มาตามนัด! สิงห์ดวลโทษดับแฟรงค์เฟิร์ต 4-3 (2-2) ทะลุชิงปืน

1352

ดวลจุดโทษ


สิงโตน้ำเงินครามต้องสู้กับอินทรีแดงดำถึงการดวลจุดโทษ ก่อนจะได้ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศไปทำศึกลอนดอนดาร์บี้แมตช์กับปืนใหญ่

ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก 2018-2019 รอบรองชนะเลิศนัดสอง เป็นการพบกันระหว่าง เชลซี เปิดรังเหย้า สแตมฟอร์ด บริดจ์ ต้อนรับการมาเยือนของ ไอน์ทรัคท์ แฟรงค์เฟิร์ต

เมาริซิโอ ซาร์รี กุนซือเจ้าบ้าน ซึ่งบุกไปเก็บอเวย์โกลมาได้ก่อนจากการเสมอนัดแรก 1-1 ทำให้เกมนี้ต้องการผลเสมอ 0-0 หรือชนะสกอร์เท่าไรก็ได้ เลือกใช้สามแนวรุกในระบบ 4-3-3 ได้แก่ วิลเลียน, โอลิวิเยร์ ชิรูด์ และ เอเด็น อาซาร์

ด้านทีมเยือนของ อาดี้ ฮุตเตอร์ มีสองทางเลือกคือบุกมาคว้าชัยสกอร์เท่าไรก็ไร หรือเก็บผลเสมอมากกว่า 2-2 ขึ้นไป นำทัพมาโดยดาวรุ่งเนื้อหอมอย่าง ลูก้า โยวิช ซึ่งจะประสานงานในแนวรุกร่วมกับ อันเต้ เรบิช และ มิยาต กาซิโนวิช

เริ่มเกมาเป็นฝั่งของเชลซีที่ครองบอลบุกได้เหนือกว่า จนกระทั่งนาทีที่ 28 ก็จัดการพังประตูขึ้นนำ จากจังหวะที่ อาซาร์ จ่ายบอลเข้าเขตโทษให้ รูเบน ลอฟตัส-ชีค เกี่ยวเข้าขวาแล้วเอี้ยวตัวแปเน้นๆเสียบโคนเสาไกลอย่างเฉียบคม ส่งให้สิงโตน้ำเงินครามออกนำ 1-0 รวมผลสองนัดนำ 2-1 ก่อนจะจบ 45 นาทีแรกไปด้วยสกอร์นี้

กลับมาสู้กันต่อในครึ่งหลังเพียงแค่นาทีที่ 49 แฟรงค์เฟิรต์ก็สามารถตามตีเสมอได้ โดยเริ่มจากจากจังหวะที่ มาโกโตะ ฮาเซเบะ หยอดบอลขึ้นแดนหน้าให้ โยวิช พักอกแต่งลูกย้อนหลังกลับมาให้ กาซิโนวิช เบิ้ลเร็วทะลุชิ่งต่อไปให้ โยวิช หลุดไปยิงด้วยขวาอย่างเด็ดขาด ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากันอีกครั้งที่ 1-1 รวมผลสองนัดเท่ากันทุกอย่างแล้วด้วยที่ 2-2

จากนั้นไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่มเติมอีกในเวลาปกติ ทำให้จบ 90 นาทีสกอร์ยังเสมอที่ 1-1 รวมผลสองนัดเสมออยู่ 2-2 ต้องไปวัดกันในช่วงต่อเวลาพิเศษอีก 30 นาที ซึ่งทั้งสองทีมก็ยังทำอะไรกันไม่ได้อีก ส่งผลให้จบ 120 นาทีด้วยสกอร์เดิม ต้องไปตัดสินชี้ขาดด้วยการดวลจุดโทษ

ช่วงดวลจุดโทษกลายเป็นเชลซีที่ยิงแม่นกว่า มีพลาดแค่คนเดียวคือ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ส่วนแฟรงค์เฟิร์ตพลาดถึง 2 คน ได้แก่ มาร์ติน ฮินเตอเรกเกอร์ และ กอนซาโล ปาซิเอนเซีย ซึ่งโดน เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า เซฟได้ทั้งคู๋ ทำให้สุดท้ายเป็นเชลซีเอาชนะไปได้ 4-3 ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศไปพบกับอาร์เซนอล และส่งผลให้รอบชิงชนะเลิศเกมยุโรปทั้งสองถ้วย ทีมจากอังกฤษเจอกันเองทั้งหมด

Goal Thailand

แบ่งปัน