สแปนิช ซูเปอร์ คัพ ในปีหน้าที่จะแตกต่างออกไป

33

ซูเปร์โกปา เด เอสปันญา หรือ สแปนิช ซูเปอร์ คัพ ในปีหน้าจะแตกต่างออกไปจากทุกฤดูกาล

โดยเดิม ในรายการ ซูเปร์โกปา จะเป็นการเผชิญหน้ากันระหว่าง 2 สโมสรที่คว้าถ้วยแชมป์ ได้แก่แชมป์ ลาลีกา พบกับ แชมป์ โกปา เดล เรย์ ซึ่งจะแข่งขันกันในช่วงก่อนเปิดฤดูกาล

แต่พอเข้าฤดูกาลนี้มา ปรากฏว่า ไม่มีการแข่งขัน ซูเปร์โกปา เหมือนอย่างที่เคย เพราะอะไร?

ย้อนไปเมื่อปีที่แล้วเป็นครั้งแรกที่ ซูเปร์โกปา เด เอสปันญา มีการปรับการแข่งขัน หลังจากจัดแข่งด้วยรูปแบบเดิมมานานตั้งแต่ปี 1982 จนถึงปี 2017

ซึ่งปี 2018 ที่ผ่านมานั้น เป็นครั้งแรกที่ ซูเปร์โกปา ลงแข่งขันที่ต่างประเทศคือ โมรอคโค และปรับการแข่งขันเป็นแบบ ‘เลกเดียว’ หลังจากที่มีการแข่งขันแบบ ‘เหย้า-เยือน’ มาตลอด

เหตุผลของการให้ต่างประเทศเป็นเจ้าภาพนั้นก็ไม่ต้องสืบตื้นลึกหนาบางอะไรมากมาย เพราะหลัก ๆ ก็เป็นเรื่องของเงินตามระบบทุนนิยม

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

และในปีนี้ก็เช่นเดียวกันที่การปรับเปลี่ยนครั้งนี้มีสาเหตุหลักมาจากเรื่องเงิน ซึ่งจากรายงานระบุว่า การจัดแข่ง ซูเปร์โกปา ที่ ซาอุดีอาระเบีย ในปีนี้มีมูลค่าสูงถึง 40 ล้านยูโร ที่สมาคมฟุตบอลสเปนจะได้รับ

การทำสัญญาในรายการ ซูเปอร์ คัพ นั้น สเปนไม่ใช่ประเทศแรกที่ขายสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพให้ซาอุดี อาระเบีย แต่ก่อนหน้านี้ฝั่ง อิตาลี ก็เคยแข่งขันรายการนี้ที่นี่มาแล้วช่วงต้นปีที่ผ่านมา

ข้อตกลงระหว่างสมาคมฟุตบอลสเปนและซาอุดีอาระเบียครั้งนี้ ยังไม่ได้มีการเซ็นสัญญาเพียงปีเดียว แต่เซ็นกันถึง 3 ปี หมายความว่าเงินจะเข้าบัญชีของสมาคมฯ เป็นจำนวน 120 ล้านยูโร

ซึ่งเงินจำนวนนี้ก็จะถูกจัดสรรปันส่วนในการมอบให้เป็นรางวัลแก่ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 4 สโมสรด้วย ตามอันดับการแข่งขัน

– บาร์เซโลนา มาในฐานะแชมป์ ลาลีกา
– อัตเลตีโก มาดริด มาในฐานะรองแชมป์ ลาลีกา
– บาเลนเซีย มาในฐานะแชมป์ โกปา เดล เรย์
– ส่วน เรอัล มาดริด ได้มาแข่งรายการนี้เพราะรองแชมป์ โกปา เดล เรย์ เป็น บาร์เซโลนา เลยขยับอันดับ 3 ในลีกมาแข่งขันด้วยแทน

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

ในฝั่งของเงินรางวัล จากรายงานของ มาร์กา ระบุว่าการแบ่งเงินรางวัลได้แบ่งออกเป็น 3 ส่วน

1 | ค่าเข้าร่วมแข่งขัน ซึ่งเชื่อว่าไม่ถึง 1 ล้านยูโร
2 | รางวัลสำหรับผู้เข้าสู่นัดชิงชนะเลิศ (แชมป์ และรองแชมป์)
3 | แบ่งสรรให้ตามรูปแบบสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขัน

ซึ่งข้อที่ 3 นี้เองที่ไม่ค่อยมีความชัดเจนมากนัก แต่สิ่งที่ปรากฏออกมาบนหน้าสื่อคือ แชมป์บอลถ้วยอย่าง บาเลนเซีย นั้นจะได้รับเงินจากส่วนที่ 3 นี้น้อยกว่าชาวบ้านอย่างไม่สมเหตุสมผล เพราะ

ซึ่งปัจจุบันทาง อานิล เมอร์ธี ประธานสโมสรบาเลนเซียได้ยื่นคำร้องให้มีการปรับเปลี่ยนตัวเลขตรงนี้แล้ว ยังไม่รู้ว่าจะออกมาเป็นแบบไหน

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

อย่างไรก็ตาม การขายสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพให้กับประเทศจากตะวันออกกลางในครั้งนี้ก็มีข้อกังวลสำคัญ คือเรื่องของปัญหา ‘สิทธิมนุษยชน’ ของประเทศซาอุดิอาระเบีย ซึ่งมีคำถามมากมายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

