บ๊วยคิงส์คัพ! ช้างศึกโดนอินเดียล่า 1-0

161

ประตูเดียวของทีมชาติอินเดีย จาก อนิรุธ ทาปา ในช่วงครึ่งแรก ส่งทีมชาติไทยรั้งอันดับสุดท้ายศึกฟุตบอล คิงส์คัพครั้งที่ 47

ศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 47 รอบชิงอันดับ 3 ทีมชาติไทย ลงสนามพบกับ ทีมชาติอินเดีย แข่งขันในวันเสาร์ที่ 8 มิถุนายน 2562 เวลา 15.30 น. ที่สนามช้างอารีนา จังหวัดบุรีรัมย์

เจ้าภาพทีมชาติไทย ที่นัดแรกพลาดท่าแพ้ทีมชาติเวียดนาม 0-1 เกมนี้ปรับทัพพอสมควร โดยส่ง ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ลงเฝ้าเสาแทน กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ รวมถึงผู้เล่นอย่าง ปวีร์ ตัณฑะเตมีย์, สุมัญญา ปุริสาย และ ธีรศิลป์ แดงดา ที่ได้รับโอกาสลงสนามรับใช้ทีมชาติครบ 100 นัดในเกมนี้พอดี ขณะที่ทางฝั่งทีมชาติอินเดีย ในเกมนี้ อิกอร์ สติมัช เฮดโค้ชของทีม ตัดสินใจปรับทัพถึง 8 ตำแหน่งจากนัดแรกที่แพ้ทีมชาติคูราเซา 3-1 โดยมีเพียง สุภาซิช โภส, ราหู ชานกา และ ซานเดช จินกัน ที่เป็นผู้เล่นตัวจริงจากเกมนัดแรก ลงสนามเท่านั้น

GOAL! เริ่มเกมการแข่งขัน แม้ทีมชาติไทยจะสามารถครองเกมบุกได้มากกว่า แต่เป็นทีมชาติอินเดีย ที่มาได้ประตูออกนำไปก่อนในนาทีที่ 18 จากจังหวะที่ อาดิล ข่าน ปาดบอลเข้ากลางให้ อนิรุธ ทาปาหลุดเข้าไปไม่มีตัวประกบ ได้ซัดจ่อๆไม่เหลือ อินเดียออกนำ 0-1

นาทีที่ 23 ทีมชาติไทยมาได้ลุ้นบ้างเหมือนกัน เมื่อ ธีราทร บุญมาทัน ดึงบอลเข้าซ้ายก่อนยกเข้ากลางให้ ธีรศิลป์ แดงดา ที่ยืนหันหลังให้ประตูอยู่ ตวัดเข้าไปอย่างสุดสวย แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินก็ยกธงล้ำหน้าขึ้นมาเสียก่อน

นาทีที่ 35 ทัพช้างศึกมาได้ลุ้นอีกครั้งจากจังหวะที่ ธีรศิลป์ แดงดา หลุดขึ้นไปสุดเส้นหลัง ก่อนตบกลับมาให้ สุมัญญา ปุริสาย ได้ซัดด้วยซ้าย ไปติดบล็อคแนวรับอินเดียออกหลังไป และมาได้ลุ้นต่อเนื่องจากลูกเตะมุม ธีราทร บุญมาทัน เปิดเข้ากลางให้ ปวีร์ ตัณฑะเตมีย์ ได้โขกเต็มๆ แต่ก็ยังไม่ผ่าน อนิรุธ ทาปาที่ล้มตัวสกัดทิ้งออกจากเส้นปากประตูไว้ได้ จบครึ่งแรกเป็น ทีมชาติอินเดีย ที่นำ ทีมชาติไทย อยู่ 0-1

