ฤาเวียดนามกำลังเล่นสงครามจิตวิทยา?

83

#คุยเฟื่องเรื่องบอลไทย
ฤาเวียดนามกำลังเล่นสงครามจิตวิทยา?
_________

เหลือเวลาอีกแค่2อาทิตย์เท่านั้นที่พลพรรคนักเตะเวียดนามจะได้เปิดรังเหย้ามีดิ่งห์ สเตเดี้ยมรับการมาเยือนทีมชาติไทยท่ามกลางจำนวนแฟนบอลที่คาดว่าจะมากันเต็มความจุของสนาม และในเวลาแบบนี้ก็คงจะมีแฟนบอลจำนวนมหาศาลที่กำลังรอคอยแมตช์นี้กันอย่างใจจดใจจ่อ (จนอาจพูดได้ว่าอยากจะเร่งเดือนเคลื่อนดาวให้ถึงวันนั้นเร็วๆเสียหยั่งงั้น)

บนสถานการณ์ที่มันเป็นอยู่ของตารางคะแนนขณะนี้ ที่พวกเขามีแต้มเท่ากับเราและเสียเปรียบเพียงลูกได้-เสียที่มีน้อยกว่าเพียงแค่ลูกเดียวเท่านั้น กับความอิ่มเอมที่ยังคุกรุ่นจากการบุกมาเอาหนึ่งแต้มจากบ้านเราได้สำเร็จ มองในมุมของเวียดนาม การได้กลับมาเล่นในบ้านหนนี้ ความคาดหวังน่าจะมีมากกว่าทุกๆครั้ง(เห็นได้จากการขายตั๋วเข้าชมที่หมดเกลี้ยงภายในเวลาไม่ถึง10นาที)

ไทยในระยะหลังยังยิงเวียดนามไม่ได้แถมสะกดคำว่า “ชนะ” ก็ไม่เป็น(ทั้งบอลเยาวชน, ชุดใหญ่, บอลชายและบอลหญิง) และยิ่งอันดับฟีฟ่าก็ยังตามเขาอยู่เป็นสิบอันดับ นั่นจึงทำให้พวกเขาดูจะฮึกเหิมและมั่นใจเป็นพิเศษในการทำศึกครั้งนี้

แม้กระทั่งการให้ข่าวและบทสัมภาษณ์ของโค้ชปาร์ค ฮัง ซอและบรรดาสตาร์ในทีมเวียดนามเองก็ยังออกมาในทำนองที่คล้ายกันว่า “พวกเขาพร้อมมาก, รู้จุดอ่อนไทยเป็นอย่างดี และอยากเป็นทีมแรกที่มอบความพ่ายแพ้ให้แก่เราในคัดบอลโลกหนนี้” พูดง่ายๆพื้นที่สื่อในเซคชั่นกีฬาในตอนนี้มีแต่การพูดถึงแต่แมตช์ระหว่างเราและเขา (แบบมองกันข้ามช็อตจนเล่นเอานัดกับยูเออีนั้นแทบจะไม่มีพื้นที่ข่าว)

มีคนบอกว่านี่อาจเป็นการเล่นสงครามจิตวิทยาเพื่อรบกวนสมาธิ และเล่นกับอารมณ์ของนักเตะไทยที่สื่อหลายสำนักของเวียดนามต่างมองว่าเป็นนักเตะเจเนอเรชั่นใหม่, อายุน้อยหลายคน, บ้างก็พึ่งติดทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรก และเรื่องของประสบการ์ณในการจัดการกับสิ่งเร้าอาจมีไม่มากเท่าไหร่

บางทีสิ่งที่พวกเขากำลังหวังให้มันเกิดขึ้นในสนามในอีก2สัปดาห์ข้างหน้าอาจเป็นภาพของนักเตะไทยที่หลายคนจะเล่นผิดฟอร์ม, ลืมแท็คติกที่โค้ชสั่ง, ควบคุมอารมณ์ไม่ได้, ทำฟาล์วพร่ำเพรื่อ จนอาจเป็นที่มาของงานง่ายให้เวียดนาม

