กวิน ดิโรมีโอ : ฝันใช้ฟุตบอลพาครอบครัวกลับมาเจอกัน

76

ความสุขช่วงวัยเด็กไม่มีอะไรน่าดีใจไปกว่าการที่ครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งพ่อแม่ และลูก แต่กับเด็กชาย กวิน ดิโรมีโอ หนูน้อยลูกครึ่งไทย-แคเมอรูน วัย 9 ขวบ กลับไม่เคยได้รับความอบอุ่นเหมือนเพื่อนคนอื่นในวัยเดียวกัน

กวิน ดิโรมีโอ

เจ้าหนู กวิน หรือชื่อเล่น เควิน แทบไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับคุณพ่อของเขาเลย เพราะหลังลืมตาดูโลกได้ไม่นาน พ่อ และแม่แยกทางกัน โดยคุณพ่อของ เควิน เป็นนักฟุตบอลชาวแคเมอรูน

ส่วนคุณแม่เป็นคนไทย แรกเริ่มทุกอย่างเป็นไปด้วยดี หลังพ่อของเขาตัดสินใจเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาทดสอบฝีเท้ากับสโมสรฟุตบอลอาชีพในกรุงเทพมหานคร และได้พบกับคุณแม่ของเควิน จนทั้งคู่ให้กำเนิดหนูน้อยรายนี้

ทว่ายังไม่ทันได้ค้าแข้งพ่อของเขาได้รับบาดเจ็บหนักจนต้องบินกลับไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ ส่วนคุณแม่ต้องทำงานหาเลี้ยงปากท้อง ด้วยระยะห่าง

และภาระที่ต้องแบกรับทำให้ทั้งคู่แยกทางกัน ซึ่งในเวลานั้น เควิน เพิ่งวัยเพียงสองเดือน อีกทั้งต่อมาทางคุณแม่ไปมีครอบครัวใหม่ ทำให้ทางครอบครัวของแม่จึงรับเขามาเลี้ยงดูแทนที่จังหวัดขอนแก่น

“เควิน เป็นเด็กไม่ดื้อ ขี้อายไม่กล้าแสดงออก แต่ชอบฟุตบอลมาก” เสาวณี หาจันดา หรือพี่นิ่มผู้เปรียบเสมือนแม่คนที่สอง เริ่มเล่าถึงหลานชายคนนี้

“เขาจะชอบเปิดดูคลิปฟุตบอล หรือเวลาไปดูฟุตบอลที่สนามเขาจะดูตื่นเต้นมาก แต่ก่อนแถวบ้านไม่มีที่เรียน พอขึ้นอยู่ป.1 ก็รู้ข่าวว่ามีอคาเดมีมาเปิดที่อำเภอชุมแพชื่อต้นสำสา อคาเดมี”

“เขาอยากเรียนเลยพาไป ค่าใช้จ่ายอาจจะเยอะเพราะต้องมีค่าเรียน ค่าอุปกรณ์ ชุดแข่ง รองเท้า แต่เราก็ยินดีที่จะทำให้เขา เพราะเห็นว่าเขาชอบฟุตบอล”

“ผมเริ่มเล่นฟุตบอลเพราะเห็นน้องพี (เยาวชนที่โด่งดังจากทักษะยิงบอลชนคานในรายการ ซุปเปอร์ 10) เตะบอลชนคานเลยอยากลองเล่นบ้าง” เควิน เท้าความถึงจุดเริ่มต้นการเล่นฟุตบอลของตัวเอง

“ผมฝันอยากจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ” ตอบด้วยน้ำเสียงที่ดังฟังชัด และเต็มไปด้วยความมั่นใจ

ต้นสำสาอคาเดมี

เควิน ไม่ใช่เด็กที่มีพรสวรรค์ แต่เปี่ยมไปด้วยพรแสวงกระตือรือร้นพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา ที่ต้นสำสา อคาเดมี เควิน เริ่มจากศูนย์ ไล่ฝึกตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน

เขามีความสุขทุกครั้งที่ได้เล่นฟุตบอลกับเพื่อนๆ ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่ขาดหายไป และยังไม่รู้ว่าวันหนึ่งเขาจะได้รับการเติมเต็มหรือไม่

ทุกๆวันเป็นภาพปกติที่เด็กทุกคนส่วนใหญ่จะมีพ่อแม่ขับรถมาส่งซ้อมฟุตบอลหรือมาคอยรับกลับบ้าน ผิดกับ เควิน ที่ไม่เคยสัมผัสความรู้สึกแบบนั้นเหมือนเพื่อนคนอื่น