กลับมาในช่วงครึ่งเวลาหลัง นาทีที่ 49 เป็นอินเดียที่มาได้ลุ้นประตูที่สอง จากจังหวะที่ ฟารุก ชูดารี ลองซัดไกล บอลผ่านมือ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ไปชนเสาก่อนกระดอนมาเข้าทาง บัลวันท์ ซิงห์ ได้ซ้ำด้วยขวา แต่บอลเข้าข้างตาข่ายเท่านั้น

นาทีที่ 61 ทีมชาติไทยมาได้ลุ้นประตูตีเสมอบ้าง จากจังหวะบอลยาวขึ้นหน้ามาที่ สุภโชค สารชาติ ได้แต่งเข้าขวาก่อนหยอดไปที่เสาไกลให้ ธีรศิลป์ แดงดา ทิ้งตัวโขกเน้นๆ บอลกระดอนพื้นก่อนเข้ามือ อัมรินเดอร์ ซิงห์ รับไว้ได้ไม่ยาก

นาทีที่ 69 ทีมชาติไทยเกือบพลาดท่าเสียประตูที่ 2 จากจังหวะที่ ธีราทร บุญมาทัน จ่ายบอลคืนหลัง ไม่เข้าใจกันกับ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน บอลกำลังจะไหลเข้าเสาสอง แต่ยังมี สุพรรณ ทองสงค์ ที่วิ่งมาสกัดออกจากปากประตูไปได้ พร้อมบวกกับเสาประตูเต็มๆ จนได้รับบาดเจ็บหนักเล่นต่อไม่ไหว และเป็นทางด้าน พรรษา เหมวิบูลย์ ที่ถูกส่งลงสนามแทน

นาทีที่ 89 ทัพช้างศึก มาได้ลุ้นจากลูกฟรีคิก ธีราทร บุญมาทัน บรรจงปั่นด้วยซ้าย บอลผ่านหน้า พีรดล ฉ่ำรัศมี และ พรรษา เหมวิบูลย์ หลุดออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

ช่วงเวลาที่เหลือแม้ขุนพลทัพช้างศึก จะพยายามโหมเกมบุกเข้าใส่อย่างหนัก แต่ก็ไม่มีการทำประตูกันเพิ่ม จบเกม ทีมชาติอินเดีย บุกมาชนะทีมชาติไทย ได้ถึงถิ่นเป็นครั้งแรก 0-1 พร้อมคว้าอันดับที่ 3 ศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 47 ไปครอง ขณะที่ทีมชาติไทย แพ้รวด 2 นัด รั้งอันดับ 4 ของรายการนี้เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่การแข่งขันเมื่อปี 2012 เลยทีเดียว

ทั้งนี้ คู่ชิงชนะเลิศของศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 47 ระหว่าง ทีมชาติเวียดนาม และทีมชาติคูราเซา จะลงแข่งขันต่อทันที ที่สนามช้าง อารีนา ในเวลา 19.45 น.

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

ทีมชาติไทย : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน(GK) – ปวีร์ ตัณฑะเตมีย์(สุภโชค สารชาติ น.41), สุพรรณ ทองสงค์(พรรษา เหมวิบูลย์ น.71), อดิศร พรหมรักษ์ – ทริสตอง โด, ธนบูรณ์ เกษารัตน์(พีรดล ฉ่ำรัศมี น.68), ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, ธีราทร บุญมาทัน – สุมัญญา ปุริสาย – ธีรศิลป์ แดงดา, ศุภชัย ใจเด็ด

ทีมชาติอินเดีย : อัมรินเดอร์ ซิงห์(GK) – ราหู ชานกา, อาดิล ข่าน, ซานเดช จินกัน, สุภาซิช โภส – อมาร์จิต ซิงห์ คียม, เรย์เนียร์ เฟอร์นานเดส(อับดุล ซาหมัด น.75) – ฟารุก ชูดารี(แจคกีชานด์ ซิงห์ น.56), อนิรุธ ทาปา, วินิต ไร – บัลวันท์ ซิงห์(มานเวียร์ ซิงห์ น.51)

ขอบคุณที่มา – http://www.goal.com

แบ่งปัน