ช้าง เอฟเอ คัพ 2019 รอบรองชนะเลิศ

36

ช้าง เอฟเอ คัพ 2019 รอบรองชนะเลิศ “ราชันมังกร” ดวล “ปราสาทสายฟ้า” “แข้งเทพ” วัดคม “สิงห์เจ้าท่า”
#ThaileagueMidweek Specialวันนี้แล้วกับเส้นทางในรอบตัดเชือก ช้าง เอฟเอ คัพ 2019 ที่แฟนบอลทุกคนต่างจับตามองเป็นพิเศษ ว่าใครจะสามารถพิชิตในรอบนี้ และทะยานเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้ วันนี้เราอาสาที่จะพามาเช็คสภาพความพร้อมก่อนที่เกมจะเริ่มต้นขึ้น เพื่อเพิ่มอรรถรสก่อนการรับชมให้มากยิ่งขึ้น

ราชบุรี มิตรผล เอฟซี VS บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มีนบุรี เวลา 19.00 น.
ถ่ายทอดสดทาง TrueSports HD1 , True Sports 6

สภาพความพร้อมของพลพรรค “ราชันมังกร” โดยลูกทีมของ “โค้ชเจี๊ยบ” สมชาย ไม้วิลัย ถือว่ามีความพร้อมแบบสุดๆ ชนิดที่พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ในถ้วยใบนี้ ซึ่งอาจจะขาดผู้เล่นบางส่วนที่ติดคัพไทอย่าง จักรพันธ์ พรใสที่ติดสัญญายืมตัวจากทรูแบงค็อก ยูไนเต็ด เเละฮาเวียร์ ปาตินโญ่ ที่ติดสัญญายืมตัวจาก บุรีรัมย์ และยังไว้ใจคนอื่นๆ ชุดที่เปิดบ้านเอาชนะ ชลบุรี เอฟซี 1-0 ในศึกไทยลีก โดยเฉพาะทางด้านแนวรุกของพวกเขาที่ถือว่ามีความอันตรายอีกหนึ่งทีมในไทยลีกอย่าง สตีเฟ่น ล็องจิล, ลอสเซมี่ คาราบูเอ้, และยานนิค โบลี่ ที่แนวรับของทุกทีมจะต้องระมัดระวังพวกเขาเหล่านี้เป็นพิเศษ

ส่วนความพร้อมของ “ปราสาทสายฟ้า” ทางด้านของ “บอสโก้” โบซิดาร์ บันโดรวิช มีความมั่นใจกับขุมกำลังของพวกเขาอยู่พอสมควรในการไล่ล่าแชมป์ทุกรายการในประเทศ ถึงแม้ว่าในเกมล่าสุดที่ผ่านมาของพวกเขาจะบุกไปพ่ายต่อศัตรูเบอร์หนึ่งอย่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 3-1 ก็ตาม การจัดทัพนักเตะก็อาจจะยังคงแกนหลักทีมชุดเดิม และมีการปรับอยู่บางในบางตำแหน่ง นำทัพมาโดย พรรษา เหมวิบูลย์, ฮาจิเมะ โฮโซไก, สุภโชค สารชาติ และนาเซอร์ บาราซิต

การโคจรพบกันอีกครั้งสำหรับทีมร่วมลีกอย่าง ราชบุรี มิตรผล เอฟซี และบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โดยเส้นทางในการผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศทั้งสองทีม เริ่มต้นที่ ราชบุรี มิตรผล พวกเขาสามารถเอาชนะ ฉะเชิงเทรา ไฮเทค เอฟซี 4-0, ชนะ ชัยนาท ฮอร์นบิล 2-0 บุกไปเอาชนะ นครศรี ยูไนเต็ด 2-0 และล่าสุดเปิดบ้านเอาชนะ ไทยฮอนด้า 3-1 ส่วนทางด้าน บุรีรัมย์ เส้นทางที่ผ่านมาบ้านเอาชนะ พีทีที ระยอง 3-1 ลำปาง เอฟซี 4-1 ระยอง เอฟซี 5-0 และเอาชนะจุดโทษตราด เอฟซี 5-4