แต่เขาก็ไม่เคยคิดน้อยใจ และพยายามมีความสุขกับฟุตบอลให้มากที่สุด

“ผมเคยเจอคุณพ่อตอนเด็ก แต่ตอนนั้นผมยังจำอะไรไม่ได้เพราะยังเล็กมาก”เควิน กล่าว “ผมรู้ว่าพ่อเคยเป็นนักฟุตบอลมาก่อน พ่อเป็นแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมอยากเล่นฟุตบอล”

แม้จะอายุเพียง 9 ขวบ แต่ เควิน มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นนักฟุตบอลอาชีพให้ได้ในสักวัน ทำให้เขาตั้งใจฝึกซ้อม และรับฟังคำสอนของโค้ชอยู่ตลอดเวลา

เขากลายเป็นหนึ่งในเยาวชนที่ฝีเท้าโดดเด่นที่สุดในต้นสำสา อคาเดมี หลังฝึกมาได้สองปีครึ่ง ขณะเดียวกัน เควิน ก็ไม่เคยทิ้งเรื่องเรียน และเขาเพิ่งสอบได้ห้องคิงส์ในการเรียนที่โรงเรียนหนองขามวิทยาคาร

ด้วยความเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย เควิน ไม่เคยสร้างปัญหาหนักใจให้กับครอบครัว ทุกๆวัน เควิน จะตื่นนอนตั้งแต่ตีห้าครึ่งเพื่อลุกมาซ้อมฟุตบอล หลังจากนั้นค่อยอาบน้ำไปโรงเรียน ก่อนที่ตอนเย็นจะไปซ้อมที่อคาเดมี

พี่นิ่มเล่าให้ โกล ประเทศไทย ฟังว่าแม้จะมีงอแงบ้าง บางวันที่ต้องตื่นเช้าตามประสาเด็ก แต่เมื่อถูกถามว่าจะไปต่อไหมหรือพอแค่นี้ ความฝันคืออะไร และทุกครั้ง เควิน จะตอบกลับมาว่า

“ยังไม่หยุด ผมอยากไปต่อ ผมอยากเป็นนักฟุตบอล…”

บันไดสู่ฝันอันยิ่งใหญ่

ความฝันสู่นักฟุตบอลอาชีพ และติดทีมชาติไทย คือสิ่งที่เด็กหลายคนอยากจะไปให้ถึง แต่ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะกับเยาวชนในต่างจังหวัดที่มีโอกาสน้อยกว่าเด็กที่อยู่ในเมืองหลวง

ดังนั้น บริษัท โตโยต้า ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) จึงเล็งเห็นความสำคัญของการมอบโอกาสให้กับเยาวชนเหล่านี้ภายใต้โครงการ “โตโยต้า จูเนียร์ ฟุตบอล คลีนิก 2019”

นับเป็นปีที่ 7 ของโครงการนี้ ซึ่งจะลงพื้นที่คัดเยาวชนจากทั่วประเทศให้เลือก 24 คนสุดท้ายเพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทย ไปแข่งขันศึกU12 Junior Soccer World Challenge 2019 ที่ประเทศญี่ปุ่น

พร้อมมอบโอกาสพิเศษที่จะคัดเลือกเยาวชนเข้าเป็นนักเตะทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี โดยการคัดเลือกสนามแรกได้เริ่มต้นเป็นทีเรียบร้อย ณ ทุ่งทะเลหลวง สเตเดียม จังหวัดสุโขทัย

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีเยาวชนให้ความสนใจทั้งสิ้น 832 ชีวิต และ เควิน คือหนึ่งในนั้น “ตอนรู้ข่าวโครงการนี้ผมอยากจะลองมาคัดดูบ้าง” เควิน เริ่มเล่าถึงการตัดสินใจเดินทางจากจังหวัดขอนแก่นมายัง สุโขทัย

เพื่อคัดเลือกเข้าโครงการโตโยต้า จูเนียร์ ฟุตบอล คลีนิก 2019 ในรุ่นอายุไม่เกิน 10 ปี “ก่อนมาผมเตรียมตัวซ้อมหนักทุกเย็น ตอนเย็นเรียนเสร็จรถประจำจะพาไปส่งที่สนามฟุตบอลของอคาเดมี พอถึงวันคัดตัวตอนเช้าเห็นคนมาเยอะจนผมรู้สึกตื่นเต้นมาก”

