ ที่โชว์ฟอร์มได้ตํ่ากว่ามาตรฐานในศึกซีเกมส์ที่ผ่านมา
เขานี่แหละ ที่ไม่เคยตอบโต้แฟนบอลจากการถูกวิจารณ์อย่างหนัก
เขานี่แหละ ที่พยายามหาข้อบกพร่องของตนเองด้วยการซ้อมอย่างหนักเพื่อสยบเสียงวิจารณ์ด้วยผลงาน

จนแมตช์นี้ ทุกอย่างพิสูจน์แล้ว ว่า ทิตาธร “สอบผ่าน” สำหรับเกมนัดแรกในศึก ยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย ที่ผ่านมา แม้เกมรุกจะไม่โดดเด่นมากนัก แต่เกมรับ ทิตาธร แทบไม่มีโอกาสพลาดแบบเต็มๆ เลยสักครั้ง ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถเรียกฟาล์วได้บ่อยครั้งอีกด้วย

แต่ทุกอย่าง เป็นเพียงนัดแรก จงอย่าดีใจจนประมาทในนัดต่อไป…

“ผมจะพาไทยไปโอลิมปิก 2020 ให้ได้” นี่คือเป้าหมายของ อากิระ นิชิโนะ กุนซือชาวญี่ปุ่นวัย 64 ปี ฉะนั้น ทั้งนักเตะและแฟนบอลเองอย่าเพิ่งชะล่าใจ เพราะ ทีมชาติไทย เคยมีบทเรียนมาแล้วหลายครั้งสำหรับการสู้ศึกรายการใหญ่ระดับเอเชีย ที่โชว์ฟอร์มได้ไม่คงเส้นคงวา กระทั่งต้องตกรอบในที่สุด

สำหรับเกมนัดหน้า ที่ ไทย จะลงฟาดแข้งกับ ออสเตรเลีย ในวันที่ 11 มกราคม นี้ หากมองจากชื่อชั้น “ช้างศึก” ยังเป็นรองอยู่พอตัว แม้นัดแรก ออสเตรเลีย จะทำได้เพียงแค่เสมอกับ อิรัก ทั้งๆ ที่ออกนำก่อน แต่สำหรับผลงานชิ้นโบว์แดงที่เพิ่งผ่านมาในรอบคัดเลือกรายการนี้ เมื่อต้นปี 2019 พลพรรค “ซอคเกอร์รูส์” เกือบเขี่ย เกาหลีใต้ ตกรอบมาแล้ว หลังนำก่อน 2-0 แต่ดันถูกตีเสมอ 2-2

นักเตะที่น่าสนใจที่เเนวรับ ทัพ “ช้างศึก” จะต้องจับตามองคือ เรโน ปิสโคโป ศูนย์หน้าที่ยิง ประตูเปิดหัวให้ ทัพ “จิงโจ้” ขึ้นนำ อิรัก คาดว่าเขาก็จะได้รับโอกาสลงเป็นดาวยิงตัวจริงเพื่อล่าสกอร์ต่อไปในนัดที่จะพบกับ ทีมชาติไทย

ส่วนแมตช์ปิดท้ายรอบแบ่งกลุ่มที่จะพบกับ ทีมชาติอิรัก ถือเป็นอีกนัดสำคัญ เพราะหากไทยแพ้ หรือทำได้เพียงแค่เสมอกับ ออสเตรเลีย อย่างน้อย เราต้องเก็บให้ได้ 1 หรือ 3 คะแนน จาก ทัพ “สิงโตแห่งเมโสโปเตเมีย” สถานเดียว เพราะถ้าน้อยกว่านั้น โอกาสตกรอบจะเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณเป็นแน่

สำหรับแข้งที่น่าสนใจคือ โมฮัมเหม็ด ริดาห์ ที่แม้จะยังคลำประตูแรกไม่เจอ แต่เขาก็สามารถเป็นนักเตะที่สร้างโอกาสการยิงได้มากที่สุดหลังผ่านนัดแรก ถึง 5 ครั้ง

อย่างไรก็ตาม ในฐานะแฟนบอลทีมชาติไทย หากอยากเห็น ทัพ “ช้างศึก” ไปโอลิมปิก 2020 ตามเป้า สิ่งที่พวกเราจะช่วยได้คือ ซื้อบัตรเข้าไปชมในสนาม!! แต่หากใครไม่สะดวก ก็ขอให้ช่วยกันเชียร์ ช่วยกันส่งกำลังใจ แล้วเราจะไป “โตเกียวเกมส์ 2020” ด้วยกันครับ

โปรแกรมนัดถัดไปของทีมชาติไทยจะพบกับทีมชาติออสเตรเลีย ในวันที่ 11 มกราคม 63 เวลา 20.15 น. ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน ถ่ายทอดสดทางช่อง 7 HD ช่อง 35 ซื้อบัตรเข้าชมได้ที่ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ bit.ly/AFCU23

“เก้น” นิติพงษ์ ยวนตระกูล ผู้จัดการสื่อสารการตลาด & มีเดีย หนุ่มไฟแรง : ผู้บรรยายฟุตบอล – ฟุตซอล ที่คลั่งไคล้มนต์เสน่ห์ลูกหนังอย่างจริงจังตั้งแต่อายุ 6 ขวบ โดยเฉพาะฟุตบอลไทย จนตัดสินใจยกหัวใจให้ “เกมลูกหนัง” เป็นตัวนำทางชีวิต

#TogetherAsOne #เชียร์ไทยใจเดียวกัน #ช้างศึก #Thailand #บอลไทย #ฟุตบอลไทย #FAThailand #Changsuek #AFC #AFCU23 #U23

แบ่งปัน