“อเล็กซานเดร กาม่า” เจ้าของฉายา “นักฆ่าบุรีรัมย์”

46

คุณคิดอย่างไรกับการที่กองเชียร์ตั้งฉายาให้คุณว่า “คิลเลอร์ บุรีรัมย์” หรือ “นักฆ่าบุรีรัมย์” นี่เป็นคำถามที่ติดอยู่ในหู หลังจากมีโอกาสเข้าไปนั่งฟังบทสัมภาษณ์หลังเกมซูเปอร์บิ๊กแมตช์ของบ้านเรา

ระหว่าง เอสซีจี เมืองทอง และ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โดยผลออกมาก็เป็นทางฝั่งเจ้าบ้าน ที่สามารถเตะตัดขาไม่ให้คู่แค้นเบอร์หนึ่งก้าวขึ้นไปคว้าโทรฟี่แชมป์ลีกได้อย่างง่ายดาย

แล้วทำไมกุนซือบราซิเลี่ยนรายนี้ถึงได้ฉายา “นักฆ่าบุรีรัมย์” ???

ย้อนไปในช่วงปี 2016 อเล็กซานเดร กาม่า ลงจากเก้าอี้ตำแหน่งกุนซือของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก่อนที่จะนั่งเครื่องขึ้นเหนือไปลงหลักปักฐานกับ “กว่างโซ้ง” สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

ช่วงเวลาดังกล่าวต้องยอมรับว่า ฟอร์มการเล่น รวมไปถึงขุมกำลังของนักเตะกว่างโซ้ง เป็นรองบุรีรัมย์พอสมควร แต่ทว่าในการดวลกันทั้งหมด 7 นัด เฮดโค้ชบราซิล ไม่เคยปราชัยเลย เป็นการชนะ 4 นัด และเสมอ 3 นัด ก่อนจะแยกทางกัน

และ กาม่า ก็ไปเข้าค่ายใหญ่ด้วยการเป็น “กุนซือ” ทีมชาติไทยชุด U-23

ในช่วงก่อนลุยเลก 2 ของฤดูกาลปัจจุบัน ฟากฝั่งของ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ที่กำลังระส่ำหนัก คล้ายเรือไม่มีโล้ไม่มีพาย ปักหลักอยู่ท้ายตารางมานาน ตัดสินใจไปกระชากกุนซือสมองเพชรรายนี้มาจับปากกาเซ็นสัญญาคุมทีม พร้อมทั้งอิมพอร์ตนักเตะบราซิลเข้ามาใหม่ หลังจากนั้นฟอร์มของทีมก็พลิก เรียกได้ว่าจากหลังเท้าเป็นหน้ามือก็ว่าได้

และโอกาสในการกลับมาเจอทีมเก่าของ กาม่า ก็เกิดขึ้นอีกครั้ง ในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนเริ่มเกมหลายคนคงมองว่า ยังไงผู้มาเยือนก็ยังมีภาษีดีกว่า ทั้งเจ้าของรางวัล แมน ออฟ เดอะ แมตช์ 2 นัดของทีมชาติไทยอย่าง “สุภโชค สารชาติ” อีกทั้งยังมีนายด่านที่สถิติคลีนชีตมากที่สุดในลีก “ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน” พ่วงด้วยความกระหายในการเล่นก็ยิ่งดีกว่าเพราะมีตำแหน่งแชมป์เป็นเดิมพัน ในการเจอกันครั้งนี้ผลการแข่งขันจึงสามารถที่จะออกได้ทั้ง 3 หน้า

ทว่าสิ้นเสียงนกหวีดเริ่มเกมไม่เกิน 15 นาที เจ้าบ้านมายิงได้ถึง 2 ลูก บวกกับประตูช่วงต้นเกมครึ่งหลัง ก่อนจะจบลงด้วยผล 3-1 หากฟังสกอร์ก็มองได้ว่าพอสู้กันได้ แต่ต้องยอมรับเลยว่า ถ้าใครได้ดูเกมการเล่นในวันนั้นของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็ต้องบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่ใช่ฟอร์มที่ดีเลย ถึงขนาดที่ “โบซิดาร์ บันโดวิช” ยังหัวเสียและพูดต่อหน้าลูกทีมของตนเองว่า ถึงแม้จะเล่นกันนานถึง 10 ชั่วโมง เราก็ไม่สามารถชนะได้ !!!

ผลการแข่งขันดังกล่าวทำให้สถิติของ อเล็กซานเดร กาม่า ยามเจอกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังคงสวยหรู 8 นัด ชนะ 5 เสมอ 3 อีกทั้งยังกลายเป็นกุนซือต่างชาติคนแรกของ เอสซีจี เมืองทอง ที่สามารถเอาชนะบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ โดยก่อนหน้านี้ เมืองทองฯ ชนะบุรีรัมย์ เพียงแค่ 4 นัด เสมอ 10 นัดและแพ้ไปถึง 15 นัด โดยชัยชนะทั้งหมด 4 นัดมาจากฝีมือของกุนซือชาวไทยอย่าง “ธชตวัน ศรีปาน”

ไม่รู้ว่าใครจะคิดอย่างไร แต่สำหรับผมการที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แยกทางกับ อเล็กซานเดร กาม่า ในวันนั้น มันเหมือนการปล่อยเสือเข้าป่า !!!!

เขามีสมองที่เฉียบคม ยิ่งถ้านักเตะสามารถเรียนรู้วิธีการจากเขาได้อย่างเข้าถึง มันยิ่งทวีความน่ากลัวเข้าไปอีก พูดได้เลยว่าหากเขามาที่ เอสซีจี สเตเดี้ยม ไวกว่านี้สักหน่อย การลุ้นพื้นที่ในหัวตารางคงสนุกไม่ใช่น้อย

แต่ถึงจะมาช้า แต่ กาม่า ก็แสดงให้ทุกคนเห็นแล้วว่าเขามาชัวร์ และถ้าในปีหน้าฟ้าใหม่ กุนซือบราซิลยังไม่สะบั้นรักกับ เมืองทองฯ เสียก่อน เชื่อเหลือเกินว่า ตำนานงูเหลือมกับเชือกกล้วยที่เริ่มคลี่คลายบ้างแล้ว จะยิ่งจางหายไปทีละเล็กทีละน้อย เพราะรูปเกมต่างๆ จะดีขึ้นกว่านี้ และที่สำคัญเป็นเพราะว่าที่ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด มีชายที่ได้รับการขนานนามสุดโก้ว่า “นักฆ่าบุรีรัมย์”

ขอบสนาม
แบ่งปัน