“พอถึงตอนคัดตัวทุกคนที่ลงไปมีแต่คนเก่งๆ ผมเองก็ไม่ได้คิดหรอกว่าจะติด แต่ผมก็ไม่อยากยอมแพ้พยายามวิ่งให้เร็วกว่าคนอื่นแย่งบอลให้ได้ส่งบอลให้ดีทำให้เต็มที่เท่าที่จะทำได้”

การคัดเลือกแบ่งออกเป็นสองรอบตลอดทั้งวันการแข่งขันเต็มไปด้วยความเข้มข้นท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด เควิน หนูน้อยรูปร่างผอมบางไม่หวั่นแสงแดดที่ส่องลงมาเมื่อกำลังสนุกกับฟุตบอลอย่างเต็มที่จนลืมความร้อนไปโดยปริยาย

ผลการคัดเลือกรอบแรกเขามีชื่อติด 1 ใน 80 ก่อนที่ต่อมาเจ้าหน้าที่สนามจะประกาศรายชื่อ 30 คน ที่ผ่านมาเข้ารอบสุดท้าย โดยมีชื่อของเด็กชาย กวิน ดิโรมีโอ รวมอยู่ด้วย ท่ามกลางเสียงปรบมือจากผู้คนที่อยู่ในสนามที่ร่วมยินดีกับเจ้าหนูรายนี้

“ตอนถูกเรียกชื่อเหนือความคาดหมายผมไปเยอะเลย” เควิน เล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “เพราะผมก็ไม่คิดว่าตัวเองจะติด ผมดีใจมาก หลังจากนี้ผมก็ต้องซ้อมให้มากขึ้นกว่าเดิมเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมก่อนคัดเลือกอีกครั้ง”

เควิน ที่ผ่านการคัดเลือกจะร่วมสมทบกับเยาวชนอีก 6 สนาม รวมทั้งสิ้น 210 คน ก่อนจะเข้าสู่คัดเลือกรอบสุดท้าย ให้เหลือ 60 คน หลังจากนั้นจะเข้าแคมป์เก็บตัวกับทีมผู้ฝึกสอนจากเอคโคโน่ ณ ศูนย์พัฒนาศักยภาพกีฬาฟุตบอล ภายในมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เป็นเวลา 21 สัปดาห์

และจะคัดให้เหลือ 24 คน เป็นตัวแทนร่วมการแข่งขันฟุตบอลรายการ U-12 Junior Soccer World Challenge ที่ ประเทศญี่ปุ่น และมีลุ้นถูกคัดติดทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี หลังจบทัวร์นาเมนท์

แต่มีเรื่องหนึ่งที่ เควิน หวังทำมันให้สำเร็จไม่แพ้กันคือการใช้ฟุตบอลพาเขากลับมาเจอพ่ออีกครั้ง…

มากกว่าเกมลูกหนัง

การติดเป็น 1 ใน 30 คนของการคัดเลือกโตโยต้า จูเนียร์ ฟุตบอล คลีนิก เป็นก้าวเล็กๆ แต่ เควิน ก็หวังว่ามันจะเป็นก้าวสำคัญที่นำพาเขาไปสู่เส้นทางนักฟุตบอลอาชีพที่สามารถสร้างรายได้มั่นคง และพาครอบครัวกลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง

เพื่อเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปในวัยเด็ก “พ่อรู้ว่าผมอยากเป็นนักฟุตบอล แต่เขาไม่รู้ว่าผมติดโครงการนี้ ถ้าวันหนึ่งผมได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพผมคิดว่าครอบครัวน่าจะกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง”

“โครงการนี้น่าจะช่วยให้ผมเพิ่มโอกาสเป็นนักฟุตบอลอาชีพได้ เพราะเป็นโครงการที่เอคโคโนมาคัดด้วยตัวเอง  ผมรู้จักเอคโคโนนะ เขาบริหารอคาเดมี่บาร์เซโลนา”

“วันที่คัดเลือกผมเลยพยายามทำให้เต็มที่ที่สุด ผมตั้งใจจะพยายามไปให้ไกลที่สุดเพราะความฝันของผมคือการติดทีมชาติไทย ครับ” เควิน กล่าวทิ้งท้าย

เครดิต > www.goal.com

แบ่งปัน