คาดว่าเกมนี้จะเป็นอีกเกมที่มีความสนุกตื่นเต้น ทั้งสองฝ่ายต่างมีโอกาสในการเข้าชิงเช่นกัน ด้วยการวัดในเรื่องศักยภาพความคมของแนวรุกเข้าแลกสู้ เนื่องจากทั้งสองทีมมีเกมรุกในการจบสกอร์ที่ดูอันตรายในอันดับต้นๆ ของไทยลีกต่างพร้อมที่จะหาจังหวะผิดพลาด และฉวยโอกาสในการเล่นเกมสวนกลับเพื่อนำลูกบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายให้ได้

คีย์แมนคนสำคัญ
ราชบุรี มิตรผล เอฟซี : สตีเฟ่น ล็องจิล
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด : สุภโชค สารชาติ

ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด VS การท่าเรือ เอฟซี
สนามกีฬากองทัพบก เวลา 19.00 น.

ถ่ายทอดสดทาง TrueSports HD2 , True Sports 2
ความพร้อมของ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ทางด้านของ มาโน่ โพลกิ้ง กุนซือขวัญใจคนมันส์มีอุปสรรคในการจัดทัพอยู่พอสมควร ด้วยการขาดสองผู้เล่นในแดนหน้าอย่าง เนลสัน โบนีญ่า ที่มีอาการบาดเจ็บถูกเปลี่ยนตัวออกในเกมไทยลีกที่ผ่านมา และชนานันท์ ป้อมบุบผา ที่ติดคัพไทในรายการนี้ ส่วนผู้เล่นแกนหลักรายอื่นๆ มีความฟิตพร้อมที่จะลงสนาม นำทัพมาโดย เอเวอร์ตัน กอนคาลเวส, แอนโทนี่ อำไพพิทักษ์วงศ์, ปกเกล้า อนันต์ และอานนท์ อมรเลิศศักดิ์

การท่าเรือ เอฟซี จะขาดศูนย์หน้าอย่าง โจซิมาร์ โรดริเกวซ ที่ติดคัพไท ส่วนคนอื่นๆ ถือว่าฟิตเต็มถังไม่แพ้กัน ซึ่งพร้อมแล้วกับเส้นทางก้าวสู่บัลลังก์แชมป์ให้ได้ ในปีนี้ นำทัพมาโดย นิติพงษ์ เสลานนท์, โก ซุล กิ, ศิวกร จักขุประสาท และเซร์คิโอ ซัวเรซ

เป็นอีกหนึ่งคู่ที่มีความสำคัญไม่น้อย นอกจากที่ทั้งสองทีมจะเป็นทีมระดับหัวตารางศึกไทยลีกที่แข่งขันแย่งชิงกับความสำเร็จแล้ว อีกสิ่งหนึ่งคือในเรื่องของการลงทุนด้วยเม็ดเงินที่มหาศาลของผู้บริหารทั้งสองทีม โดยได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะต้องมีถ้วยแชมป์ถ้วยใดถ้วยหนึ่งเข้ามาประดับสโมสรให้ได้ แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่ถือว่าเป็นการเดิมพันครั้งยิ่งใหญ่ของพลพรรค “แข้งเทพ” ในรอบนี้คือตำแหน่งกุนซือใหญ่ของ มาโน่ โพลกิ้ง เพราะว่าพวกเขาเหลือลุ้นอยู่เพียงแค่หนึ่งรายการแล้วเท่านั้น ส่วนในไทยลีก ถ้าเป็นตามทฤษฎียังคงมีโอกาส แต่ในทางปฏิบัติถือว่าค่อนข้างยากอยู่พอสมควร

