4 เหตุผล!ทำไม ลูกากู เล่นกับทีมชาติโคตรดีแต่กับ ผี ถึงห่วย

264

8 ประตูจาก 6 เกมหลังสุดของ โรเมลู ลูกากู ในการลงรับใช้ทีมชาติเบลเยี่ยม น่าจะเป็นบทพิสูจน์ได้แล้วว่าเขาคือกองหน้าที่ไว้ใจได้คนนึง ทว่าปัญหาคือทำไมเมื่อกลับมารับใช้ต้นสังกัดอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลูกากู ที่จบสกอร์คมกริบ ถึงกลายร่างเป็น “สากกระเบือ” ไปได้หละ?

ค่าตัว 75 ล้านปอนด์ ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ควักจ่ายให้ เอฟเวอร์ตัน เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ถูกมองว่าแพงเกินจริง โดยเฉพาะการยิงได้แค่ 15 ประตู จากการลงเล่น 45 นัดในฤดูกาลที่แล้ว บวกกับความเหวอไม่ว่าจะเป็นจับบอลลั่น สะดุดบอลล้ม ยิงโล่งๆ หน้าประตูแต่ไม่เข้า ยิ่งทำให้เจ้าตัวโดนโจมตีอย่างหนัก จนตอนนี้มีข่าวว่า “ปีศาจแดง” พร้อมขายทิ้งให้ อินเตอร์ มิลาน หากได้ราคาที่เหมาะสม
แต่สิ่งที่ผมแอบสงสัยปนไม่เข้าใจคือ ทำไมเวลา ลูกากู เล่นให้ทีมชาติ มันถึงเก่งชิพหาย เก่งกว่าตอนเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ชัดเจนมาก เผื่อใครไม่รู้ตอนนี้ ลูกากู คือดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติเบลเยี่ยมนะ ด้วยจำนวน 48 ประตู จากการลงเล่น 81 นัด ด้วยวัยแค่ 26 ปี!
ทีนี้เรามาลองวิเคราะห์กันหน่อยดีกว่าว่า เหตุผลที่ฟอร์มการเล่นของ ลูกากู กับสโมสรถึงอยู่ในขั้น “น่าผิดหวัง” แต่ทำไมตอนรับใช้ชาติผลงานถึงขั้นเรียกได้ว่า “มาสเตอร์พีช” ซึ่งลองๆ คิดดูแล้วก็น่าจะมีเหตุผล 4 ข้อด้วยกัน

1.ระบบการเล่น
ย้อนกลับไปตั้งแต่สมัย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยุคของ โชเซ่ มูรินโญ่ เลยละกัน ตอนนั้น “ผีแดง” มักจะใช้แผนการเล่น 4-2-3-1 ส่วน โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ กุนซือทีมชาติเบลเยี่ยม ใช้ระบบ 4-3-3 ซึ่งก็พอจะอนุมานได้ว่า ระบบ 4-2-3-1 ที่ทัพ “ปีศาจแดง” ใช้นั้นไม่เอื้ออำนวยให้สไตล์การเล่นของ ลูกากู ที่ถูกทิ้งให้โดดเดี่ยวเดียวดายกลางท้องเล ลมพัดลมเพอยู่ข้างหน้าแค่คนเดียว ต่างจากการมีแนวรุกขนาบซ้าย-ขวา คอยป้อนบอลให้พี่แกเข้าฮอร์ส ดูแล้วจะเล่นง่ายกว่าเยอะ การผลิตสกอร์ก็เลยเยอะกว่าชัดเจน
พอมาถึงยุค โอเล่ กุนนาร์ โซลชา มีปรับระบบมาเล่น 4-3-3 บ้าง แต่ก็ไม่ใช่ทุกนัด บางทีก็กลับไป 4-2-3-1 แต่ที่สำคัญสุดเลยคือ ลูกากู ไม่ใช่ตัวเลือกแรกในแดนหน้าอีกต่อไป เพราะ โซลชา ดูเหมือนจะชอบสไตล์การเล่นของ มาร์คัส แรชฟอร์ด มากกว่า จนทำให้เขาต้องตกเป็นตัวสำรองไปโดยปริยาย