แม้ว่าทาง ซาอุฯ จะประกาศกฎหมายให้สตรีสามารถเข้าสู่สนามกีฬาได้ตั้งแต่ปี 2017 แต่เรื่องนี้ก็ยังเป็นสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจผู้หญิงจำนวนมากมาย หนึ่งในนั้นคือ เบโรนีกา โบเกเต

โบเกเต เป็นอดีตผู้เล่นฟุตบอลทีมชาติสเปนหญิง ทันทีที่เธอรับรู้ข่าวว่า จะมีการจัดแข่ง ซูเปร์โกปา ที่ ซาอุดี อาระเบีย ในช่วงกันยายนที่ผ่านมา ก็สับสมาคมออกสื่อทันทีว่า

ข้อตกลงครั้งนี้เป็น “ชัยชนะของเงินทองและธุรกิจ” ซึ่งในวันนี้มีความสำคัญเหนือกว่า “กีฬาและทุกสิ่งทุกอย่าง” ซึ่งรวมไปถึง “สิทธิมนุษยชน”

เช่นเดียวกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกีฬาของสเปนอย่าง มาเรีย โคเซ เรียนดา ก็ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการจัดแข่งขันที่ซาอุดีอาระเบีย

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

ไม่ใช่แค่เรื่องของผู้หญิงเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของสิทธิขั้นพื้นฐานของประชากรในประเทศด้วย เมื่อไม่นานมานี้ ซาอุฯ มีข่าวฉาวเรื่องการสังหารนักข่าวแบบหั่นชิ้นส่วน ในสถานกงศุลของซาอุฯ ที่ อิสตันบูล ในปี 2018

และอื่น ๆ ยังมีเรื่องของการจับกุมนักกิจกรรม การปิดกั้นเรื่องความรักระหว่างเพศเดียวกัน และการสังหารหมู่

หลายต่อหลายครั้งที่เมื่อประเทศในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะ ซาอุดีอาระเบีย กำลังพยายามขยับตัวเองเข้าสู่วงการกีฬานั้น

สื่อที่จ้องโจมตีประเทศเหล่านี้จะพาดหัวว่ากิจกรรมเหล่านี้คือการ ‘Sportwashing’ หรือแปลเป็นไทยว่า “กีฬาล้างเลือด” ของประเทศนั่นเอง

ในประเด็นนี้ ทาง อเล็กซ์ เซเฟริน ประธานของ UEFA ก็เคยพูดออกสื่อว่า พวกเขาคาดหวังให้สมาคมฟุตบอลทั้ง 55 ประเทศ และสโมสรในยุโรป ไม่ให้ความร่วมมือกับประเทศที่มีพฤติกรรมขัดกฎมนุษยธรรมแบบนี้อีกด้วย

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

แต่ถึงพูดมาทั้งหมด การปรับเปลี่ยนของ ซูเปร์โกปา ครั้งนี้ก็ยังมีข้อดีอยู่บ้าง

ประเด็นสำคัญที่สุดคือเรื่องของการจัดแข่งขันในช่วงฤดูหนาวแทน ทำให้ไม่เป็นการรบกวนช่วงพรีซีซัน ซึ่งทางสโมสรที่เข้าร่วมแข่งขันก็เห็นด้วย

อย่างไรก็ตาม ในข้อกังวลด้านมนุษยธรรม ทางสมาคมฟุตบอลสเปนก็ได้แสดงถ้อยคำเกี่ยวกับข้อกังวลดังกล่าวในแถลงการณ์ของการจัดการแข่งขันครั้งนี้เอาไว้แล้วว่า

“ข้อตกลงระหว่างสมาคมฟุตบอลของสเปนและซาอุดีอาระเบีย ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะอนุญาตให้ผู้หญิงทุกคนสามารถเข้าร่วมชมการแข่งขันได้ และยังมีการให้ความร่วมมือทางด้านการจัดแข่งขันฟุตบอลหญิงในประเทศซาอุดีอาระเบียอีกด้วย”

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

ถ้ามองกันแบบกลาง ๆ แล้ว อาจจะจริงอยู่ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย เคยมีกฎกติกาที่ไม่สมเหตุสมผลด้านมนุษยธรรมอย่างที่เราเห็นกัน

และวันนี้ก็ยังยืนยันไม่ได้ว่ากิจกรรมต่าง ๆ ในประเทศเกี่ยวกับกีฬานั้นเป็นแผนการล้างเลือดอย่างที่สื่อเคลมกันจริง ๆ หรือไม่

อย่างน้อย ๆ วันนี้ประเทศซาอุดีอาระเบียก็มีการปรับทิศทางในสิ่งเหล่านี้ไปในทางที่ดีขึ้นแล้ว อย่างน้อย ๆ ก็ในแง่วิสัยทัศน์และการปฏิบัติจริงจากรายการ ซูเปร์โกปา

เราไม่สามารถตอบได้ว่า พวกเขามีเจตนาที่ดีจริง ๆ ต่อบรรดาสุภาพสตรีหรือไม่ แต่ถึงยังไง การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ก็ล้วนเป็นสิ่งที่คืนสิทธิมนุษยธรรมให้กับพวกเขา มากกว่าที่จะอยู่เฉย ๆ อย่างแน่นอน

ที่เหลือเราคงได้แค่รอดูการกระทำที่จะเกิดขึ้นในช่วงที่มีสัญญา 3 ปีนี้ ว่าจะมีอะไรที่ดีขึ้นบ้าง

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

เสพติดบอลสเปน

Saudi Arabia to host Spanish Super Cup in January

รูปภาพ

แบ่งปัน