เส้นการเข้าสู่รอบรองที่ผ่านมาของทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด บุกไปชนะ เชียงใหม่ ดรีม 7-0, บีจี ปทุม ยูไนต็ด 1-0 เปิดบ้านเอาชนะ โปลิศ เทโร เอฟซี 3-1 และล่าสุดบุกชนะ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ

ส่วน การท่าเรือ เอฟซี ที่ผ่านมา เปิดบ้านเอาชนะ ไทย ยูเนี่ยน สมุทรสาคร เอฟซี 6-0, สุโขทัย เอฟซี 4-1 บุกไปชนะ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 2-0 และเปิดบ้านเอาชนะ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด 3-2

คู่นี้จะเป็นอีกหนึ่งคู่มีจะเปี่ยมไปด้วยความกดดันต่างๆ ของทั้งสองทีม โดยฝ่ายหนึ่งต้องการที่จะไปให้ถึงดวงดาวให้ได้ หลังจากที่มีโอกาสเข้าใกล้กับถ้วยแชมป์มาโดยตลอด ส่วนอีกฝั่งหนึ่งก็ต้องการความสำเร็จเพื่อที่ประกาศศักดาความยิ่งใหญ่ในยุคของ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ลำซ่ำ นายหญิงที่ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ด้วยเม็ดเงินที่มหาศาล พร้อมกับเคยให้สัญญาว่าจะนำความสำเร็จมาให้กับเหล่าแฟนบอล “คลองเตยอาร์มี่” ให้ได้ รวมถึงแฟนบอลที่อยู่บนฟ้าที่กำลังจับจ้องรอดูถึงความสำเร็จของทีม

เชื่อว่าทั้งสองทีมจะสู้กันได้อย่างสนุกสุดมันส์ รูปแบบการเข้าทำถูกใจแฟนบอลทั้งสองฝ่าย ด้วยกึ๋นการวางแท็กติกของโค้ชทั้งสองฝ่ายที่ต่างต้องระมัดระวังกับเกมรับมากที่สุด โดยที่ผ่านมาจะเห็นว่าแนวรับของทั้งสองทีมยังมีปัญหากับการเสียประตูอยู่พอสมควร ซึ่งเป็นการบ้านชิ้นสำคัญที่กุนซือใหญ่ของทั้งสองทีมจะต้องแก้ไขให้ได้โดยเร็วที่สุด เพราะหัวใจสู่ความสำเร็จคือการเล่นในเกมรับที่เหนียวแน่นที่มาพร้อมกับการจบสกอร์ที่เฉียบขาด คาดว่าเกมนี้ไม่อาจจะจบใน 90 นาที หรือยื้อไปถึง 120 นาที และอาจจบกับการตัดสินด้วยลูกจุดโทษ

คีย์แมนคนสำคัญ
ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด : วานเดอร์ หลุยซ์
การท่าเรือ เอฟซี : เซร์คิโอ ซัวเรซ

ท้ายที่สุดนี้เราได้ทราบถึงความพร้อมต่างๆ ของแต่ละทีมนั้นเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งในวันนี้เราจะรู้ไปพร้อมๆ กันในเวลา 19.00 น. ว่าทีมไหนที่จะแสดงศักยภาพในความแข็งแกร่งสามารถทะยานเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศศึก ช้าง เอฟเอ คัพ 2019 ได้ ต้องรอติดตาม

“Chunka”

#ChangFACup # ChangFACup2019 #บอลไทย #ฟุตบอลไทย #เอฟเอคัพ #ช้างเอฟเอคัพ #ช้างเอฟเอคัพ2019 #ราชบุรีมิตรผลเอฟซี #RBMFC #บุรีรัมย์ยูไนเต็ด #BRUTD #ทรูแบงค็อกยูไนเต็ด #BUFC #การท่าเรือเอฟซี #PortFC #RatchaburiMitrPholFC #BuriramUnited #TrueBangkokUnited

ช้างศึก

แบ่งปัน