2.องค์ประกอบทีม
ข้อนี้แหละที่ส่วนตัวผมคิดว่าสำคัญที่สุด จริงอยู่ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นทีมลำดับต้นๆ ของโลก ที่มีสตาร์ดังมากมาย แต่หากเทียบกับ ทีมชาติเบลเยี่ยม แล้ว ต้องยอมรับว่ายังห่างอยู่อีกมาก เทียบง่ายๆ ตัวป้อนบอลให้ ลูกากู ยิงในทีมชาติคือ เอแด็น อาซาร์, เควิน เดอ บรอยน์ และ ดรีส์ เมอร์เท่นส์ เป็นต้น
ส่วนในทัพ “ปีศาจแดง” มีแต่พ่อเลี้ยงทั้ง มาร์คัส แรชฟอร์ด, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล และ เจสซี่ ลินการ์ด แถมแบ็ก 2 ฝั่งของ แมนฯ ยู ก็เปิดได้ห่วยแตกไม่ค่อยเข้าเป้าใหญ่อย่าง ลูกากู คือพูดง่ายๆ ตัวผู้เล่น ผีแดง ห่วยแตกกว่า และไม่เอื้อให้ ลูกากู เลย
นอกจากนี้ แผนการเล่นของ มาร์ติเนซ ก็สั่งให้ลูกทีมเดินหน้าเล่นเกมรุกเต็มสตรีม ต่างจาก “ปีศาจแดง” ที่แม้ โซลชา จะเข้ามาเปลี่ยนจากทีมที่เล่นเกมรับจ๋า ในยุคมู ให้ดูมีสปีดเกมที่เร็วขึ้น แต่มันก็วนกลับไปที่เรื่องเดิมนั่นคือคุณภาพนักเตะ

3.ความมั่นใจ, ทุ่มเท
ส่วนตัวผมอีกเช่นกัน ผมชอบความขยัน และความทุ่มเทของ ลูกากู นะ หลายคนอาจจะมองว่าเขาหายไปจากเกม ห้อยอยู่แต่แดนหน้า ไม่ค่อยได้บอลโผล่มายิงอย่างเดียว ไม่วิ่งทำทาง แต่ผมกลับชอบวิธีการเล่นของ ลูกากู นะ รู้ว่าเพื่อนป้อนบอลมาไม่ถึงก็พยายามฉีกออกข้างไปทำทางเปิดบอลให้เพื่อน หรือลงมาช่วยล้วงบอล แต่มันไม่ใช่จุดเด่นของแก และมักจะทำพลาดบ่อยๆ จนกลายเป็นเรื่องตลก ซึ่งพอพลาดไปเรื่อยๆ จากที่ทุ่มเทมีความมั่นใจ มันก็เริ่มหดหาย
ต่างจากตอนเล่นให้ทีมชาติเบลเยี่ยม โอเค พี่ตู้เย็น ทุ่มเทเหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมคือไม่ต้องฉีกออกข้าง หรือลงมาเล่นเกมรับ แล้วมันก็จะไม่มีข้อผิดพลาด รอยิงตู้มหาย รอคนป้อนมาให้ ความมั่นใจ ความทุ่มเทก็เต็มร้อย เพราะยิงได้เรื่อยๆ

4.คู่ต่อสู้
สาเหตุสุดท้ายที่ทำให้ผมรู้สึกว่า ลูกากู ยิงได้เยอะมากในนามทีมชาติ ก็เป็นเพราะคู่ต่อสู้นี่แหละ หากย้อนกลับไปดู 40 นัดหลังสุดที่ทีมชาติเบลเยี่ยมลงเล่น พวกเขาแทบไม่ได้เจอทีมที่ดูเหนือกว่าเลย 40 นัดหลังมีหนักๆ จริงๆ ก็แค่ บราซิล กับ ฝรั่งเศส ในบอลโลก นอกนั้นก็รองลงมาพวก โปรตุเกส, ฮอลแลนด์, อังกฤษ
ที่เหลือก็มีแต่พวก ยิบรอลตาร์, ไซปรัส, บอสเนีย, ฮังการี, คาซัคสถาน, สก็อตแลนด์, คอสตาริก้า, ปานามา, เอสโตเนีย อะไรเทือกนี้ และแน่นอนเวลาเจอชาติเหล่านี้ ลูกากู ก็เล่นได้ง่าย สบายกว่า ซัดกระจุยกระจายจนทำลายสถิติต่างๆ นาๆ
ต่างจากเวที พรีเมียร์ลีก ที่มีบิ๊กทีมเพียบ แถมพวกทีมหนีตกชั้นก็พร้อมสร้างเซอร์ไพร้ส์สร้างความยากลำบากได้เสมอ นั่นทำให้ ลูกากู อาจจะฝืดลงไปเวลาเล่นให้ “ปีศาจแดง”
ทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่พอจะตอบคำถามคาใจได้ว่าทำไม ลูกากู ถึงได้เทพเหลือเกินยามที่เล่นให้ทีมชาติเบลเยี่ยม ถ้าใครเป็นแฟนผี ก็รอลุ้นกันนะครับว่า ฤดูกาลหน้า พี่ตู้เย็น จะยังอยู่กับทีมต่อไปมั้ย หรือจะไปฉายแสงที่เวที กัลโช่ เซเรีย อา กับ อินเตอร์ มิลาน และหากอยู่ค้าแข้งในโอลด์ แทรฟฟอร์ด ต่อไป นักเตะหน้าใหม่ที่ โซลชา จะซื้อเข้ามาจะช่วยยกระดับ สลัดคราบ “สากกระเบือ” ของ ลูกากู ได้หรือไม่ เดี๋ยวได้รู้กันครับ

ชิน ชินพัฒน์
แบ่งปัน