“ลงมือก่อนย่อมได้เปรียบ” เพียงแต่สงครามจิตวิทยาหนนี้(หากนี่คือกลยุทธิ์ที่พวกเขาเล็งไว้จริง) อาจดูจะใช้เร็วเกินไปหน่อย และอาจเสี่ยงที่มันจะกลายเป็นดาบสองคมขึ้นมาจนได้

คิดกันเล่นๆ ก่อนถึงวันที่ไทยจะเล่นกับเวียดนาม เกิดพวกเขาพลาดท่าเปิดบ้านแพ้ยูเออีขึ้นมาแล้วไทยดันบุกไปชนะมาเลย์ได้ที่บูกิตจาลิล ขวัญกำลังใจของนักเตะดาวทองหลังเกมในวันนั้นมันจะเหลือกันอยู่เท่าไหร่?(จากหัวใจที่กำลังพองโตอาจแฟบลงจนหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม)

ในทางกลับกันการออกมาประกาศออกสื่อถี่ๆอย่างมั่นอกมั่นใจตั้งแต่ไก่โห่ แม้จะดูเป็นเรื่องของการกระตุ้นตัวเองอยู่บ้าง แต่ก็อาจกลายเป็นการสร้างความกดดันให้ตัวเองได้เหมือนกัน

เวียดนามอาจกำลังมั่นใจ,ได้ใจ และกระหยิ่มยิ้มย่องในสถานการ์ณที่มันเป็นอยู่ เพราะถ้าว่ากันตามตรง นี่ถือเป็นผลงานการออกสตาร์ทรายการคัดบอลโลกที่พวกเขาทำได้ดีกว่าเมื่อสี่ปีที่แล้ว

และสำหรับไทย, เวียดนาม และมาเลย์ 2นัดหลังจากนี้อาจเป็นไคลแมกซ์ที่สุดแล้วในคัดบอลโลกหนนี้ เพราะผลแพ้ชนะที่จะเกิดขึ้นในอีกสิบและสิบสี่วันข้างหน้าจะเป็นตัวกำหนดทิศทางและความเป็นไปได้ของการเข้าสู่รอบต่อไป

6แต้มเต็มๆแบบจุใจ, 4แต้มแบบไม่เสียหายเท่าไหร่, 3แต้มแบบมีผิดหวังเล็กๆ, แต้มเดียวแบบสตั้นกันทั้งประเทศ หรือจะเป็นโศกนาฎกรรมด้วยการไม่มีแต้ม อะไรมันก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น! แถมเกิดขึ้นได้กับทุกทีมที่ลงสนาม

การจู่โจมเร็วของเวียดนามด้วยพื้นที่สื่อในครั้งนี้จะเป็นสงครามจิตวิทยา หรือแค่คาถาเพื่อเรียกแขกก่อนแข่ง? ประเดี๋ยวเราก็จะได้รู้กัน!

=akinson149
……………………………………………………….

“akinson149” พงศ์รัตน์ วินัยวัฒนวงศ์
Moderator เพจ thailandsusu (Section: บทความ-แปลข่าวบอลไทย) และคอลัมนิสต์ฟุตบอลไทย Teamthailand

#ช้างศึก #เชียร์ไทยใจเดียวกัน #TogetherAsOne #บอลไทย #ฟุตบอลไทย #นักฟุตบอลทีมชาติไทย #Thailand #Football #FAThailand #AsianQualifiers #FIFA2022 #ฟุตบอลโลก #บอลโลก #คัดบอลโลก #FIFAWorldcup #Qatar2022 #AFC #RiseBackUp #WorldCup #2022WCQ #FIFAWC #CheerThai #VIE #MASvTHA #VIEvTHA #VIETHA

livescore

แบ่งปัน