Toyota Thai League Match of The Week 26 : สิงห์ เชียงราย 3-1 ตราด

15

กว่างโซ้งฯโชว์ความยอดเยี่ยมจนจ่าฝูงเปลี่ยนมือหลังแซงดับ ตราด 3-1 ทำให้การลุ้นแชมป์เดือดยิ่งขึ้น และนี่คือเกมยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์ของเรา

#1 นาวาอากาศเอก ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน – ตำนานนักฟุตบอลทีมชาติไทย, โตโยต้า ฟุตบอล แอมบาสเดอร์
กว่างโซ้งฯ ได้แรงปลุกใจตั้งแต่ก่อนเริ่มเกมเมื่อ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พลาดท่าบุกพ่าย เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทำให้มีโอกาสลุ้นแซงขึ้นนำจ่าฝูง

โดยเกมที่ สิงห์ สเตเดียม กองทัพกว่างโซ้งฯไม่ปล่อยโอกาสนี้หลุดลอยไปเมื่อเปิดบ้านเอาชนะ ตราด เอฟซี 3-1 พร้อมแซงขึ้นนำเป็นจ่าฝูงทันทีทำแต้มหนีห่าง ปราสาทสายฟ้า 2 คะแนน

แต่ระหว่างเกมต้องออกแรงลุ้นหนักพอสมควร เพราะแม้จะขึ้นนำไปก่อน แต่นาทีที่ 72 มาโดนตีเสมอ 1-1 ซึ่งหากพวกเขาทำได้เพียงเสมอแม้จะเป็นผลดี แต่ก็ยังไม่ใช่เป้าหมายที่ต้องการ

ทว่าพลังใจกับลูกฮึดที่มีตำแหน่งจ่าฝูงเป็นเดิมพันทำให้อีก 10 นาทีถัดมา เชียงราย ทำสำเร็จเมื่อพลิกกลับมานำอีกครั้งจากการยิงของ ปิยพล ผานิชกุล

ก่อนจะได้ประตูตอกฝาโลงจาก อัครวินทร์ สวัสดี ฟอร์มการเล่นของ สิงห์ เชียงราย ในนัดนี้ยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจ เปิดเกมรุกเข้าใส่ไม่มีกลัว และนักเตะแต่ละตำแหน่งคอยซัพพอร์ทกันตลอดเวลาทำให้รูปเกมโดยรวมออกมาดี

และที่ขาดไม่ได้คือการเล่นของ พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล ที่แม้จะเพิ่งเหนื่อยล้าจากการรับใช้ทัพช้างศึก ทว่านัดนี้เขากลับแสดงให้เห็นถึงความฟิตที่วิ่งขึ้นลงตลอดเวลา ตัดเกมหนักหน่วงที่สำคัญยังยิงประตูสุดสวยได้อีกด้วย

แต่หลังจบศึกไทยลีกนัดนี้ทำให้การลุ้นแชมป์ช่วงโค้งสุดท้ายเพิ่มความเข้มข้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัวแน่นอน…

#2 สิทธิพร ล่องวิเชียร – กองบรรณาธิการ FOX Sports Asia
เกมระหว่าง สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่เปิดบ้านพบกับ ตราด เอฟซี ถือเป็นเกมที่บรรดาผู้เล่นต่างชาติของทั้งสองทีมมีคุณภาพใกล้เคียงกัน

แต่สิ่งที่สร้างความแตกต่างให้กับเกมนี้ก็คือ ผู้เล่นชาวไทยของ กว่างโซ้งมหาภัย ทั้ง พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล ,สุริยา สิงห์มุ้ย ,ศิวกรณ์ เตียตระกูล รวมไปถึง ปิยพล ผานิชกุล ต่างกำลังอยู่ในช่วงมั่นใจสุดขีด และพร้อมจะวิ่งถวายหัวเพื่อเก็บ 3 แต้มยิงชิงตำแหน่งจ่าฝูงของตารางมาครองให้ได้ ในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล

ซึ่งในท้ายที่สุดลูกทีมของ ไอล์ดตัน ดา ซิลวา ก็ทำสำเร็จด้วยการเปิดบ้านเอาชนะ ช้างขาวจ้าวเกาะ 3-1 โดยเกมนี้คู่หูในแดนหน้าอย่าง บิลล์ โรซิมาร์ อมานซิโ และ วิลเลียม เอ็นริเก ก็ยังปั่นป่วนแนวรับผู้มาเยือนได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะรายหลังที่ใช้ลีลากระชากลากเลื้อย สร้างโอกาสเข้าทำได้แทบทั้งเกม

และหาก วิลเลียม จบสกอร์ได้เฉียบคมมากกว่านี้ ก็ไม่น่าจะต้องมาเหนื่อยในช่วงท้ายเกม และถึงตอนนี้โอกาสการลุ้นแชมป์ได้ตกมาอยู่กับทีมดังเมืองล้านนาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหากในอีก 4 เกมที่เหลือ พวกเขาเก็บชัยชนะได้หมด ก็จะคว้าแชมป์ลีกสูงสุดไปครองเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรทันที

#3 พีรวัตร สืบสวัสดิ์นิติกุล – คอลัมนิสต์ฟุตบอลไทย
ศึก “เอลกลาซิโก้เมืองไทย” จบด้วยด้วยการที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มือเปล่าไม่มีแต้ม ทำให้ ขุนพล “กว่างโซ้งมหาภัย” สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ลงสนามด้วยความคึกคักเมื่อ โมเมนตัมการลุ้นแชมป์โตโยต้าไทยลีก 2019 กลับมาอยู่ในมือพวกเขาอีกครั้ง

สิงห์ เชียงราย ปูพรม บุกเข้าใส่ตั้งแต่ออกสตาร์ทเกม ขณะที่ตราด เอฟซี เองก็มาในสไตล์ที่ตัวเองถนัดนั้นก็คือเกมโต้กลับที่มีจังหวะตอบโต้หลายครั้ง ก่อนที่ พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล ที่ยังโชว์ฟอร์มดีต่อเนื่องจากการรับใช้ชาติ มายิงประตูสุดสวยให้เจ้าถิ่นขึ้นนำให้ท้ายครึ่งแรก ทำให้ดูเหมือนเกมนี้จะเป็น งานง่าย สำหรับ “กว่างโซ้งมหาภัย”​

ครึ่งหลัง สิงห์ เชียงราย เน้นความรัดกุมมากขึ้น และสกอร์ที่นำอยู่ก็ทำให้พวกเขาดูจะผ่อนเกมลงไป แต่ก็ยังมีโอกาสบวกประตูที่สองเพิ่มหลายครั้ง แต่จังหวะจบสกอร์ยังดีไม่พอ และก็มาถูกลงโทษโดนตีเสมอ จากลูกโหม่งของ ดุมบูย่า

สุดท้าย 20 นาทีที่เหลือของเกมหลังจากสกอร์กลับมาเท่ากันที่ 1-1 นักเตะสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ก็กลับมาเปิดหน้าโหมบุกเข้าใส่อีกครั้ง ก่อนจะได้ 2 ประตู เอาชนะไป 3-1 คว้า3คะแนนสำคัญพร้อมกับแซง บุรีรัมย์​ ยูไนเต็ด ไปรั้งตำแหน่งจ่าฝูง

ชัยชนะเกมนี้ นักเตะสิงห์ เชียงราย แสดงถึงหัวจิตหัวใจที่ยอดเยี่ยมในความกระหายที่จะเป็นผู้ชนะ รวมไปถึงมองไปถึงการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกของพวกเขา แน่นอน 4 เกมที่เหลือ หากขุนพล “กว่างโซ้งมหาภัย” จะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับสโมสร ก็ต้องทำ “หัวใจให้ใหญ่กว่าตับ”

ขอบคุณที่มา – http://www.goal.com

แบ่งปัน